posttoday
ไทย-เมียนมาร์รวมพลังทำงานใหญ่

ไทย-เมียนมาร์รวมพลังทำงานใหญ่

24 กรกฎาคม 2555

พล.อ.เต็งเส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ มาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรก หลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) 3 ฉบับ และมีการหารือข้อราชการแบบเต็มคณะกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เป็นเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง

พล.อ.เต็งเส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ มาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรก หลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) 3 ฉบับ และมีการหารือข้อราชการแบบเต็มคณะกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เป็นเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง

ยิ่งลักษณ์ และ พล.อ.เต็งเส่ง ได้แถลงข่าวร่วมกัน โดยนายกฯ กล่าวขอบคุณ พล.อ.เต็งเส่ง ที่ร่วมกันผลักดันความร่วมมือต่างๆ ให้มีความคืบหน้า ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน รวมถึงการจ้างแรงงาน และการปราบปรามยาเสพติด โดยไทยกับเมียนมาร์จะฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 65 ปี ในปี 2556

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยพร้อมที่จะเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการร่วม หรือเจซี ซึ่งเมียนมาร์จะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมครั้งต่อไป และยังเสนอให้มีการจัดตั้งสมาคมมิตรภาพเมียนมาร์ไทย คู่ขนานกับสมาคมไทยพม่า ซึ่งฝ่ายไทยได้จัดตั้งขึ้นแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้ยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการร่วมกันผลักดันโครงการท่าเรือน้ำลึกให้สำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันที่จะเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกทวายเข้ากับท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังของไทย เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศและภูมิภาค โดยฝ่ายไทยจะได้รับประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีสเทิร์นซีบอร์ด ซึ่ง พล.อ.เต็งเส่งได้ไปเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อศึกษาระบบการดำเนินงานของฝ่ายไทยแล้ว

นายกฯ กล่าวต่อว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเพื่อจัดตั้งคณะทำงานโดยมีระดับรัฐมนตรี ซึ่งจะประชุมร่วมกันเดือน ส.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อพิจารณาประเด็นต่างๆ ที่คั่งค้าง และแนวทางการขยายพื้นที่เศรษฐกิจร่วมกัน โดยฝ่ายไทยได้เสนอให้มีการเปิดจุดผ่านแดนถาวรระหว่างไทยกับเมียนมาร์เพิ่มเติม โดยด่านแรกที่กิ้วผาวอก จ.เชียงใหม่ ด่านบ้านห้วยต้นนุ่น จ.แม่ฮ่องสอน และด่านบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี

ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะเลขาธิการสภาธุรกิจไทยพม่า กล่าวภายหลังการร่วมรับประทานอาหารกับ พล.อ.เต็งเส่ง ว่า เมียนมาร์สนับสนุนให้ไทยเข้าไปลงทุนในพม่าอย่างมาก และจะไม่มีการปิดกั้นการลงทุน พม่าจะตั้งคณะกรรมการค่าจ้าง โดยแต่ละพื้นที่จะมีอัตราค่าจ้างที่ไม่เท่ากัน แต่จะอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก

“การพบกันในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ร่วมมือกันทั้งทางด้านการค้าและการลงทุน พม่ายังต้องการความร่วมมือจากไทยในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและด้านอื่นๆ อีกมาก” ธนิต กล่าว

โมมินต์จ่อ ประธานสมาคมผู้ส่งออกและประกอบการผลิตภัณฑ์ประมงเมียนมาร์ กล่าวว่า เมียนมาร์ยังมีข้อจำกัดจากสถานการณ์การเมืองที่กำลังเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นประชาธิปไตย ดังนั้นการแก้ไขกฎหมายต่างๆ อาจทำได้ไม่คล่องตัวนักอาจต้องใช้เวลา

อย่างไรก็ดี จากการเปิดประเทศพม่าก็ได้มีการปรับปรุงเงื่อนไขให้เอื้อต่อการลงทุนบ้างแล้ว เช่น การลดดอกเบี้ย การเปิดเสรีด้านการเกษตร การถือครองที่ดิน เปิดให้มีการนำเข้ารถยนต์ และอนุญาตให้เอกชนก่อสร้างโรงไฟฟ้าได้เสรี เพราะพม่ายังขาดแคลนกำลังไฟฟ้าอย่างมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท