posttoday
ข้าราชการควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน

ข้าราชการควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน

25 กรกฎาคม 2555

ปกติผมจะหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองต่อสาธารณะ

โดย...ถวิล เปลี่ยนศรี

ปกติผมจะหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองต่อสาธารณะ แน่นอนไม่ใช่เพราะผมไม่มีความคิดความเห็นทางการเมือง แต่เป็นเพราะสถานะข้าราชการประจำของผม ทำให้ผมต้องระมัดระวังไม่ให้เสียความเป็นกลางในตำแหน่งหน้าที่

อีกเรื่องที่ผมพยายามระมัดระวังในการพูดจา ก็คือการบริหารราชการประจำ ผมพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงหน่วยงานอื่นๆ แต่จะเลือกพูดเฉพาะเรื่องของผมเอง เรื่องของหน่วยที่ผมรับผิดชอบ หรือเรื่องที่เป็นส่วนรวมของระบบราชการเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานั้นมีเรื่องที่สะกิดใจผมบางเรื่อง ที่ผมต้องแหวกกฎออกไปพูดถึงเรื่องหน่วยอื่นๆ แต่ก็ยังอยู่บนหลักการของระบบราชการโดยรวมซึ่งผมเป็นสมาชิกอยู่ เหตุอันนั้นก็คือการพูดจาแสดงความคิดเห็นของผู้มีอำนาจทางการเมืองบางท่าน ต่อการบริหารราชการ โดยเฉพาะการบริหารงานบุคคล ซึ่งผมคิดว่าเป็นทัศนะที่เป็นอันตรายต่อระบบราชการโดยรวม เพราะเป็นท่าทีและความเห็นที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนระบบคุณธรรม และเป็นทัศนะที่ไม่ได้คำนึงถึงจิตใจของข้าราชการอาชีพทั่วประเทศ

ท่านคงได้ยิน ได้ฟังมาเหมือนผมนะครับว่า ผู้มีอำนาจในทางการเมืองท่านหนึ่ง ในโอกาสที่ท่านได้มอบนโยบายให้กับตำรวจ ท่านให้สัมภาษณ์ด้วยความภาคภูมิใจในฐานะที่ท่านเป็นตำรวจเก่าว่าตำรวจในยุคนี้มีบทบาทเฟื่องฟูมาก เพราะมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่และอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคนไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ หลายหน่วยงาน ทั้งเลขาธิการ ศอ.บต. เลขาธิการ สมช. เลขาธิการ ป.ป.ส. รวมทั้งยังไปเป็นหัวหน้าหน่วยงานในองค์การคลังสินค้า กองอำนวยการสลากกินแบ่งรัฐบาล และหลายหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม

ความจริงแล้ว หากท่านจะพูดถึงความรุ่งโรจน์ รุ่งเรือง ขององค์กรตำรวจในแง่ของการปฏิบัติงานตำรวจอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ก็เป็นเรื่องที่ควรแก่การแซ่ซ้องสรรเสริญ และพลอยชื่นชมยินดีไปด้วย ว่าตำรวจปฏิบัติงานประสบความสำเร็จในงานตำรวจอย่างงดงาม แต่นี่สิ่งที่ท่านภาคภูมิใจนั้น อีกด้านหนึ่ง หมายถึงการคุกคาม การก้าวก่าย แทรกแซง และการขยายบทบาทล้ำเข้าไปยังหน่วยงานอื่นๆ

ท่านไม่คิดเลยหรือว่าข้าราชการในหน่วยงานนั้นๆ จะรู้สึกอย่างไร โดยเฉพาะผู้ที่เติบโตมาตามลำดับขั้น ในสายงานของตน ท่านมองข้ามหรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของข้าราชการเหล่านี้เลยหรือ หรือเพียงเพราะพวกเขาไม่ใช่พวกของท่านเท่านั้น โดยนัยเช่นนี้ ความรุ่งโรจน์โชติช่วงของหน่วยงานหนึ่ง ก็คือความดับมืด ร่วงโรย อับเฉาของอีกหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น

เช่นเดียวกัน เมื่อเร็วๆ นี้มีการพิจารณาเพื่อแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ เพื่อทดแทนคนปัจจุบันที่จะเกษียณราชการ โดยปรากฏผู้ที่เหมาะสมในระดับพลตำรวจเอกหลายท่านต้องผิดหวัง ที่พูดถึงก็เช่น พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ เป็นต้น เรื่องก็ควรจบแค่นั้น ท่านที่ผิดหวังท่านก็คงทำใจ และผมเชื่อว่าท่านมีสปิริตพอที่จะก้มหน้าก้มตาทำงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ในฐานะข้าราชการที่ดีต่อไป แต่เรื่องมันไม่จบ เมื่อท่านผู้มีอำนาจท่านมีแนวความคิดที่จะเยียวยาให้กับท่านเหล่านั้น โดยพิจารณาตำแหน่งในหน่วยงานอื่นๆ ให้ เช่น เลขาธิการ ป.ป.ส. อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น อีกแล้ว

ข่าวทำนองนี้นั้นด้านหนึ่งมองเหมือนกับท่านมีเมตตามีความเป็นธรรม คำนึงถึงความรู้สึกของผู้ใต้บังคับบัญชาที่ผิดหวัง และตั้งใจจะเยียวยาช่วยเหลือเขาเหล่านั้น

แต่ท่านลืมไปว่าขณะที่ท่านมีเมตตา มีความตั้งใจที่ควรแก่การยกย่องที่จะเยียวยาต่อคนเหล่านั้น ท่านกลับขาดเมตตา เห็นอกเห็นใจข้าราชการอื่นๆ ที่เขาเติบโตอยู่ในหน่วยงานนั้นๆ มาแต่ต้น ท่านไม่คิดหรือว่าเขาก็เป็นคน เขาก็เป็นข้าราชการที่ควรได้รับความเป็นธรรม ความยุติธรรมจากท่านเช่นกัน หรือว่าท่านคิดว่าเขาไม่มีชีวิตจิตใจหรือความรู้สึกใดๆ เขาเป็นได้ก็แค่เบี้ย แค่ตัวประกอบ ไม่อาจจะเผยอหน้าขึ้นมาเป็นหัวหน้าหน่วยที่เขาใช้เวลานับสิบๆ ปี เติบโตขึ้นมา

ผมคิดว่าการแก้ไขปัญหาแบบแก้ปัญหาที่หนึ่ง แต่ไปสร้างปัญหาอีกที่หนึ่งหรืออีกหลายๆ ที่เช่นนี้ ท่านที่อยู่ในข่ายจะได้รับการเยียวยา ซึ่งหลายท่านผู้รู้จักท่านดี ท่านเป็นข้าราชการอาชีพ ท่านคงไม่ยินดีด้วยหรอกครับ

ทัศนคติหรือความคิดที่เป็นมิจฉาทิฐิเช่นนี้ ปล่อยไว้ไม่ได้หรอกครับ ต้องแก้ไขให้หมดไป หมดไปเร็วเท่าไรก็จะเป็นคุณประโยชน์ต่อระบบราชการ ต่อประเทศเร็วขึ้นเท่านั้นครับ และผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องช่วยกัน เริ่มต้นจากฝ่ายการเมืองที่ท่านมีอำนาจในมือนั่นแหละครับ ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ลงมาจนถึงรัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือหากมีใครอยู่เบื้องหลังอีก ก็ต้องแก้ไขไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังด้วยล่ะครับ

แก้โดยการปรับความคิดให้ถูกต้อง ตรงร่องตรงรอย ให้อยู่บนหลักคุณธรรม ความเป็นธรรม เห็นอกเห็นใจข้าราชการทุกฝ่ายทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

ท่านต้องเชื่อสัจธรรมที่ว่า การแต่งตั้งคนที่ท่านรักชอบ เป็นพวกของท่านไปไว้ตามหน่วยงานต่างๆ นั้น จะเกิดประโยชน์ต่อท่านในระยะสั้นเท่านั้น ในระยะยาวแล้วจะไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเลย แม้แต่ตัวท่านเอง

ผมขอเรียนว่า ความเป็นมืออาชีพ ความเชี่ยวชาญพิเศษ รวมทั้งการมีจิตวิญญาณเฉพาะของหน่วย ที่เราเรียกว่า สปิริต (Spirit) ของหน่วยงานนั้น สำคัญมากนะครับ ผมเคยทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงหลายหน่วยงาน ทั้งพลเรือน ตำรวจ และทหาร แต่ละหน่วยต่างก็มีความเชี่ยวชาญความดีเด่น เป็นเอกลักษณ์ของตนที่ถ่ายทอดสั่งสมกันมาเป็นรุ่นๆ ทั้งสิ้น เช่น กรณีหน่วยข่าว ซึ่งมีทั้งหน่วยข่าวพลเรือน คือ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) หน่วยข่าวของทหาร คือ ศูนย์รักษาความปลอดภัย ขึ้นกับกองบัญชาการกองทัพไทย และหน่วยข่าวกรองเหล่าทัพ รวมทั้งหน่วยข่าวของตำรวจ คือ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล เหล่านี้ต่างมีจุดดี จุดเด่น ความชำนาญเฉพาะของตน จะเอาผู้ที่ทำงานด้านข่าวทางทหารมาทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยข่าวกรองพลเรือน อย่าง สขช. ก็ผิดฝาผิดตัว ในทางกลับกันก็เช่นกัน ไม่อาจทดแทนกันได้

อีกภาคส่วนที่ผมอยากฝากให้ช่วยดูแลให้ความเป็นธรรมแก่ข้าราชการ ซึ่งความจริงแล้วก็เป็นหน้าที่ของท่านโดยตรงอยู่แล้ว คือ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. ซึ่งตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 เป็นองค์กรอิสระ ที่มีวาระดำรงตำแหน่งตามกฎหมาย และส่วนใหญ่ก็เป็นอดีตข้าราชการผู้ใหญ่ทั้งสิ้น ท่านซาบซึ้งดีอยู่แล้วว่า ข้าราชการนั้นเป็นเบี้ยล่างฝ่ายการเมืองแค่ไหน เขาฝากความหวังที่ท่านจะเข้ามาช่วยดูแลพวกเขามากเพียงใด ดังนั้น ท่านต้องกล้าหาญที่จะปกป้องคุ้มครองข้าราชการที่ถูกรังแกและไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมเองมองเห็นความมุ่งมั่นตรงไปตรงมาของหลายท่านใน ก.พ.ค. ซึ่งต้องแสดงความชื่นชมยกย่องไว้ ณ ที่นี้ด้วย

แต่สำหรับบางท่านนั้นผมยังมองไม่เห็น ย้อนมายังกรณีที่ผมร้องทุกข์ ก.พ.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีย้ายผมไม่เป็นธรรม โดยนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าไม่ได้กลั่นแกล้งผม ไม่ได้ตัดสินใจบนเหตุผลทางการเมืองที่ย้ายผมออก และย้ายเอาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้นมาแทนเพื่อให้สามารถแต่งตั้งญาติของตนขึ้นไปเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแทน แต่ย้ายผมเพื่อให้ผมไปช่วยงานนโยบายด้านความมั่นคงที่มีความสำคัญยิ่งขึ้น เพราะผมมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ผลคือ ก.พ.ค.ท่านยกคำร้องผม ท่านไม่ได้ดูบริบทของเรื่อง ท่านไม่ได้ดูเจตนาของการกระทำตามหลัก กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา เขาตั้งท่านขึ้นมาไต่สวนค้นหาความจริงแล้วท่านได้ค้นหาความจริงหรือไม่ ทั้งๆ ที่คนทั่วไปเขาเชื่อเขาเห็น มีแต่ท่านที่ไม่เห็นไม่รู้

ผมยังหวังว่าท่านจะได้ใคร่ครวญและทบทวนเรื่องเหล่านี้ เพื่อท่านจะได้ทำหน้าที่ให้การปกป้องคุ้มครองข้าราชการในกรณีอื่นๆ ต่อไปได้

อีกภาคส่วนหนึ่งซึ่งผมคิดว่ามีความสำคัญมาก และมากกว่าส่วนอื่นๆ ด้วยซ้ำ เพราะส่วนอื่นๆ นั้นเราต้องร้องขอ แต่ส่วนที่ท่านทำได้ด้วยตัวท่านเอง ตัดสินอนาคตของท่านได้ด้วยตัวท่านเอง คือ ตัวข้าราชการประจำทั้งหลาย ซึ่งผมคิดว่าส่วนใหญ่ก็เป็นคนดี มีคุณธรรม เว้นแต่ส่วนน้อยเท่านั้นที่อาจยังหวังการเติบโตทางลัด รับใช้ฝ่ายการเมืองอย่างไม่ลืมหูลืมตา หวังก้าวหน้าโดยลืมคุณธรรมไป โดยวิธีผิดๆ เช่นนี้อาจบันดาลให้ท่านได้ลาภ ยศ โดยเร็วในวันนี้ แต่เรื่องเหล่านี้เป็นหัวโขนทั้งสิ้น วันหนึ่งเมื่อท่านถอดหัวโขนออก แล้วท่านย้อนกลับมาดูท่านจะเห็นว่ามันไม่คุ้มค่ากับคุณค่าและศักดิ์ศรีของท่านเลย

นอกจากนั้น ผมคิดว่าข้าราชการที่ดี ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของระบบท่านต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของท่านเองด้วย ผมเรียนว่า ท่านมีสิทธิอย่างเต็มที่ที่จะปกป้องสิทธิของท่าน ไม่ให้ถูกใครมารังแกอย่างไม่เป็นธรรมครับ และเรื่องนี้ท่านทำคนเดียวอาจโดดเดี่ยว แนวทางใน พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ก็เปิดทางในเรื่องสหภาพข้าราชการพลเรือนไว้แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราในฐานะที่รับราชการเป็นอาชีพควรให้ความสนใจ เพื่อว่าในอนาคตพวกเราจะได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท