posttoday
AEC ความร้อมด้านกฏหมาย

AEC ความร้อมด้านกฏหมาย

01 สิงหาคม 2555

ผู้เขียนได้ไปเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง “การเตรียมความพร้อมทางกฎหมายและธุรกิจสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)”

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

ผู้เขียนได้ไปเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง “การเตรียมความพร้อมทางกฎหมายและธุรกิจสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” ที่จัดโดยศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เมื่อวันที่ 2021 ก.ค. 2555 ทำให้เห็นว่าในประเด็นของกฎหมายยังน่าจะมีที่ว่างให้พอขยับตัวได้พอควร อยู่ที่ว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับอะไรและมองกันในแง่ไหน เนื่องจากประชาคมอาเซียนนั้นมีถึง 3 เสาหลักใหญ่ๆ ประกอบกันเป็นประชาคมอาเซียน คือ ประชาคมความมั่นคงอาเซียน ประชาคมสังคมวัฒนธรรมอาเซียน และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

นอกจากนี้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่ผู้เขียนคงจะพูดถึงเฉพาะเรื่องนี้ก็ยังมีทั้งเรื่อง การเปิดตลาดสินค้า การเปิดตลาดบริการ และการลงทุน และแน่นอนเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาย่อมแทรกอยู่ด้วย การเปิดตลาดสินค้านั้นที่จริงได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อถึงปี พ.ศ. 2558 หรือปี ค.ศ. 2015 ภาษีนำเข้าของสินค้าต่างๆ ประมาณ 90% ก็จะลดลงเหลือ 05% อยู่แล้ว ซึ่งถามว่ากฎหมายของไทยตรงนี้ทำได้ไหม ก็มีช่องทางให้ดำเนินการได้ และที่จริงภาษีนำเข้าต่างๆ ก็ได้ค่อยๆ ลดลงมาเป็นลำดับแล้ว แต่ประเด็นที่น่าสนใจที่ผู้แทนกรมศุลกากรหยิบยกขึ้นเล่าให้ฟังก็คือ เรื่องของการนำผ่านราชอาณาจักรไม่ใช่การนำเข้าส่งออก แต่เป็นการนำผ่าน ซึ่งมีกฎหมายที่ควบคุมการนำผ่านราชอาณาจักรที่อาจส่งผลกระทบ AEC นั้นมีถึง 12 ฉบับ ได้แก่

พ.ร.บ. (พระราชบัญญัติ) กักพืช พ.ศ. 2507

พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธ พ.ศ. 2490

พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499

พ.ร.บ.เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. 2525

พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518

พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งอาวุธยุทธภัณฑ์และสิ่งที่ใช้ในการสงคราม พ.ศ. 2495

พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ. 2518

พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ. 2518

พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530

นอกจากนี้ ก็ยังมีกฎหมายของกรมศุลกากรเองที่จะต้องแก้ไข เช่น การตรวจกันที่จุดเดียว (Single Window) และต้องมีการเสนอแก้ไขกฎหมายศุลกากรให้เกิดความชัดเจน ลด ละ เลิก ขั้นตอนที่เกินความจำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกและลดต้นทุนในระบบโลจิสติกส์ เป็นต้น

น่าเสียดายที่ไม่มีการลงรายละเอียดของกฎหมายทั้ง 12 ฉบับข้างต้น ว่าจะต้องมีการแก้ไขหรือไม่ ถ้าแก้ แก้อะไร ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว เพราะกฎหมายบางฉบับก็มีช่องทางให้ตีความ หรือมีข้อยกเว้นบางประการไว้ให้แล้ว ทำให้ไม่ต้องแก้ไขให้ยุ่งยากก็ได้

ตัวอย่างเช่น เรื่องของบริการที่ผู้เขียนได้อธิบายไปบ้างแล้วในฉบับที่ผ่านมา และยกตัวอย่างการจัดตั้งบริษัทต่างชาติในไทยที่อยู่ภายใต้ Mode “Commercial Presence” ซึ่งของไทยเรามีพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ที่มีการกำหนดโดยทั่วๆ ไปว่า ให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% อีก 51% ต้องเป็นของคนไทยนั้นจะต้องมีการแก้ไขหรือไม่

ตอนนี้ก็ได้ทราบมาว่า ไม่ต้องแก้ไขเพราะมีเงื่อนไขข้อยกเว้นไว้ว่า ถ้าเป็นการทำความตกลงกับต่างประเทศก็ให้เป็นไปตามข้อตกลง ดังนั้นการเปิดเสรีบริการในเรื่องของโลจิสติกส์ที่ให้ต่างชาติถือหุ้นได้ถึง 70% ในปี พ.ศ. 2556 (ปี ค.ศ. 2013) ก็น่าจะดำเนินการไปได้เลยโดยไม่ต้องแก้กฎหมาย

แต่ในกรณีของทรัพย์สินทางปัญญาที่มี Blueprint ให้สมาชิกอาเซียนเข้าเป็นสมาชิกพิธีสารมาดริด และความตกลงภายในปี พ.ศ. 2558 (ปี ค.ศ. 2015) ก็จะต้องแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าในกรณีของพิธีสารมาดริด และ พ.ร.บ.สิทธิบัตร ในกรณีของความตกลงเฮก แต่ผู้เขียนต้องรีบบอกไว้ก่อนว่า ในกรณีของความตกลงเฮกนั้นเป็นเรื่องของสิทธิบัตรออกแบบ ไม่ใช่สิทธิบัตรการประดิษฐ์ เดี๋ยวบางภาคส่วนของสังคมไทยจะตกอกตกใจกันไปใหญ่

น่าเสียดายว่าการสัมมนาในวันนั้น ไม่ได้ลงรายละเอียดในเรื่องกฎหมายมากนัก ผู้บรรยายส่วนใหญ่ยังบรรยายในเรื่องทั่วๆ ไป ซึ่งเป็นที่ทราบอยู่แล้ว และการจัดสัมมนาในที่ต่างๆ ก็ได้รับทราบอยู่แล้ว ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่ขาดไปจริงๆ ก็คือ กฎหมายในประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฯลฯ เขามีอย่างไร การเปิดเสรีบริการ หรือการลงทุนนั้น เขาเปิดอย่างไร มีประตูกั้น แถมยังล็อกกลอนไว้อีกกี่ชั้น เช่น ให้ต่างชาติลงทุนในการตั้งโรงแรมได้ 100% แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นโรงแรม 6 ดาวเท่านั้น เป็นต้น เพื่อจะได้รู้เรารู้เขา ไม่วิ่งเข้าไปชนตอ

อย่างไรก็ตาม ทราบว่าทางศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ท่านก็กำลังจะตั้งศูนย์หรือหน่วยงานภายในขึ้นมาศึกษาเรื่องกฎหมายเหล่านี้อย่างละเอียด ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากๆ กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพราะจนถึงขณะนี้อีก 2 ปี ก็จะเป็น AEC แล้ว ยังไม่เห็นความชัดเจนในเรื่องนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท