
ฟ้อง2ค่ายยักษ์อมเติมเงิน
ผู้บริโภคฟ้องเอไอเอสดีแทค ไม่ยอมเลิกกำหนดอายุบัตรเติมเงิน
ผู้บริโภคฟ้องเอไอเอสดีแทค ไม่ยอมเลิกกำหนดอายุบัตรเติมเงิน
นายเฉลิมพงษ์ กลับดี ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 4.11 แสนบาท ขณะที่ น.ส.จุฑา สังขชาติ ผู้ใช้บริการโทรศัพท์ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เรียกค่าเสียหาย 4.23 แสนบาท
ทั้งนี้ สาเหตุที่มีการยื่นฟ้องผู้ให้บริการทั้งสองค่าย เนื่องจากวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีคำสั่งทางการปกครองสั่งให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 ราย ห้ามกำหนดวันหมดอายุบริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน โดย กสทช. กำหนดค่าปรับทางปกครองในอัตราวันละ 1 แสนบาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.เป็นต้นมา
เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคและมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ติดตามการดำเนินการของผู้ให้บริการ และพบว่ายังมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค เช่น เมื่อผู้บริโภคยังไม่ได้เติมเงินเข้าสู่ระบบจะมีการแจ้งเตือนผ่านทางข้อความสั้นในมือถือว่า เพื่อรักษาเงิน 64.18 บาท ให้ใช้ได้ต่อเนื่อง กรุณาเติมเงินก่อนวันที่ 8 มิ.ย. 2555
ข้อความดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีเจตนาบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งขัดต่อประกาศ กสทช.อย่างชัดเจน
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ถึงแม้ประกาศของ กสทช.จะห้ามกำหนดวันหมดอายุในระบบเติมเงิน แต่ในทางปฏิบัติ กสทช.อยู่ระหว่างการเป็นสื่อกลางในการเจรจาหาจำนวนวันที่เหมาะสม เช่น 60 วัน 90 วัน หรือ 180 วัน ขณะที่ผู้บริโภคไม่ต้องการให้กำหนดระยะเวลาหมดอายุ
อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถเจรจาได้ต้องรอให้กระบวนการทางศาลมีคำสั่ง ซึ่งปัญหาในขณะนี้คือ หากผู้ให้บริการไม่สามารถได้ข้อสรุปเรื่องระยะเวลาวันหมดอายุ เมื่อเข้าสู่การประมูล 3จี ซึ่งเป็นบริษัทใหม่ทั้ง 3 รายก็ต้องอยู่ภายใต้ประกาศนี้ โดยที่ไม่สามารถมีวันหมดอายุได้ ดังนั้นทางออกที่ดีทั้งสองฝ่ายควรจะเร่งเจรจาให้ได้ข้อสรุปร่วมกันโดยเร็ว







