
ทำไมต้อง'รอมฏอน'
เพียง 10 วันของเดือนรอมฎอน ซึ่งชาวมุสลิมถือศีลอดตามศาสนบัญญัติ เหตุการณ์ความรุนแรงภาคใต้ ไม่เพียงปะทุถี่ยิบ
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
เพียง 10 วันของเดือนรอมฎอน ซึ่งชาวมุสลิมถือศีลอดตามศาสนบัญญัติ เหตุการณ์ความรุนแรงภาคใต้ ไม่เพียงปะทุถี่ยิบ ซ้ำแต่ละเหตุการณ์ยังเต็มไปด้วยความรุนแรงที่สร้างผลกระทบหนักหน่วง และที่น่าสนใจกว่านั้น การก่อเหตุในช่วงเดือนรอมฎอนมีสถิติสูงทุกปี
ผศ.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ระบุว่า แม้ว่าช่วงเดือนถือศีลอดจะไม่ใช่ช่วงที่มีความรุนแรงสูงสุดของแต่ละปี แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงที่เกิดเหตุรุนแรงมาก โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 2553 และ 2554 การก่อเหตุในเดือนรอมฎอนถือว่าสูงสุดในรอบปี
“การก่อเหตุในเดือนรอมฎอนปี 2553 เกิดขึ้นกว่า 120 ครั้ง และในปี 2554 ก็ไม่น้อยไปกว่ากัน ถือว่าช่วงเดือนนี้สูงสุดของแต่ละปี”
ผศ.ศรีสมภพ อธิบายว่า สาเหตุที่การก่อเหตุในช่วงเดือนรอมฎอนเกิดขึ้นมากนั้น เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ ใช้ช่วงเวลาสำคัญของศาสนาอิสลามแสดงอัตลักษณ์ความเป็นอิสลามที่ต่อสู้กับรัฐไทย รวมทั้งความเชื่อเรื่องการเสียสละต่อสู้ในสงครามศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแต่ชายแดนภาคใต้ของไทย กระแสการก่อการร้ายในอิรัก อัฟกานิสถานและปากีสถาน ก็มักจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนรอมฎอนเช่นกัน
“ในช่วงการถือศีลอด ชาวมุสลิมให้ความสำคัญกับวัตรปฏิบัติทางศาสนาที่เข้มข้นมากกว่าห้วงเวลาปกติ อันเนื่องมาจากความศรัทธาที่ว่าผลบุญอันจะได้รับการตอบแทนจากพระผู้เป็นเจ้านั้นจะมีอยู่สูงกว่าห้วงเวลาอื่น เป็นไปได้หรือไม่ว่า การก่อเหตุรุนแรงในช่วงเวลานี้จึงมีความหมายตามการตีความในบางลักษณะที่มีเหตุผลในมิติทางศาสนารองรับ”
อย่างไรก็ตาม ศรีสมภพ ตั้งข้อสังเกตอย่างน่าสนใจว่า การก่อเหตุในเดือนรอมฎอนของแต่ละปีที่ผ่านมา มักจะเกิดมากในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือน แต่สำหรับปีนี้ เหตุรุนแรงเกิดขึ้นถี่ยิบตั้งแต่ต้นเดือน ซึ่งน่ากังวลว่าถ้าเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่องเช่นนี้ สถิติการก่อเหตุช่วงเดือนรอมฎอนในปีนี้ อาจจะพุ่งสูงมากกว่าทุกปี
ศรีสมภพชี้ให้เห็นข้อสังเกตที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง นั่นคือ การก่อเหตุในช่วงนี้มีรูปแบบของยุทธวิธีใหม่ โดยกลุ่มก่อความไม่สงบมีการใช้กำลังจำนวนมาก จัดเป็นชุดปฏิบัติการเพื่อก่อเหตุ
ยุทธวิธีเดิมคือจะลอบก่อเหตุ ลอบยิง ลอบวางระเบิด แต่ขณะนี้จะเห็นว่ามีการจัดชุดปฏิบัติที่มีกำลังมากเข้าก่อเหตุ เช่น คาร์บอมบ์ดักสังหารรถสายตรวจ สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา แล้วระดมยิง ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 5 นาย การเข้าโจมตีชุดลาดตระเวนทหารพรานที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทำให้ชาวบ้านที่เป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเสียชีวิต 1 คน การโจมตีฐานปฏิบัติการที่ อ.รือเสาะ และระแงะ จ.นราธิวาส และล่าสุดคือการใช้รถกระบะตามประกบยิงทหารเสียชีวิต 4 นาย ที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี โดยคนร้ายใช้รถกระบะถึง 3 คัน และมีกำลังถึง 15 คน
ทั้งนี้ ในช่วงเดือนรอมฎอนตั้งแต่วันที่ 2029 ก.ค. เกิดเหตุความไม่สงบจำนวน 22 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 17 คน และบาดเจ็บ 187 คน เหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบ อาทิ ระเบิดคาร์บอมบ์สุไหโกลก จ.นราธิวาส มีผู้บาดเจ็บ 8 คน กราดยิงร้านน้ำชาบ้านบูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ระเบิดรถหุ้มเกราะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส คาร์บอมบ์ อ.รามัน จ.ยะลา ตำรวจเสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 1 นาย ซุ่มโจมตีทหารชุด รปภ.ครู อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการทหาร อ.ระแงะ และล่าสุดวันที่ 28 ก.ค. ยิงทหารเสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 2 นาย ที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี







