
ประเด็นร้อน
โฟกัสประเทศไทยยังพุ่งไปที่เรื่องราวทางการเมือง เพราะมีหลายเรื่องที่ชวนติดตามเกาะติด
โฟกัสประเทศไทยยังพุ่งไปที่เรื่องราวทางการเมือง เพราะมีหลายเรื่องที่ชวนติดตามเกาะติด
1.วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการประชุมร่วมกันขององค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นำโดยนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของคำวินิจฉัยกลางในคดีล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 โดยขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าภายหลังการประชุมของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะมีการเปิดเผยคำวินิจฉัยกลางต่อสาธารณะหรือไม่ เพราะติดเงื่อนไขตรงที่ต้องให้ตุลาการผู้พิจารณาคดีทั้ง 8 คน ลงนามในคำวินิจฉัยกลางก่อน หากมีตุลาการคนหนึ่งคนใดไม่ได้มาร่วมประชุมเพื่อลงนามก็เป็นไปได้ที่การเผยแพร่คำวินิจฉัยกลางเลื่อนออกไป ซึ่งอาจทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทอดเวลาออกไปเช่นกัน
2.ยังคงอยู่ที่เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นในส่วนของฝ่ายวุฒิสภา วันนี้ นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานวิปวุฒิสภา ได้เรียกประชุม สว. จำนวน 76 คน ที่ร่วมลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาหารือถึงแนวทางในอนาคต โดยเตรียมเสนอโรดแมปการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับในรูปแบบที่ต้องทำประชามติก่อน เพื่อป้องกันปัญหาการตีความในอนาคต แต่ใช่ว่าการประชุมในครั้งนี้จะสามารถหาข้อสรุปได้ทันที เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนการเผยแพร่คำวินิจฉัยออกไปก็ส่งผลให้การแสดงท่าทีของวุฒิสภาย่อมจะต้องชะลอไปเหมือนกัน
3.ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในคดีที่ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายพูลทรัพย์ ปิยะอนันต์ อดีตผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายปราโมทย์ โชติมงคล อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากกรณีทำร่างระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยประชุมกรรมการและอนุกรรมการ และค่าตอบแทนบุคคลหรือคณะบุคคล พ.ศ. 2547 ที่กำหนดค่าตอบแทนลักษณะเหมาจ่ายเดือนละ 2 หมื่นบาท เมื่อปี 2547
ความสนใจของคดีนี้อยู่ที่ พล.อ.ธีรเดช หากศาลอาญามีคำพิพากษาให้มีความผิดและจำคุก ถึงแม้ศาลจะรอลงอาญาโทษจำคุกไว้ก่อน ก็จะมีผลให้ พล.อ.ธีรเดช ต้องพ้นจากตำแหน่งประธานวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 124 (4)
4.รัฐบาลยุค น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศทุกเวทีทั้งในและต่างประเทศว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายทางเศรษฐกิจในการผลักดันเม็ดเงินจากกระเป๋าสตางค์นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 2 ล้านล้านบาท จะสำเร็จหรือไม่ ต้องมาฟังจากปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะภาคธุรกิจ โดยในเวลา 11.30 น. นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย จัดประชุมประจำเดือน และรายงานความคืบหน้าเรื่อง “การประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการท่องเที่ยวเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2558” ณ ห้องควีนส์ปาร์ค 1 โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท 22
5.ส่วนความเคลื่อนไหวการปราบปรามการทุจริต พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไล่บี้ขบวนการหลีกเลี่ยงภาษีรถยนต์หรูนำเข้าจากต่างประเทศ ที่ใช้วิธีเลี่ยงภาษีสารพัดรูปแบบ โดยวันนี้ เวลา 10.00 น. เลขาธิการ ป.ป.ท. นำกำลังบุกไปตรวจสอบรถหรูกว่า 500 คัน เช่น เฟอร์รารี เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู เป็นต้น ที่จอดแช่กลางลานจอดรถบริเวณขาเข้าท่าเทียบเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี โดยกรมศุลกากรไม่กล้ารับรอง เพราะเกรงว่าอาจเป็นรถเลี่ยงภาษีผิดกฎหมาย
6.แม้จะมีชื่อติดโผปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรีให้คุมเฉพาะรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ แต่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง บ่ยั่น เดินหน้าประชุม ครม. เพื่อเตรียมความพร้อมวิกฤตยูโร เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาล ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะไปเป็นประธานพิธีจัดกิจกรรมตำรวจประสานงานโรงเรียน 1 ตำรวจ 1 โรงเรียน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลเช่นกัน
7.นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ แถลงข่าวภาวะการส่งออกและนำเข้าสินค้าไทยเดือน มิ.ย. 2555 ต้องจับตาการขยายตัวของตัวเลขส่งออกในเดือนนี้ว่าจะเพิ่มมากว่า 20% หรือไม่ ซึ่งหากต่ำกว่านั้นอาจมีผลต่อการขยายตัวการส่งออกในภาพรวมทั้งปีให้ได้ตามเป้าหมาย 15%
8.ต้องติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะพิจารณาลงมติกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันที่ 3% ว่าจะคงไว้เท่าเดิม หรือปรับลดลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น จะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกและยูโรได้มากขึ้น







