
บทบาทภาครัฐต่อการเจรจาเอฟทีเอ (ตอนจบ)
....สุเทพ กล่ำทวี
กรณีการเจรจาการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา หน่วยงานหลักที่ดูแลรับผิดชอบด้านดังกล่าว ได้แก่ หน่วยงานที่มีชื่อเรียกว่า USTR (The Office of United States Trade Representative) หรือสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดและบริหารแนวทางการเจรจาการค้าระหว่างประเทศให้แก่รัฐบาลสหรัฐ
ส่วนหน่วยงานในประเทศไทย จนกระทั่งถึงปัจจุบันดูเหมือนว่ารัฐบาลไทยจะมอบภารกิจดังกล่าวให้แก่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเป็นหน่วยงานหลัก ขณะที่สำนักงานผู้แทนการค้าไทย หรือ The Office of Thailand Trade Representative ยังมีบทบาทที่คลุมเครือและไม่ชัดเจนนัก ขึ้นอยู่กับการให้ความสำคัญของแต่ละรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ
เนื่องด้วยผลลัพธ์ของการเจรจาเอฟทีเอมักจะมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของบรรดาพ่อค้าประชาชนและอีกหลายภาคส่วนของสังคม ดังนั้นรัฐบาลใดก็แล้วแต่ที่ต้องการให้การเจรจาเอฟทีเอเกิดประโยชน์สูงสุด ควรยึดหลักการและแนวทางการปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.ภาครัฐจะต้องพยายามให้ประชาชนในทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น การให้และนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการค้าระหว่างประเทศ ทั้งผลได้และผลเสียที่จะเกิดตามมาหลังจากการบรรลุข้อตกลงในการเจรจาเอฟทีเอ
2.ภาครัฐจะต้องกระตุ้นให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ในทุกหมวดหมู่การเจรจาไม่ว่าจะเป็นหมวดการเงิน (Finance) การลงทุน (Investment) สินค้า (Products) และบริการ (Services) ให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเตรียมตัวการเจรจาตลอดจนถึงการร่างเนื้อหา แนวทางหรือนโยบายในการเจรจาต่อรองเอฟทีเอ ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศได้ประโยชน์มากที่สุดและเสียประโยชน์น้อยที่สุด
3.ภาครัฐจะต้องพยายามทำให้กระบวนการเตรียมตัวการเจรจาเอฟทีเอเป็นไปด้วยความโปร่งใส และให้ประชาชนในภาคสาธารณะเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อแสวงหา การสนับสนุนจากภาคเอกชน และลดความพยายามต่อต้านการเจรจาจากฝ่ายที่อาจจะเสียผลประโยชน์จากการเจรจา
4.ภาครัฐจะต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับทราบถึงหลักการ วัตถุประสงค์ ประโยชน์ รวมทั้งแนวทางการเยียวยาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากบรรลุข้อตกลงเอฟทีเอให้ประชาชนได้รับทราบได้ถ้วนหน้าและทั่วถึงผ่านทางสื่อทุกช่องทางที่มีอยู่
5.ทุกๆ การตัดสินใจในการเจรจาเอฟทีเอ ภาครัฐจะต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระของตัวบทกฎหมาย (Trade Related Laws) หรือนโยบายทางการค้า (Trade Policies) ที่เกี่ยวข้องที่อาจจะต้องกระทำตามมาหลังจากบรรลุข้อตกลงว่าจะมีความยุ่งยาก หรือสลับซับซ้อนมากมายเพียงใด และควรมีการเตรียมการในเรื่องดังกล่าวให้พร้อมสรรพล่วงหน้า
6.ภาครัฐจะต้องเน้นความโปร่งใส (Transparency) ในกระบวนการเตรียมตัวการเจรจาเอฟทีเอ และเน้นด้านการมีส่วนร่วมของภาคสาธารณะ (Public Participation) เป็นหลักในทุกๆ ครั้งก่อนที่จะมีการเจรจาเอฟทีเอ







