
มติพท.คาวาระแก้รธน.-ตั้งกก.ถกพรรคร่วม
เพื่อไทยไม่ฟันธง แก้ทั้งฉบับ-รายมาตรา ขอตั้งกรรมการศึกษาพรรคร่วม เปิดเวทีแจงประชาชนย้ำไม่ถอน ปรองดอง
เพื่อไทยไม่ฟันธง แก้ทั้งฉบับ-รายมาตรา ขอตั้งกรรมการศึกษาพรรคร่วม เปิดเวทีแจงประชาชนย้ำไม่ถอน ปรองดอง
เมื่อเวลา 15.00น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้ย้ำให้ส.ส.ไปร่วมประชุมสภาฯอย่างพร้อมเพรียงในวันเปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่1ส.ค.เวลา13.00น. ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา291 วาระ3 ที่ยังไม่ได้ลงมตินั้น ส.ส.ได้หารือผลดีและผลเสีย และเห็นว่าควรให้คาร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญเอาไว้ก่อน ยังไม่มีการทำประชามติในขณะนี้ จากนี้จะให้มีการรณรงค์ให้ประชาชนทราบว่า เหตุใดต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ2550 โดยมอบให้กระทรวงมหาดไทยเป็นแกนนำในการชี้แจงกับประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่จะมีการทำประชามติในอนาคต
นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นว่า ควรที่จะมีการตั้งคณะทำงานหรือคณะกรรมการร่วมระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคร่วมรัฐบาลมาหนึ่งชุด เพื่อศึกษาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะเริ่มหารือครั้งแรกค่ำวันที่31ก.ค.ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์
เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรแก้ไขทั้งฉบับหรือรายมาตรา แนวทางใดน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า หากแก้ไขรายมาตรา คงจะแก้ในมาตราที่สำคัญก่อน จากนี้คงจะต้องดูว่าจะแก้ไขอย่างไร ไม่ให้นำไปสู่การถูกยื่นร้องเรียนอีก หากจะแก้ไขทั้งฉบับจะต้องมีสสร.นั้น จะต้องดำเนินการอย่างไร โดยคณะกรรมการที่ร่วมตั้งขึ้นจะร่วมหาทางออกที่เหมาะสม ยืนยันว่าจุดยืนคืออย่างไรก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ2550
ถามว่าการมอบให้กระทรวงมหาดไทยไปชี้แจงประชาชน ฝ่ายค้านมองว่า ประชาชนอาจไม่ยอมรับ นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านมองอย่างอคติระแวงไปเอง เพราะกระทรวงมหาดไทยถือเป็นกลไกลสำคัญ เนื่องจากมีผู้ว่าราชการ นายอำเภอ ที่สามารถเข้าถึงประชาชนทุกชุมชน การใช้กลไกลกระทรวงมหาดไทยจะทำให้มีความกระจ่างชัดเจน มากขึ้น โดยกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการอย่างตรงไป ตรงมา แต่หากดำเนินการไม่ถูกต้อง ข้าราชการอาจถูกร้องเรียนได้ นอกจากนี้อาจมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วยในอนาคตก็ได้ เพื่อให้ตกผลึกในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า การประชุมสภาฯวันที่1ส.ค.จะยังไม่มีการพิจารณาร่างพรบ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ เพราะบ้านเมืองยังมีความขัดแย้ง ฝ่ายตรงข้ามยังไม่เห็นด้วย ดังนั้นการประชุมสภาฯในสัปดาห์นี้คงจะยังไม่มีการหารือเรื่องนี้ โดยจะเลื่อนวาระพิจารณาเรื่องอื่นมาหารือก่อน ส่วนร่างพรบ.ปรองดอง คงอยู่ลำดับท้ายๆ แต่จะไม่ถอนออกไป การจะถอนออกไปหรือไม่นั้น เราจะไปบังคับฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ และยังต้องหารือกับส.ส.เสียก่อน ดังนั้นร่างพรบ.ปรองดอง จึงต้องยังคาสภาฯเอาไว้ก่อน







