posttoday
สนามบินสุวรรณภูมิ : ทันสมัยแต่ไม่พัฒนา

สนามบินสุวรรณภูมิ : ทันสมัยแต่ไม่พัฒนา

25 กรกฎาคม 2555

ผมได้เดินทางไปในหลายจังหวัด ภายหลังจากนายกรัฐมนตรี (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)

โดย...โกวิทย์ พวงงาม

ผมได้เดินทางไปในหลายจังหวัด ภายหลังจากนายกรัฐมนตรี (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เข้าไปประชุมติดตามการบริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่กี่วัน ผมก็ได้ประสบกับการเสียเวลาของการขึ้นลงเครื่องบินและที่สำคัญสายการบินไทยก็ยังคงออกไม่ค่อยตรงเวลา โดยเฉพาะเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ค. 2555 เครื่องบินของสายการบินไทยจากหาดใหญ่มาสุวรรณภูมิ ต้องให้ผู้โดยสารรอนานเกือบ 3 ชั่วโมง โดยได้รับคำอธิบายถึงปัญหาซ้ำซากว่า การเจราจรที่สนามบินแออัดมีการซ่อมรันเวย์ และมีปัญหาขัดข้องของระบบเครื่องบิน เป็นต้น

ผมจึงเห็นว่า ประชาชนคนไทยไม่ว่าจะเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ เสมือนถูกบังคับให้ทุกคนใช้หรือต้องไปใช้ที่สนามบินที่ “สนามบินสุวรรณภูมิ” และเมื่อไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ก็สามารถสัมผัสได้ถึงปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมิในหลายๆ กรณี โดยไม่จำเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ไปประชุมติดตามการบริหารจัดการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแต่อย่างใด เพราะรายงานการติดตามความคืบหน้า พบว่ามีทั้งปัญหาที่คนทั่วไปรับรู้ เช่น ปัญหาความแออัดภายในอาคารผู้โดยสารและเต็มไปด้วยร้านค้าที่ปิดบังทางหนีไฟ ซึ่งกระทบต่อปัญหามาตรฐานความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ปัญหาการเข้าคิวตรวจหนังสือเดินทางที่ใช้เวลานานเป็นชั่วโมง เพราะความแออัดของปริมาณผู้โดยสาร ปัญหาเรดาร์หอบังคับการบินจอดับกะทันหัน และที่สำคัญปัญหารันเวย์ (Runway) ที่ชำรุดทำให้ไม่สามารถใช้รันเวย์ได้ มีผลกระทบต่อการขึ้นและลงจอดของเที่ยวบินต่างๆ รวมทั้งปัญหาที่ตามมาก็คือ การขึ้นลงจอดไม่ตรงเวลาในตารางบินที่กำหนดไว้

ผมเข้าใจว่า แม้เราจะพยายามที่แก้ไขปัญหาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมทั้งการเร่งพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการใช้สนามบิน ทั้งการปรับปรุงหรือเพิ่มรันเวย์ให้เต็มพื้นที่ เพื่อรองรับความหนาแน่นของผู้คนที่มาใช้บริการ ตลอดจนการพัฒนารันเวย์ให้รองรับเที่ยวบินต่อชั่วโมงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพียงใดก็ตามนั้น แต่ก็เห็นว่า “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็จะยังคงมีปัญหาอย่างไม่มีวันรู้จบ” ทั้งนี้เพราะ “การยึดมั่นถือมั่นกับวิธีคิดการใช้สนามบินแห่งชาติเพียงแห่งเดียว” เป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งปวง และผลที่ตามมาก็คือการชำรุดทรุดโทรมของสนามบิน และจะพบความไม่เชื่อว่า “สนามบินสุวรรณภูมิเป็นสนามบินใหม่ ที่เพิ่งใช้สนามบินอย่างเต็มศักยภาพ ตั้งแต่ต้นปี 2550 จนถึงปี 2555 รวมเวลา 5 ปีเต็ม” เราก็พบเห็นปัญหาสภาพทรุดโทรม ในหลายประเด็น อาทิ

ปัญหาความทรุดโทรมของรันเวย์ (Runway) ที่มีผลกระทบต่อการขึ้นลงจอดของเที่ยวบินต่างๆ และมีผลกระทบต่อการทำให้หลายเที่ยวบินกว่าจะได้ขึ้นบิน หรือลงจอดต้องทำให้ “เสียเวลา” หรือ “ผิดเวลา” อยู่อย่างสม่ำเสมอ (2) ปัญหารถเข็นเพื่อบรรทุกกระเป๋าผู้ โดยสาร มักจะชำรุดทรุดโทรมเสื่อมสภาพเร็ว ตัวอย่างที่พบ ลูกล้อรถเข็นชำรุด เสียงดัง จะเข็นให้เดินไปข้างหน้า แต่มันกลับมาข้างหลัง เป็นต้น (3) ปัญหาห้องน้ำห้องส้วมแออัด คับแคบ และยังมีความสกปรกให้เห็นอยู่สม่ำเสมอ (4) ปัญหาการเข้าจอดของเครื่องบิน ด้วยปริมาณความหนาแน่นของเที่ยวบินต่อชั่วโมง มีปริมาณมากเกินที่รันเวย์ของสนามบินจะรองรับได้ ดังนั้นการลงจอดเพื่อนำผู้โดยสารมาจอดเทียบกับท่าจอดหรือใช้เทียบงวงช้าง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารทำได้ยาก สิ่งที่ตามมาก็คือ “การลงจอดกลางทุ่งนาหรือทางลาดจอดที่อยู่ห่างไกลจากอาคารในสนามบินมากเป็นกิโล” และปล่อยให้ผู้โดยสารต้องหอบหิ้วสัมภาระต่างๆ อย่างทุลักทุเลมาขึ้นรถขนส่ง (Airport Bus) ที่แออัดยัดเยียดมายังอาคารผู้โดยสาร ซึ่งต้องทำให้เสียเวลาและเสียความรู้สึก

ทางออกที่จะแก้ปัญหาก็คือ การใช้นโยบายสนามบินของชาติหรือแห่งชาติไทย น่าจะมี 2 สนามบิน นั้นก็คือ ต้องใช้ “สนามบินดอนเมือง” ให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาต่างๆ ทั้งปวงของสนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งนี้เพราะสนามบินดอนเมืองถูกทิ้งไว้ให้รกร้างว่างเปล่ามาเป็นเวลานานเกือบ 4-5 ปีแล้ว มิได้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจแต่อย่างใด แถมยังทำให้อาคารสถานที่ต้องทรุดโทรมลงไปโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์

ทั้งนี้ ผมเห็นว่า “สนามบินดอนเมือง” มีศักยภาพสามารถรองรับสายการบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยอาจจะเป็นการบินในประเทศ และอาจจะแบ่งโซนบินระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือภายในกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ก็อาจจะพิจารณาเพื่อก็ให้เกิดความเหมาะสม

ผมจึงเห็นด้วยกับแนวคิดของ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยาน หรือ ทอท. ว่าจะมีการย้ายสายการบินบางสายการบินไปใช้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และเห็นว่าขณะนี้มีสายการบินตอบรับแล้ว 4 สายการบิน ซึ่งก่อนหน้านี้สายการบินนกแอร์ก็ได้มาใช้สนามบินดอนเมืองแล้ว และผมอยากเสนอว่า ควรจะมีนโยบายให้ชัดเจน เพื่อให้สายการบินมาใช้สนามบินดอนเมืองอย่างเต็มศักยภาพและสามารถทำการบินระหว่างประเทศได้ เช่น กลุ่มประเทศ ASEAN หรือประเทศในแถบเอเชียบางประเทศ เป็นต้น

ผมจึงเข้าใจว่า นโยบายสนามบินสุวรรณภูมิเป็นเรื่องทางการเมืองทั้งฝ่ายผู้นำทางการเมืองไทยที่ผ่านมาและปัจจุบัน ทั้งการเลือกใช้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นสนามบินแห่งชาติเพียงแห่งเดียว โดยการทอดทิ้งสนามบินดอนเมืองให้รกร้างว่างเปล่าโดยไม่ใช้ประโยชน์นั้น ถือเป็นการตัดสินใจที่ยืนอยู่บนผลประโยชน์ใคร จะเป็นประโยชน์ทางการเมืองและธุรกิจการเมืองของนักการเมือง หรือจะเป็นประโยชน์ส่วนใหญ่ของชาติและประชาชนหรือไม่ ซึ่งคำตอบก็เห็นๆ กันอยู่ว่า สนามบินสุวรรณภูมิก็กลับกลายเป็นสนามบินที่เป็นปัญหาอย่างที่เห็นกันอยู่อย่างซ้ำซาก หรือจะเรียกกันว่าเป็น “สนามบินที่ทันสมัยแต่ไม่พัฒนา”

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง