
เฟดต้องส่งสัญญาณที่ดี
บทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์ก แสดงความเห็นว่าท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐที่ย่ำแย่มาเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน
บทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์ก แสดงความเห็นว่าท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐที่ย่ำแย่มาเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน
และต้องเผชิญกับปัญหาความชะงักงันทางการเมืองเกี่ยวกับการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐระหว่างรัฐสภากับฝ่ายบริหาร ดูเหมือนว่า เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเป็นความหวังหนึ่งเดียวในขณะนี้ที่จะช่วยประคับประคองสถานการณ์ที่ย่ำแย่ให้ผ่านพ้นไปได้ชั่วขณะหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกมาส่งสัญญาณและให้ความเชื่อมั่นผ่านทางคำพูด
สำนักข่าวชื่อดังกล่าวต่อว่า เป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดีนักสำหรับเฟด เนื่องจากแนวโน้มการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของเฟดดูเหมือนจะไม่ส่งผลดีต่อทางเศรษฐกิจมากนัก ซึ่งนักวิเคราะห์จากธนาคารโกลด์แมน แซคส์ ชี้ว่า ต่อให้เฟดออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณรอบ 3 (คิวอี 3) ออกมา ก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจแค่ 2 ใน 3 ของการออกคิวอี 2 เท่านั้น
นอกจากนั้น การลดดอกเบี้ยก็จะไม่นำไปสู่การไหลเวียนของเงินสดไปสู่ประชาชนทั่วไปเท่าที่ควร เพราะธนาคารพาณิชย์จะยินดีปล่อยกู้ให้เฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำเท่านั้น
ฉะนั้น บลูมเบิร์กจึงให้คำแนะนำว่า สิ่งที่เฟดจะทำได้ดีที่สุดในขณะนี้คือ การส่งสัญญาณว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ต่อไปอีกจนถึงปี 2558 โดยไม่สนใจว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไรในอนาคต ซึ่งจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดได้เป็นอย่างดี และจะนำไปสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ดีตามมาภายหลัง
กระนั้น ถึงแม้การทำเช่นนี้จะทำให้เฟดเผชิญกับความเสี่ยงที่จะเป็นการผูกมัด ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถปรับเปลี่ยนทิศทางอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต โดยเฉพาะปัญหาเงินเฟ้อที่อาจกลับมา แต่เมื่อพิจารณาจากบริบททางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในปัจจุบันก็จะพบว่า ความเสี่ยงดังกล่าวนั้นอยู่ในภาวะต่ำมาก ดังนั้นเฟดจึงไม่ต้องกังวล







