
มือโพสต์ใบสั่งขอโทษตำรวจ
มือโพสต์ใบสั่งว่อนเน็ตออกมาขอโทษตำรวจ รับรู้เท่าไม่ถึงการณ์เป็นอุทาหรณ์ก่อนโพสต์ข้อความ
มือโพสต์ใบสั่งว่อนเน็ตออกมาขอโทษตำรวจ รับรู้เท่าไม่ถึงการณ์เป็นอุทาหรณ์ก่อนโพสต์ข้อความ
นายกรวิทย์ พึ่งสุวรรณ อายุ 23 ปีเดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) และนำหลักฐานใบสั่งจำนวน 2 ใบที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรออกให้กับผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจรของ สน.พลับพลาไชย 1 ข้อหาจอดรถในที่ห้ามจอดแปะไว้หน้ากระจกรถยนต์ของตนเองทะเบียน ถย-4190 กทม.ที่ถูกล็อคล้อ และใบสั่งของ สน.ศาลาแดง ความผิดข้อหาฝ่าฝืนสัญญานไฟจราจร (ผ่าไฟแดง) โดยมีการยึดใบขับขี่และระบุชื่อผู้ขับรถทะเบียน ถย.4190 กทม.ไว้อย่างชัดเจนในใบสั่ง
หลังนายกรวิทย์ได้ถ่ายรูปเปรียบเทียบใบสั่งทั้งสองใบแล้วนำไปโพสต์ผ่านเว็ปไซด์ระบุว่า ใบสั่งด้านขวาซึ่งเป็นใบสั่งของ สน. พลับพลาไชย 1 นั้นเป็นใบสั่งปลอม ส่วนใบสั่งด้านซ้ายในภาพที่ปรากฎในเว็ปไซด์ของ สน.ศาลาแดง เป็นใบสั่งจริง เนื่องจากมีการประทับตรายางราชการไว้อย่างชัดเจน ขณะที่ใบสั่งของสน.พลับพลาไชย 1 ไม่มีการประทับตรา และเป็นลายมือเขียนของเจ้าหน้าที่
หลังข่าวดังกล่าวสะพัดออกไป พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านจราจร ต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า จากการตรวจสอบพบว่าเป็นใบสั่งจริงทั้ง 2 ใบ เพียงแต่วิธีการบันทึกข้อมูลลงในใบสั่งต่างกัน ระหว่างการเขียนด้วยปากกา กับการปั๊มข้อความ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ สน.แต่ละแห่งจะเลือกใช้วิธีใด และการนำใบสั่งซึ่งเป็นเอกสารของทางราชการไปโพสต์ลักษณะนี้ ทำให้เกิดความเสื่อมเสียถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ
วันนี้ได้เชิญตัวนายกรวิทย์ ผู้ที่โพสต์ข้อความดังกล่าวในเว็ปไซด์มาชี้แจงและทำความเข้าใจกันพร้อมสอบถามเหตุผลว่า เหตุที่นำใบสั่งไปโพสต์ลงในเว็ปไซด์นั้นเพราะเหตุใด และต้องการให้นายกรวิทย์ขอโทษตำรวจในสิ่งที่ทำลงไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
พล.ต.ต.วรศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า ใบสั่งทั้ง 2 ใบเป็นของจริง ส่วนที่มีการใช้ตรายางประทับและระบุค่าปรับนั้นถือเป็นความสะดวกของแต่ละพื้นที่ เพราะบางพื้นที่มีการใช้ใบสั่งมาก จึงต้องใช้การประทับด้วยตรายาง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำงาน ส่วนอัตราค่าปรับก็สามารถระบุได้ เพราะเป็นข้อกำหนดสำหรับเปรียบเทียบปรับกับผู้ฝ่าฝืนกฎจราจร และสำหรับบุคคลที่เสียค่าปรับผ่านไปรษณีย์ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะไม่เสี่ยงปลอมแปลงใบสั่งอย่างแน่นอน เพราะมีโทษทางอาญา จำคุกถึง 20 ปี แต่หากประชาชนท่านใดสงสัยก็สามารถตรวจสอบได้
นายกรวิทย์ กล่าวยอมรับผิดแต่โดยดี พร้อมยอมรับว่าสาเหตุที่ทำลงไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากเห็นว่า ใบสั่งสองใบนี้มีความแตกต่างกันเพราะใบหนึ่งมีการปั๊มตรายางเครื่องหมายราชการอย่างถูกต้อง ส่วนอีกใบไม่มีตราราชการแต่อย่างใด และบอกด้วยว่าไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมาก่อน เป็นเพราะความเข้าใจผิดของตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นข่าวจึงนำเรื่องไปปรึกษาพ่อแม่และพากันมาพบรองผบช.น.ในวันนี้
"เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์สำหรับตัวผมเอง อยากฝากเตือนทุกๆคนว่า ก่อนจะโพสต์อะไรลงในเว็ปไซด์ต่างๆให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่างก่อน อย่าผลีผลามทำอะไรแบบผมเองจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน " นายกรวิทย์กล่าวในตอนท้ายและกล่าวขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำให้เสื่อมเสีย







