
ฝันแก้คอร์รัปชัน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศทุกที่ที่มีโอกาส ว่ารัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างมาก ถึงขนาดที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้แต่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน โดยมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานศูนย์ปฏิบัติการดังกล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศทุกที่ที่มีโอกาส ว่ารัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างมาก ถึงขนาดที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้แต่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน โดยมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานศูนย์ปฏิบัติการดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตในส่วนราชการ ที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีและส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง
การตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาลนั้น น่าจะเป็นดาบ 2 คมสำหรับรัฐบาล หากดูเผินๆ จะเป็นการช่วยสร้างภาพลักษณ์ของรัฐบาลในการเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชัน
แต่อีกด้านหนึ่ง อาจจะสร้างความเสียหายให้รัฐบาลหนักยิ่งขึ้นว่าดีแต่พูด หากตั้งเป็นนโยบายขึ้นมาแล้วทำไม่ได้ หรือปฏิบัติตรงข้าม เพราะประชาชนและหน่วยงานตรวจสอบ องค์กรอิสระต่างๆ จะติดตามการทำงานของรัฐบาลว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วรัฐบาลทำอย่างไร แก้ไขปัญหาอย่างไรมากกว่าที่จะเชื่อว่าตั้งศูนย์ปฏิบัติการนี้ขึ้นมาแล้ว การคอร์รัปชันจะลดลง
3 เรื่องแรกที่ศูนย์ปฏิบัติการปราบคอร์รัปชันจะดำเนินการ คือ การรับจำนำข้าว การโกงจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม และงบประมาณท้องถิ่น ที่มีกระแสข่าวว่ามีการเรียกเงิน 25-30% โดยมีรายงานจากกรมบัญชีกลางและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
ขณะนี้ผู้ส่งออกข้าวกำลังออกมาแฉการขายข้าวแบบพิสดารของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีความซับซ้อนในเรื่องของการทุจริตอย่างยิ่ง แต่ทางฝ่ายหน่วยงานของรัฐก็ออกมายืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่จริง ไม่ได้ระบายข้าว 3 ล้านตันออกมา และจะตั้งกรรมการคือข้าราชการมาตรวจสอบ ในขณะที่รัฐมนตรีบอกว่าไม่มีทาง ข้าราชการจะกล้าบอกหรือไม่ว่าข้าวหายจากโกดัง หรือมีการขายข้าวออกไปจริง เมื่อเรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ยืนยันขายในทางลับ เป็นต้น
เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ก็มีปัญหาตั้งแต่โครงการขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ มีการเพิ่มความเสียหายเกินจริงเพื่อขอใช้งบประมาณจำนวนมาก
องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติประกาศผลการจัดอันดับประเทศทุจริตน้อยที่สุดไปถึงประเทศคอร์รัปชันมากที่สุด ครั้งล่าสุดเมื่อปีก่อน จากทั้งหมด 182 ประเทศ ประเทศไทย ได้แค่ 3.4 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน ตกจากอันดับ 78 มาอยู่ในอันดับ 80 แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยไม่ได้ใส่ใจที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ตรงกันข้ามกลับปล่อยให้มีการโกงมากขึ้น
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะทำให้การคอร์รัปชันหมดไป แต่การสร้างจิตสำนึกความโปร่งใสแก้ไขปัญหาที่จริงจังและจริงใจเท่านั้น จึงจะทำให้การคอร์รัปชันของไทยลดลง







