
ศาลเลื่อนอ่านอุทธรณ์ชูวิทย์ รื้อบาร์เบียร์
ศาลอาญากรุงเทพใต้ เลื่อนอ่านอุทธรณ์ “ชูวิทย์” พร้อมพวก 131 คดีรื้อบาร์เบียร์สุขุมวิท ปี 46 เหตุจำเลยมาไม่ครบ นัดอีกครั้ง 11 ก.ย.นี้ 09.00 น.
ศาลอาญากรุงเทพใต้ เลื่อนอ่านอุทธรณ์ “ชูวิทย์” พร้อมพวก 131 คดีรื้อบาร์เบียร์สุขุมวิท ปี 46 เหตุจำเลยมาไม่ครบ นัดอีกครั้ง 11 ก.ย.นี้ 09.00 น.
ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 วันที่ 25 ก.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีรื้อบาร์เบียร์สุขุมวิทซอย 10 คดีหมายเลขดำ ด.2150/2546 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง จ.ส.อ.อภิชาติ ริมมสารหรือรัมมะสาร, นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยอดีตผู้บริหารบริษัทสุขุมวิท ซิลเวอร์สตาร์ , พ.ท.หิมาลัย หรือ เสธ.หิ ผิวพรรณ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา บก.สส. ( ตำแหน่งขณะฟ้องปี 2546) , พ.ต.ธัญเทพ หรือ เสธ.แอ๊ป ธรรมธร นายทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ( ตำแหน่งขณะฟ้องปี 2546) กับพวกรวม 131 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ , บุกรุกในเวลากลางคืน และกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลปราศจากเสรีภาพ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้ามืดเวลา 04.00 น.วันที่ 26 ม.ค.46 มีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายร้อยคนแต่งกายชุดซาฟารี พร้อมรถแบ็กโฮบุกเข้าทำลายร้านบาร์เบียร์ 60 ร้าน ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ บริเวณสุขุมวิทสแควร์ ซอยสุขุมวิท 10 ถนนสุขุมวิท แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ เสียหายราบเป็นหน้ากลอง เนื่องจากกลุ่มนายทุนกลุ่มใหม่ได้ว่าจ้างให้เข้าไปรื้อร้านค้าของผู้เช่าเดิมเพื่อใช้พื้นที่ทำประโยชน์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนจนสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสิ้นจำนวน 131 คน อาทิ นายชูวิทย์, พ.ท.หิมาลัย หรือ เสธ.หิ, พ.ต.ธัญเทพ หรือ เสธ.แอ๊ป โดย พ.ต.ธัญเทพ และนายชูวิทย์ นั้นได้เข้ามอบตัวในภายหลัง โดยพนักงานสอบสวนใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานกว่า 2 เดือน จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฟ้องเมื่อวันที่ 13 มี.ค.46 โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ
โดยนายชูวิทย์ หนึ่งในจำเลย เปิดเผยภายหลังขึ้นศาลว่า เนื่องจากวันนี้จำเลยเดินทางมาศาลไม่ครบ โดยมีจำเลย 8 รายไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ตามนัด ศาลอาญากรุงเทพใต้ จึงนัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์อีกครั้งในวันที่ 11 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ขณะที่ผ่านมาก็มีจำเลยเสียชีวิตไปแล้วบ้างประมาณ 10 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 13 ก.ค.49พิพากษาให้จำคุก 1 ปีนายชาญเวทย์ มาลัยบูชา จำเลยที่ 49 ซึ่งเป็นทนายความนำเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ดินไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ให้ลงบันทึกประจำวันช่วงเวลาเดียวกับที่กลุ่มชายฉกรรจ์กำลังรื้อถอน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือให้ผู้อื่นเข้าใจว่าการรื้อถอนถูกกฎหมาย และหาผู้ร่วมดำเนินการ ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา ม.358, 365 (2) (3) ประกอบ 362, 83 และ 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน แต่ศาลเห็นว่าคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 49 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยอื่นศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัย ให้ยกฟ้อง







