
ยิ่งอยู่ยาวยิ่งแย่ เสื้อแดงเร่งปิดเกม
8...ทีมข่าวการเมือง
สัญญาณความรุนแรงจากการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดง เริ่มก่อตัวให้เห็นเป็นระลอกๆ หลังอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมบรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลร่วมกันแถลงไม่ยุบสภาตามข้อเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดงที่ให้เวลา 24 ชั่วโมงในการตัดสินใจ
“ข้อเรียกร้องให้ยุบสภาก่อนเที่ยง เพื่อที่จะนำไปสู่การยุติการชุมนุมเคลื่อนไหวนั้น ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า ผมและพรรคร่วมจะไม่รับฟังข้อคิดเห็นประชาชน รวมทั้งผู้ชุมนุมด้วย
... เป้าหมายไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง หรือในสถานะเป็นรัฐบาล เป้าหมายเป็นความต้องการประชาชนทั้งประเทศ คือการให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ประคับประคองระบอบประชาธิปไตย ยึดความถูกต้องและให้บ้านเมืองสงบ มิใช่เฉพาะวันนี้แต่ระยะยาวด้วย”
ไม่ต่างจากที่หลายฝ่ายประเมิน คล้อยหลังถ้อยแถลงจากนายกฯ อภิสิทธิ์ และ รมต. จากพรรคร่วมรัฐบาลไม่กี่ชั่วโมง ยังไม่ทันสิ้นเสียงการออกมาให้สัมภาษณ์แสดงความวิตกของโฆษก ศอ.รส. ที่เป็นห่วงว่าจะเกิดความรุนแรงหลังรัฐบาลปฏิเสธข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุม
ได้เกิดเหตุอุกอาจ คนร้ายใช้อาวุธเอ็ม 79 ยิงเข้าไปยังกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน 1 รอ.) ถนนวิภาวดีรังสิต “ลูบคม” กองทัพ กระทบถึงบิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่มีบ้านพักอยู่ภายใน
ถึงจะยังไม่ชัดเจนว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีต้นสายปลายเหตุมาจากฝ่ายไหน แต่ที่แน่ๆ ผลจากการสร้างสถานการณ์เที่ยวนี้ ทำให้สังคมปั่นป่วน และนำไปสู่ความหวั่นวิตกกังวลในเรื่องความรุนแรงเกิดขึ้นหลังจากนี้
ที่สำคัญ เสียงระเบิดนัดแรกนี้เหมือนจะยังไม่ใช่นัดสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลานับต่อจากนี้ ท่ามกลางแรงยั่วยุจากกลุ่มคนเสื้อแดงกับประกาศยกระดับความรุนแรงของการชุมนุม และความพยายามสร้างสถานการณ์ของมือที่สาม
จนสำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งการให้เพิ่มความเข้มงวด และเพิ่มกำลังในการดูแลสถานที่ราชการ พร้อมยกระดับการดูแลสถานที่ราชการรวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด
หากพิจารณาเงื่อนไขการต่อสู้เคลื่อนไหวเที่ยวนี้ อาจจะเรียกว่าเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย เมื่อ “เดิมพัน” ของชัยชนะเที่ยวนี้ส่งผลกระทบต่ออนาคตของทั้งรัฐบาล และกลุ่มคนเสื้อแดง ที่โยงใยต่อไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทำให้ทั้งสองฝั่งต่างพากันทุ่มกันสุดตัว
ในแง่มุมมองของเสื้อแดงเองรู้ทั้งรู้ว่าหากปล่อยให้เวลาการชุมนุมยืดเยื้อต่อไป ยิ่งนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งบั่นทอน “กำลัง” และ “เสบียง” ในการจัดการมวลชนคนเรือนแสนให้อยู่ในกระบวนการเคลื่อนไหว จนจะกลายเป็นปัญหาขัดขวางการเคลื่อนไหวสู่เป้าหมายได้ยากขึ้น
ท่ามกลางสภาวะที่พรรคร่วมรัฐบาลยังผนึกกำลังกันเข้มแข็ง และยืนยันท่องคาถาไม่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมให้เป็นเงื่อนไข ให้เกิดแรงเสียดทาน ต้องหลุดจากเก้าอี้ สิ่งที่จะทำให้รัฐบาลสะเทือนได้คือต้องพยายามเพิ่มดีกรีการชุมนุมให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น
ดังจะเห็นจากอาการเสื้อแดงล่าสุด หลังเคลื่อนขบวนจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไปเปิดเวทีปราศรัยหน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ประกาศต่อเวลาให้รัฐบาลได้ทบทวนข้อเรียกร้องให้ “ยุบสภา” จนถึงเช้าวันนี้หากยังนิ่งเฉย ก็จะประกาศ “มาตรการขั้นสุดท้าย” และ “สู้แบบตายเป็นตาย”
พร้อมกันนี้ เสื้อแดงได้งัด “ลูกเล่นใหม่” เตรียมเจาะเลือดกลุ่มผู้ชุมนุมไปเทรอบทำเนียบรัฐบาล ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ และหน้าบ้านนายกฯ ตามลำดับ โดยจะเจาะเลือดจากผู้ชุมนุมคนละ 10 ซีซี จำนวน 1 แสนคน ให้ได้ 1 ล้านซีซี ไปเทตามจุดที่ระบุไว้ รวม 3 ล้านซีซี
แม้จะเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะความสุ่มเสี่ยงต่อโรคติดต่อ แต่นี่เป็นรูปแบบการต่อสู้อหิงสา ที่กลุ่มเสื้อแดงงัดออกมาชิมลางหลังประกาศยกระดับความรุนแรงในการชุมนุมตอบโต้การปฏิเสธข้อเรียกร้องไม่ยอมยุบสภาของรัฐบาล
ไม่เว้นแม้แต่การประชุมร่วมรัฐสภาระหว่าง สส. และ สว. ในช่วงเช้าวันนี้ ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่ากลุ่มเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวไปปิดล้อมจนอาจกลายเป็นปัญหาซ้ำรอยเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 ทำให้ สว. บางส่วน และวิปรัฐบาลออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการประชุมวันนี้
เนื่องจากเห็นว่าสุ่มเสี่ยงต่อการซ้ำเติมสถานการณ์ปัญหาที่วุ่นวายอยู่ในขณะนี้ และไม่ใช่วาระเร่งด่วนที่จะต้องเร่งพิจารณาในช่วงนี้ ทว่า สุดท้าย นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภายังยืนยันกำหนดประชุมตามที่นัดหมายไว้เดิม
จากนี้ไป “อุณหภูมิ” การเมืองคงจะร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง หลายฝ่ายหามาตรการเฝ้าระวังกันมากขึ้น ท่ามกลางการปรับกลยุทธ์ของกลุ่มเสื้อแดงที่งัดรูปแบบการเคลื่อนไหวแบบความรุนแรงมากดดันรัฐบาลมากขึ้นตามลำดับ
ยังไม่รวมกับเกมใต้ดิน และความปั่นป่วนที่จะเกิดขึ้นจากมือที่สาม ที่หวังพยายามโหนกระแสอาศัยจังหวะสุกงอม สร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้นช่วงนี้
แต่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษควบคู่ไปกับมาตรการเชิงรุกของกลุ่มเสื้อแดง ก็คือการวางยุทธศาสตร์ตั้งรับของรัฐบาล ที่ลำพังจะใช้ไม้อ่อนมาจัดการ จะสามารถตั้งรับความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้มากน้อย และได้นานขนาดไหน ที่สำคัญ ผลสุดท้ายจะออกมาอย่างไร คงต้องจับตากันอย่างใกล้ชิดนับจากช่วงเวลานี้







