
"ปลอด" ฟุ้ง 395 บริษัทสนจัดการน้ำ ชงครม.ตั้งกรรมการคัดเลือก
บริษัททั้งไทยและต่างชาติจำนวน 395 ราย แห่ขอรับเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง (ทีโออาร์) ออกแบบโครงการบริหารจัดการน้ำ วงเงินงบประมาณ 3.4 แสนล้านบาท ซึ่งหมดเขตเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา
บริษัททั้งไทยและต่างชาติจำนวน 395 ราย แห่ขอรับเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง (ทีโออาร์) ออกแบบโครงการบริหารจัดการน้ำ วงเงินงบประมาณ 3.4 แสนล้านบาท ซึ่งหมดเขตเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา
ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) บอกว่า มีบริษัทแห่เข้ารับเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง (ทีโออาร์) ออกแบบโครงการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งกระแสตอบรับเกินกว่าที่คาดไว้มาก ส่วนใหญ่เป็นบริษัทในประเทศและต่างประเทศที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว ถือว่า 90% เป็นบริษัทสัญชาติไทย และจากจำนวนบริษัทที่มากเช่นนี้อาจส่งผลให้การวิเคราะห์คุณสมบัติต้องใช้เวลามาก ส่วนหลักเกณฑ์คัดเลือกเบื้องต้นนั้น จะเปิดเผยอีกครั้งในวันที่ 24 ก.ค.นี้ เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รวมไปถึงผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถมาสอบถามได้
ปลอดประสพ บอกอีกว่า หลังจากนี้กระบวนการคัดสรรบริษัทที่จะได้รับงานออกแบบตามทีโออาร์ดังกล่าวต้องมีไม่น้อยกว่า 90 วันนับจากนี้ รวมไปถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์เพิ่มเติมด้วย โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 24 ก.ค. จะเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง และผู้อำนวยการ 10 คน รวมกับผู้เชี่ยวชาญอีก 6-7 คน โดยตนในฐานะประธาน กบอ. จะเป็นประธานกรรมการชุดนี้ เพื่อพิจารณาและจัดทำบัญชีรายชื่อบริษัทที่ผ่านการคัดเลือก (Shortlist) เบื้องต้น
“กรรมการชุดใหม่ที่ ครม.ตั้งขึ้นมาจะไปพิจารณาในรายละเอียดเพื่อนำเสนอ ครม.อีกครั้งหนึ่ง ถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณา และหลักเกณฑ์ในการให้คะแนนบริษัทต่างๆ” ปลอดประสพ กล่าว
ขณะที่เครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือร่วมกับเครือข่ายลุ่มน้ำเจ้าพระยาและองค์กรร่วมจัด ได้จัดเวทีเสวนาบทเรียนการจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยาสะแกกรัง เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดท่าการ้อง จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ถอดบทเรียนการจัดการน้ำของภาครัฐที่ผ่านมา ถึงบทเรียนและแนวทางการจัดการน้ำที่ภาคประชาชนอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งแนวทางการจัดการน้ำของภาครัฐไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในปริมาณน้ำและเป็นวิธีการที่ยั่งยืน โดยเนื้อหาได้กล่าวถึงกรณี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ให้บริษัทเอกชนทั้งในและต่างประเทศมาทำทีโออาร์เพื่อจัดจ้างให้ทำแผนแม่แบบแก้ปัญหาน้ำของประเทศไทยทั้งระบบตลอด 25 ลุ่มน้ำ ประกอบด้วย 14 เมกะโปรเจกต์ ในวงเงิน 3.4 แสนล้านบาท ตามกรอบของ กบอ. ซึ่งได้มี “แผนงานโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำอย่างเหมาะสมและยั่งยืนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำ” ในพื้นที่ 5 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำปิง ยม น่าน สะแกกรัง และลุ่มน้ำป่าสัก รวมความจุประมาณ 1,807 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้งบประมาณกว่า 5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือและลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการสรุปการจัดการน้ำอย่างมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม โดยมีทั้งหมด 11 ข้อเสนอ เช่น ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ การอนุรักษ์ป่า การจัดการป่าชุมชน โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เป็นแนวทางหนึ่งที่จะฟื้นฟูเสถียรภาพของระบบนิเวศป่าต้นน้ำให้กลับคืนมาสู่สมดุลอย่างยั่งยืน เหมาะสมกับระบบนิเวศของแต่ละพื้นที่ อันเป็นการป้องกันปัญหาอุทกภัยที่ถูกจุด ผลักดันแนวคิดการจัดการน้ำโดยชุมชนท้องถิ่น ให้เป็นแผนแม่บทในการจัดการน้ำแห่งชาติ โดยการผสานแนวคิดภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมินิเวศ การจัดการน้ำแบบใหม่ และการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้เกิดการเข้าใจและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและองค์รวม
อดิศักดิ์ จันทวิชานุวงศ์ ประธานมูลนิธิสืบศักดิ์สิน แผ่นดินสี่แคว นครสวรรค์ บอกว่า ที่ผ่านมารัฐไม่มีการบูรณาการในการสื่อสารเรื่องน้ำ ไม่มีการสร้างความชำนาญการในการให้คนอยู่กับน้ำ หลายคนโทษเรื่องโลกร้อน น้ำท่วมอย่างเดียว แต่ต้องโทษเรื่องการจัดการภาครัฐด้วย
“มันต้องโทษเรื่องการจัดการน้ำของภาครัฐ เช่น ยุทธศาสตร์ภาคเมือง มีการปิดล้อมเมืองด้วยคันกั้นน้ำขนาดใหญ่ แต่ทำให้เกิดการเอ่อท่วมของน้ำมากกว่า คันดินไม่สามารถเป็นแนวกั้นน้ำได้อย่างสมบูรณ์ เช่น ทำแนวกั้นริมน้ำ จ.นครสวรรค์ 12 กิโลเมตร แต่ก็รับปัญหาของน้ำไม่ได้” อดิศักดิ์ ระบุ
ด้านความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้างคันกั้นน้ำริมคลองรังสิตประยูรศักดิ์ฝั่งทิศใต้ พื้นที่ ต.หลักหก และ ต.บ้านใหม่ ในเขต อ.เมือง จ.ปทุมธานี พบว่าการก่อสร้างเป็นไปอย่างเร่งรีบ มีการนำเครื่องจักรขนาดใหญ่สร้างคันกั้นน้ำโดยใช้การตอกแผ่นคอนลูเกต หรือแผ่นชิปพายที่ทำจากปูนซีเมนต์ลงไปและตอกเสาเข็มปูนเป็นตัวยึดอีกทีหนึ่ง ตลอดแนวคลองรังสิตฯ ฝั่งทิศใต้ ตั้งแต่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์เขต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี ระยะทาง 8 กิโลเมตร ไปจนถึงประตูระบายน้ำบ้านใหม่ ซึ่งการทำงานในขณะนี้ถือว่าคืบหน้าไปมาก คาดว่าเสร็จเร็วตามกำหนด คือวันที่ 5 ธ.ค.นี้ โดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ รับงานมาระยะทาง 8 กิโลเมตร ช่วงจากคลองประปาประตูระบายน้ำบ้านใหม่







