
แดงปัดข่มขู่ตุลาการรธน.แจ้งจับกราวรูด24คน
แกนนำ นปช.เรียงหน้าปฏิเสธไม่เคยข่มขู่ศาล รธน. ด้านโฆษกยันแจ้งความฟ้องให้เป็นเยี่ยงอย่าง ชี้กระทำเป็นขบวนการ
แกนนำ นปช.เรียงหน้าปฏิเสธไม่เคยข่มขู่ศาล รธน. ด้านโฆษกยันแจ้งความฟ้องให้เป็นเยี่ยงอย่าง ชี้กระทำเป็นขบวนการ
จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยว่า ไม่รู้สึกกังวลกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความต่อกองบังคับการกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีในข้อหาดูหมิ่นข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยืนยันว่าไม่เคยพูดข่มขู่และพร้อมพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม
นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กล่าวว่า ไม่ได้ติดใจกับการแจ้งความของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเข้าใจดีว่าเป็นการทำไปเพื่อปกป้ององค์กรของศาลรัฐธรรมนูญเอง และไม่คิดที่จะฟ้องกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ เพราะต้องทำตามนโยบายพรรคเพื่อไทย คือ แก้ไขไม่แก้แค้น แต่ส่วนใครจะไม่แก้ไขและคิดแก้แค้นก็ตามสบาย
นายสมฤทธิ์ ไชยวงค์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2555 ที่ผ่านมา สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษแกนนำ นปช. ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามในหลายข้อหา ประกอบด้วย คดีที่ 1 นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คดีที่ 2 นายก่อแก้ว ข้อหาขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายดูหมิ่นศาล คดีที่ 3 จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ข้อหาดูหมิ่นศาลในการพิจารณาคดี คดีที่ 4 นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ ข้อหาแจ้งความเท็จว่าคณะตุลาการกระทำความผิดเพื่อให้ได้รับโทษทางอาญา คดีที่ 5 กลุ่มบุคคล อาทิ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ กับพวกอีก 24 คน ในข้อหาร่วมกันแจ้งข้อความเท็จ ร่วมกันดูหมิ่นเจ้าพนักงานที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
นายสมฤทธิ์ กล่าวว่า เหตุที่ต้องร้องทุกข์กล่าวโทษ เนื่องจากภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับพิจารณาวินิจฉัย กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว บุคคลเหล่านี้ได้แถลงข่าวปราศรัยตลอดจนใช้วิธีการต่างๆ เพื่อบีบบังคับข่มขืนใจให้วินิจฉัยคดีให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของกลุ่มตนเอง โดยมีการกระทำเป็นกระบวนการร่วมกันเป็นตัวกลาง แบ่งหน้าที่กันทำปราศจากความเคารพยำเกรงต่อกฎหมาย อันเป็นภัยร้ายแรงต่อความสงบของบ้านเมือง จึงจำเป็นที่สำนักงานต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง อันเป็นภัยร้ายแรงต่อความสงบของบ้านเมือง ซึ่งในส่วนของบุคคลอื่นที่ได้กระทำในลักษณะเดียวกันแต่ยังไม่ปรากฏชื่อนั้น ทางสำนักงานจะดำเนินการในลักษณะเดียวกันต่อไป







