posttoday
รายงานพิเศษ:"แดงแตก"ดูดเลือดล้านซีซี มวลชนทั้งสู้ ทั้งห่วงตัวเอง- สุขภาพ -ความปลอดภัย

รายงานพิเศษ:"แดงแตก"ดูดเลือดล้านซีซี มวลชนทั้งสู้ ทั้งห่วงตัวเอง- สุขภาพ -ความปลอดภัย

16 มีนาคม 2553

คนเสื้อแดงที่ร่วมชุมนุม  มีความเห็นหลากหลายต่อมาตรการกดดันรัฐบาลขั้นสุดท้ายด้วยการขอรับบริจาคเลือด 1 ล้านซีซี แม้ส่วนใหญ่จะพร้อมตามคำสั่งแกนนำ แต่อีกส่วนก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของตัวเอง

คนเสื้อแดงที่ร่วมชุมนุม  มีความเห็นหลากหลายต่อมาตรการกดดันรัฐบาลขั้นสุดท้ายด้วยการขอรับบริจาคเลือด 1 ล้านซีซี แม้ส่วนใหญ่จะพร้อมตามคำสั่งแกนนำ แต่อีกส่วนก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของตัวเอง

โดย- ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์

 

รายงานพิเศษ:"แดงแตก"ดูดเลือดล้านซีซี มวลชนทั้งสู้ ทั้งห่วงตัวเอง- สุขภาพ -ความปลอดภัย เเกนนำเสื้อเเดงโชว์เจาะเลือดเมื่อเวลา 08.00น.

08.00 น. ได้ฤกษ์ที่คนเสื้อแดงได้สละเลือดคนละ 10 ซีซี ตามคำสั่งแกนนำ เพื่อดำเนินมาตรการขั้นสุดท้ายกดดันรัฐบาล โดยจะนำเลือดที่รับบริจาคให้ได้ 1 ล้านซีซี ไปเทที่ทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงให้เห็นว่า ประชาชนไม่ยอมรับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

มาตรการนี้ถูกวิจารณ์จากหลายฝ่าย แม้แต่ลูกพรรคเพื่อไทยด้วยกันเองว่า ไม่น่าได้ผล ขณะเดียวกันยังถูกวิจารณ์ว่า นี่เป็นเคล็ดทางไสยศาสตร์หรือไม่ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยประกาศว่า "จะกลับประเทศก็ต่อเมื่อมีเลือดคนเลื้อแดงทาแผ่นดิน"

กระนั้น ทางการแพทย์ มีความเป็นห่วงว่า การรับบริจาคในที่ชุมนุม และไม่ผ่านการตรวจสุขภาพ อาจมีความเสี่ยงต่างๆ นานๆ ทั้งเข็ม ระบบการเจาะเลือด สุขภาพผู้ชุมนุมก่อนซึ่งอยู่ในภาวะอ่อนล้าเต็มทน   ขณะที่ พญ.พัชรา ศิริวงศ์รังสรร  ผู้อำนวยการสำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  บอกด้วยว่า  การเจาะเลือดที่ไม่ถูกวิธีมีความเสี่ยงการติดเชื้อเอชไอวี โดยเฉพาะหากในกลุ่มผู้ชุมนุมมีผู้ติดเชื้อก็อาจเสี่ยงติดเชื้ออื่นๆ จากการใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาด

ทีมงานโพสต์ทูเดย์ สำรวจความเห็น  คนเสื้อแดงที่ร่วมชุมนุมอยู่ที่ถ.ราชดำเนิน มีความเห็นหลากหลายต่อการขอรับบริจาคเลือดครั้งนี้ แม้ส่วนใหญ่จะพร้อมตามคำสั่งแกนนำ แต่อีกส่วนก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของตัวเองเช่นกัน

ปิติวัฒน์ ชนากรไชยวัฒน์ หนุ่มอายุ 37 ปี พ่อค้าเสื้อแดงขายก๋วยเตี๋ยวและน้ำดื่มบริเวณ ถ.ราชดำเนิน บอกว่า "ผมมาเข้าร่วมเพื่อแสดงความเจตนาที่ชัดเจน เรื่องการบริจาคเลือด 10 ซีซี ไม่รู้สึกกังวลในมาตรฐานเรื่องอุปกรณ์หรือขั้นตอน เพราะเข็มฉีดยาอันหนึ่งก็ไม่กี่บาท"

"เมื่อคืนผมรีบกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อวันนี้มาร่วมเจาะเลือดกับผู้ชุมนุมคนอื่นๆ" พ่อค้าหนุ่มที่แต่เดิมขายก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้านิคมอุตสาหกรรมจ.สมุทรสาคร  ยังบอกว่า มา
ชุมนุมตั้งแต่วันแรกแล้ว เอาภรรยา และลูกน้องที่ร้านมาด้วย 3 คน มาตั้งแต่ 9.00 น. ทุกวัน ถือโอกาสมาขายก๋วยเตี๋ยวตรงนี้ด้วยจะได้ไม่เสียรายได้

วิภาวี ไม่ออกนามสกุล หญิงสาววัย 34 ปีที่ตามสามีมาจากสิงห์บุรี บอกว่า "ไม่กังวลกับเข็มฉีดยาเลย เพราะเชื่อว่าเป็นของดี ของใหม่ เรื่องการนัดหมายมาบริจาคก็นัดแนะกลุ่มกันมา เพราะตั้งใจที่จะทำ ถ้าส่วนหนึ่งจะเป็นการเรียกร้อง เพื่อให้ประเทศชาติดีขึ้นกว่านี้" เธอกล่าวสั้นๆ

 

รายงานพิเศษ:"แดงแตก"ดูดเลือดล้านซีซี มวลชนทั้งสู้ ทั้งห่วงตัวเอง- สุขภาพ -ความปลอดภัย

หนุ่มกรุงเทพฯ เขตบางซื่อ วัย 39 ปี อาชีพรับจ้าง ไม่ประสงค์ออกนาม แสดงความเห็นกับเรื่องนี้ว่า "แกนนำบอกว่าผู้เชี่ยวชาญมาดูแลขั้นตอนการเจาะและบริจาคเลือดอย่างดี ผมเลยไม่เป็นห่วงอะไร และเลือดแค่ 10 ซีซี ก็คงไม่มีปัญหากับสุขภาพร่างกาย ปกติก็บริจาคเลือดเป็นประจำตามโอกาส และครั้งนี้เขาก็แนะให้คนอายุ 18 ปีจนถึงวัยทำงานร่วมมือกัน ดูว่าสุขภาพดีอยู่แล้ว ก็ไม่น่ามีใครขัดข้อง"

สุนีย์ ไม่ประสงค์ออกนามสกุล กลุ่มแดงเมืองตาก  ประกาศว่าพร้อมเป็นหนึ่งในคนที่บริจาคเลือดในครั้งนี้ เพราะถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว ถ้าบริจาคแล้วจะทำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่อยู่ก็เป็นผลดี แต้ถ้าไม่ยุบสภาฯ ก็ค่อยเอาเลือดส่งไปสภากาชาดต่อไปก็ได้ และไม่รู้สึกกังวลในเรื่องทีมแพทย์เพราะเชื่อว่า  เขาต้องเลือกมาดีแล้ว

เสรี บุญสม ผู้ร่วมชุมนุมจากจ.สุรินทร์ เชื่อว่าการบริจาคเลือดจะไม่มีปัญหาใดๆ เพราะมั่นใจในคำยืนยันของแกนนำที่ประกาศว่าจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมาเป็นผู้ดำเนินการ

"แกนนำบอกว่าจะใช้พยาบาลประสบการณ์สูงมาเป็นคนเจาะให้ ผมก็อุ่นใจว่าคงเรียบร้อยดี"

ลุงเล้ง สายเสน อายุ 66 ปี มาจากฉะเชิงเทรา บอกว่าพร้อมจะบริจาคเลือด แต่อยากให้ตรวจวัดความดันก่อนเจาะเลือด เพราะกลัวว่าตัวเองจะมีความดันต่ำในขณะเจาะเลือด จะทำให้เป็นลมไม่สบายได้ แต่พร้อมที่จะบริจาคให้ นอกจากนี้อยากให้การเจาะเลือดใช้เข็มแยก และอยากให้มีการทิ้งเข้มในภาชนะที่มิดชิด เพราะกลัวว่าจะทิ้งบนพื้นและคนจะไปเตะทำให้ติดเชื่อได้ ส่วนแกนนำจะนำเลือดไปทำอะไรก็เรื่องของของแกนนำ ถือว่าเป็นอุดมการณ์ของเขา เราเป็นแค่คนมาร่วมเท่านั้น

ขณะที่คุณป้าสุมาลี เลาะยอ อายุ 64 ปี  แดงกรุงเทพ บอกว่า จะไม่ไปบริจาคเลือด เพราะมีโรคประจำตัวความดันสูงและเบาหวาน ร่างกายไม่แข็งแรงไปเจาะเลือดกลัวว่าจะไม่สบาย และตอนนี้ก็ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ต้องไปหาหมดทุก 2 เดือน โดยใช้บัตรรักษาฟรี ซึ่งไม่ทราบว่าทางแกนนำจะเอาเลือดไปทำอะไร

สมศรี กถารังสิพร  อายุ 60 ปี เจ้าของธุรกิจส่วนตัว บอกว่า ยินดีบริจาค เพื่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และอยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออก

ราวิน มีสำราญ  เสื้อแดงกรุงเทพ ยืนยันว่า บริจาคแน่นอน ไม่กังวลเรื่องความปลอดภัยเพราะในแกนนำมีหมอที่มีความรู้เฉพาะทาง เช่นเดียวกับ งาม ปัญญาดี ผู้ร่วมชุมนุมจากจ.สระบุรี ซึ่งแม้จะเป็นผู้พิการเหลือขาซ้ายข้างเดียวจากการเหยียบกับระเบิดเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ยินดีร่วมบริจาคเลือดเช่นกัน เพราะได้รับการการันตีความปลอดภัยจากแกนนำ

 

รายงานพิเศษ:"แดงแตก"ดูดเลือดล้านซีซี มวลชนทั้งสู้ ทั้งห่วงตัวเอง- สุขภาพ -ความปลอดภัย

อีกฟากของคนเสื้อแดงที่ห่วงเรื่องความสะอาด และเห็นว่า ควรใช้มาตรการอื่นแทนเพราะเทเลือดทิ้ง  ไสว แก้วสมบัติ  เสื้อแดงจากเมืองปากน้ำ สมุทรปราการ  ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับวิธีการนำเลือดไปเทกดดันหน้าทำเนียบ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของบุคคลอื่นที่ต้องผ่านเข้า-ออกทำเนียบ ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะคนในรัฐบาลเท่านั้น แต่ที่สุด ในฐานะคนเสื้อแดงก็เคารพในแนวทางของแกนนำที่เชื่อว่าน่าจะมีการกลั่นกรองกันมาอย่างดีแล้ว

สุพจน์  สินถิรศักดิ์  อายุ 61 ปี  ทำธุรกิจส่วนตัว  จ.กรุงเทพ   ให้ความเห็นว่า  ถึงแม้ตนเองจะมีความชื่นชอบให้ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการเดินทาง ไปร่วมเจาะเลือด เพื่อกดดันรัฐบาลเพราะแม้จะเป็นปริมาณเล็กน้อย เพียง 10 ซีซี แต่ก็เป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยของสุขภาพ รวมถึงกลุ่มคนที่ร่วมบริจาค และมองว่าการกดดันเพื่อให้รัฐบาลยุบสภายังไม่ถูกต้อง ควรจะชุมนุมด้วยสันติวิธี  และควรที่จะเข้ามาเล่นในระบบมากกว่า ในสภามากกว่า

"ผมสนับสนุน คุณทักษิณ  แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมประท้วง  เพราะทำให้เศรษฐกิจเสียหายและทุกอย่างต้องชะงักงัน แต่ก็จะเห็นได้ว่าการชุมนุมที่ผ่านมาระหว่างเสื้อเหลือง กับกลุ่มเสื้อแดง นั้นมีสอง มาตรฐานในการควบคุม อย่างเห็นได้ชัด" สุพจน์ กล่าว

ขณะที่ สมชาย ธนะโชติ กลุ่มแดงพัทยา 52 ก็มองว่า ไม่เห็นด้วยกับการเทเลือด เพราะเสียดายเลือดที่เอาไปเททิ้งสู้เอาไปทำประโยชน์อย่างอื่นจะดีกว่า แต่ก็ไม่ได้คัดค้านการกระทำนี้ เพราะที่มาชุมนุมก็ตัดสินใจมาแล้วว่าให้แกนนำ เป็นผู้นำเรา การเจาะเลือดในครั้งนี้ อาจเป็นยุทธวิธียกระดับการชุมนุม แต่ก็ยังมีวิธีอีกเยอะแยะมากมายที่ทำได้ ดีกว่าการเสียเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อ่อนเพลีย คนสูงอายุ ที่เหนื่อยล้าจากการเคลื่อนการชุมนุมไป กรมทหารราบที่ 11 เมื่อวาน การเจาะเลือดอาจส่งผลต่อระบบร่างกายก็ได้

หิรัญ สมศรีแสง กลุ่มแดงขอนแก่น บอกว่าขอคิดดูก่อน

"เรื่องนี้เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล ซึ่งใครจะให้เลือด หรือไม่ให้ก็ได้ ไม่มีใครบังคับ แต่ผมเชื่อว่า มีหลายคนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อการต่อสู้ครั้งนี้ ถ้าไม่หนักหนานัก แต่ส่วนตัว ผมยังไม่ตัดสินใจ ผมเองเจาะเลือดบริจาคสภากาชาดไทยทุกปี ก็รู้ว่าการเจาะเลือดเอาไปต้องดูหลายปัจจัย ทั้งแรงกำลัง และอื่นๆ"

นคร พันธุ์พืชเงิน ผู้ร่วมชุมนุมจากกรุงเทพ ยืนยันว่า จะไม่ร่วมบริจาคเลือด เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น สามารถมีส่วนร่วมหรือแสดงออกในด้านอื่นๆ ได้ แต่ถ้าผู้ร่วมชุมนุมคนใดจะบริจาคเลือดก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่สามารถทำได้

รายงานพิเศษ:"แดงแตก"ดูดเลือดล้านซีซี มวลชนทั้งสู้ ทั้งห่วงตัวเอง- สุขภาพ -ความปลอดภัย

ธรรณ์ญณีย์ มหากุลชัย  แดงเชียงราย กล่าวว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเจาะเลือดหรือไม่ เพราะยังลังเลอยู่ จริง ๆ เลือด 10 ซีซี.ก็ไม่ได้เยอะมากมาย และไม่ได้คิดว่าจะเป็นอันตรายอะไร แต่ขอดูขั้นตอนก่อนว่าจะเป็นอย่างไร เพราะตอนที่มาไม่ได้พูดกันถึงขั้นนี้ และมองว่าบางทีก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเลือดเสียเนื้อกัน

"ขอดูแกนนำในวันที่ประกาศว่าแกนนำจะเดินหน้าอย่างไร แกนนำจะเจาะเลือดด้วยไหม วิธีการจะเป็นอย่างไร มีหมอหรือพยาบาลมาดูแลจริงหรือเปล่า เพราะพอจะทราบปัญหาหากเจาะผิดหรือไม่สะอาดอยู่บ้าง ยอมรับว่ากลัวเหมือนกัน และคิดว่าไม่น่าจะมีประโยชน์อะไรกับการขับไล่รัฐบาลในครั้งนี้"

แดงเชียงรายผู้นี้บอกว่า แต่อยากให้ผู้ชุมนุมทุกคนคิดให้ดีก่อนทำอะไร เพราะตอนนี้ทางแกนนำก็ยังไม่ได้ประกาศอะไรชัดเจนออกมา การมาครั้งนี้ ส่วนตัวมาเพราะรักท่านทักษิณและอยากเห็นประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่แท้จริง ยอมรับว่าไม่เห็นว่าการเจาะเลือดจะช่วยอะไรได้ แต่ถ้าทุกอย่างทำอย่างรัดกุม สะอาดและปลอดภัย ก็ถือว่าช่วย ๆ กันไปได้

ขณะที่ สุขชัย เมธีปรีดานนท์  เสื้อแดงชลบุรี แม้จะยอมเพราะใช้เลือดเพียงเล็กน้อย แต่ก็ห่วงเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยมากกว่า เพราะไม่มีการเปิดเผยจากทีมงานว่ามีการเตรียมการเรื่องนี้อย่างไร อีกอย่าง ก็สงสารคนที่ต้องทำความสะอาดเหมือนกัน เพราะคงไม่ง่าย แต่การเรียกร้องประชาธิปไตยก็คงต้องมีการเสียสละกันบ้าง

"ผมตอบแทนคนอื่นไม่ได้ว่าแต่ละคนคิดอย่างไร แต่โดยส่วนตัวมองว่ารัฐบาลเองก็มีความอดทนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องกดดันให้มากกว่านี้  แกนนำควรทำอะไรมากกว่านี้ไหม แต่ถ้ารุนแรงมากไปก็คงไม่ร่วมด้วย แต่เลือด 30 ซีซี.ยังไม่มากไป ให้กันได้สบายครับ"

ด้าน นงลักษณ์ ทรัพย์สมบูรณ์ พยาบาลวิชาชีพจากจ.นครปฐม กล่าวว่านอกจากจะร่วมบริจาคแล้ว เธอและเพื่อนๆ จะเป็นอาสาสมัครในการเจาะเลือดผู้ชุมนุมครั้งนี้ด้วย

"เราเป็นพยาบาล ดังนั้นเรารู้ว่าต้องทำอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ทุกอย่างที่มีการสัมผัสเลือด ทั้งสำลี ทั้งเข็ม ทั้งสลิงค์ ต้องใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเลย จะไม่มีการนำกลับมาใช้ซ้ำเด็ดขาด"

นอกจากนี้ นงลักษณ์ ยังให้ความเห็นว่าการนำเลือดไปเทที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นการทำเพื่อสังคมและมีจุดมุ่งหมายเพื่อประเทศชาติ ไม่ต่างกับการบริจาคเลือดช่วยเหลือคน เพียงแต่วิธีการไม่เหมือนกันเท่านั้น
               

 

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ