
ดีเอสไอเล็งเอาผิดเอกชนลวงขายจีที200
ดีเอสไอ จ่อฟันบริษทเอกชน ลวงรัฐ ขายจีที200-อัลฟ่า6 ชี้ทำเสียประโยชน์
ดีเอสไอ จ่อฟันบริษทเอกชน ลวงรัฐ ขายจีที200-อัลฟ่า6 ชี้ทำเสียประโยชน์
นายธาริต เพ็งดิษฐ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ดีเอสไอส่งสำนวนการสอบสวนให้คณะกรรมการป้องกันละปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีการทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัย จีที 200 และอัลฟ่า 6 ที่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดซื้อในราคาแพงเกินจริงและฮั้วประมูล โดยจากนี้ดีเอสไอจะสอบสวนดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนที่หลอกลวงรัฐทำให้เสียประโยชน์ต่อไป
ทั้งนี้ ดีเอสไอ จะเชิญ 13 หน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้เสียหายเข้าให้ข้อมูลภายใน 2 สัปดาห์นี้ รวมงบประมาณที่ใช้ในการจัดซื้อถึง 683 ล้านบาท และจะดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนจากประเทศอังกฤษและภายในประเทศไทย โดยได้รับข้อมูลจากอัยการอังกฤษ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยคดีฉ้อโกง ค.ศ.2006 ด้วยการหลอกลวงขายอุปกรณ์ให้กับทางการต่างประเทศ อาทิ บริษัทGlobal Technical บริษัทComms Trac บริษัทATSC บริษัทเอวีเอ แซทคอม จำกัด บริษัทแจ็คสัน อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทเปโตร กรุงเทพฯ บริษัทUGC บริษัทเอ็มแลนด์ดาร์ชฯ และบริษัทASLM Traeding
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กล่าวว่า จากการทดสอบเครื่องจีที 200 และอัลฟ่า 6 ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการโดยหลักวิทยาศาสตร์ ด้วยการวัด อุณหภูมิ ความชื่น ไฟฟ้าสถิต และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมถึงการตรวจหาวัตถุระเบิด สารเสพติด โดยมีบุคคลเป็นผู้ถือจับเครื่องวัด ตามเงื่อนไขใช้งาน ดังนี้
1.ไม่พบว่ามีการแผ่สนามไฟฟ้า จากเครื่อง จีที200 และอัลฟ่า 6 ในทุกสภาวะการทดสอบ 2.ไม่พบประจุไฟฟ้าสถิตย์สะสมบนพื้นผิวของเครื่อง จีที200 และ อัลฟ่า 6 ในทุกสภาวะการทดสอบ 3.ไม่พบว่ามีการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จากเครื่องจีที200 และ อัลฟ่า 6 ในทุกสภาวะการทดสอบ 4.ไม่พบการเคลื่อนที่ของเข็มชี้ทิศทางของเครื่อง จีที200 และอัลฟ่า 6 ที่ทำงานภายใต้สภาวะแวดล้อมที่มีสนามแม่เหล็กรบกวน และ 5.ไม่พบการเคลื่อนที่บอกทิศทางของเครื่อง แม้จะตรวจสอบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จนเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียของเจ้าหน้าที่ทหารตามมา







