
ม็อบแดงเดือด ทำเรตติ้งประเทศเดี้ยง
8...ทีมข่าวการเงิน
สถานการณ์ประเทศไทยยามนี้เหมือนชีพจรเศรษฐกิจกำลังเต้นช้าลงเรื่อยๆ เพราะเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ได้ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดหมด ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จนถึงแม่ค้าหาบเร่
รัฐบาลพยายามสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าเหตุการณ์จะไม่รุนแรง แต่ในขณะเดียวกันกลับประกาศว่าถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรจะออกจากบ้าน ทำให้ภาวะเศรษฐกิจใกล้เข้าสู่ภาวะสุญญากาศ โดยเฉพาะภาพรวมเศรษฐกิจจะดูแย่ลง
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง มองว่าสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้นขณะนี้จะมีผลกระทบกับเครดิตของประเทศไทย โดยเฉพาะการปรับมุมมองประเทศจากบวกเป็นลบได้
การปรับลดเครดิตของประเทศจากปัจจุบันอยู่ที่ BBB+ เนื่องจากที่ผ่านมาเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นอย่างมาก การปรับขึ้นหรือลดเครดิตประเทศ ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจเป็นตัวหลักสำคัญ และมีปัจจัยทางการเมืองและสังคมประกอบในการให้เครดิต
เมื่อช่วงนี้ปัจจัยทางเศรษฐกิจดี แต่การเมืองและสังคมไม่ดี การปรับลดเครดิตก็จะลดในส่วนของมุมมองเท่านั้น แต่ในทางตรงกันข้ามหากเศรษฐกิจดี และการเมืองและสังคมดีขึ้น ก็จะทำให้ประเทศมีโอกาสได้ปรับเครดิตขึ้น อย่างไรก็ตาม หากการเมืองยืดเยื้อรุนแรงทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลดลง ปัญหาสังคมก็แตกแยกรุนแรง ปัจจัยทั้งหมดเป็นลบหมด อย่างนี้โอกาสถูกปรับเครดิตมีความเป็นไปได้สูง
อย่างไรก็ดี ประเทศไทยตอนนี้ถือว่าเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง ทำให้เครดิตของประเทศยืนอยู่ได้ท่ามกลางปัญหาการเมืองและสังคมที่แตกแยกมีความเห็นต่างกัน
นายสันติ กีระนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส เรทติ้ง เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังจับตาใกล้ชิด เฝ้าสถานการณ์ต่อไปอีกสักระยะ หากเกิดสถานการณ์ยืดเยื้อหรือรุนแรงคงต้องเข้าไปพิจารณาผลกระทบที่มีต่อลูกค้าแต่ละราย ถ้าพบว่ามีบริษัทใดได้รับผลกระทบ ต้องทบทวนเพื่อปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือทันที
ความไม่สงบทางการเมืองเป็นผลกระทบต่อทั้งประเทศ แต่กระทบแต่ละอุตสาหกรรมไม่เท่ากัน อุตสาหกรรมหนึ่งอาจได้รับผลกระทบหนักกว่าอีกอุตสาหกรรมหนึ่ง ตราบใดที่ความสามารถในการทำธุรกิจของบริษัทไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย และเมื่อเทียบกับคู่แข่งยังดีอยู่ก็ไม่ต้องโดนปรับ แต่ถ้าธุรกิจใดเทียบคู่แข่งแล้วแย่ลงถึงต้องปรับลดความน่าเชื่อถือลงมาหน่อย
ด้านความรุนแรงในการปรับลดนั้นมีตั้งแต่ระดับของการเฝ้ามอง (Outlook) แล้วไล่ไปถึงการถูกลดอันดับลงหนึ่งอันดับ ซึ่งถือเป็นระดับปกติ แต่ถ้าถูกปรับลด 2 ขั้นขึ้นไปในครั้งเดียว ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นระดับที่รุนแรง
“
ถูกปรับลด 1 ขั้น มีผลกับต้นทุนกู้ยืมของบริษัทแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในขณะนี้ ยกตัวอย่างเมื่อครั้งเลห์แมนล้มปี 2551 เครดิตสเปรดปรับขึ้นไปสูงมาก บริษัทต่างชาติถูกปรับลด 1 ขั้น ก็อาจกระทบต้นทุนถึง 1% ซึ่งเหตุการณ์ตอนนั้นห่างไกลจากไทยมาก มาหนนี้ปัญหาเกิดในประเทศ กระทบกับบริษัทไทยโดยตรง ถ้าถูกลดหนึ่งอันดับ เช่น ปรับจาก AAA มาเป็น AA หรือจาก AA เป็น A แต่ละอันดับที่ปรับลดก็อาจทำให้ต้นทุนในการกู้ยืมของบริษัทปรับขึ้น 0.4% หรืออาจกระทบถึง 0.6% ดูเหมือนกระทบต้นทุนกู้ยืมไม่ถึง 1% แต่ก็มีผลกระทบสูงมาก” นายสันติ กล่าวอย่างไรก็ดี สถานการณ์การเมืองตอนนี้ต้องมองไประยะยาวว่าการแก้ปัญหาหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร เพราะประเทศไทยไม่ได้เติบโตไปอย่างศักยภาพจะเอื้ออำนวยและเท่าที่ควรจะเป็นมา 56 ปีแล้ว อย่างไรก็ดี ความไม่สงบตอนนี้ในระยะสั้นถึงปานกลางมองเห็นแล้วว่ากระทบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จากการติดตามการรายงานข่าวพบว่านักท่องเที่ยวยกเลิกการมาเที่ยว 1,3001,400 คน ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวเลื่อนการมาเที่ยว 2,0003,000 คน อัตราการเข้าพักลดลงต่อเนื่อง
สำหรับลูกค้าที่กำลังจะออกหุ้นกู้ โดยหลักการทางบริษัทต้องนำปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ในแต่ละขณะหนึ่งขณะใดมาพิจารณาอยู่แล้ว ดูทั้งความสามารถในการหารายได้ สถานการณ์ทางการเงินเข้มแข็งแค่ไหน ถึงจะออกมาเป็นอันดับความน่าเชื่อถือ ก่อนหน้านี้บริษัทเหล่านี้ได้รับการปรับอันดับขึ้นด้วยซ้ำ เพราะภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ขณะที่ลูกค้าที่ออกหุ้นกู้ไปแล้ว บริษัทก็ไม่ได้หยุดทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือ แม้จะออกหุ้นกู้ไปแล้วแต่ก็ต้องทบทวนตลอดเวลา บริษัทกลุ่มนี้ด้วยซ้ำที่น่าเป็นห่วง เพราะออกหุ้นกู้ไปแล้วเสี่ยงว่าจะถูกปรับลดอันดับหรือไม่
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า การชุมนุมส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในระยะสั้นๆ เท่านั้น ตราบใดที่เหตุการณ์ไม่รุนแรงบานปลาย เชื่อว่าบริษัทต่างๆ คงไม่ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ
แม้กระทรวงการคลังและนักธุรกิจจะมองว่าหากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง หากไม่ยืดเยื้อก็จะไม่กระทบต่ออันดับเครดิตของประเทศ แต่ในความเป็นจริงเรื่องนี้มีผลอย่างมาก หากรัฐบาลไม่สามารถบริหารงานได้เพราะโดนป่วน ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอยู่อย่างนี้ จะทำใหัอันดับเครดิตสูงขึ้นเป็นไปได้ยาก ดีไม่ดีอาจจะถูกลดอันดับเครดิตลงไปอีก
ความสำคัญของอันดับเครดิตนั้นไม่ใช่เพียงแค่ภาพลักษณ์ของประเทศ ความสำคัญของเรตติ้งจะสะท้อนความน่าเชื่อถือของประเทศ และหากจำเป็นจะต้องกู้เงินจากต่างประเทศ หากอันดับเครดิตสูงก็จะถูกเจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยต่ำ ขณะเดียวกันหากเรตติ้งต่ำดอกเบี้ยที่จะกู้เงินก็จะแพงขึ้นตามความเสี่ยง
ดังนั้น หากสถานการณ์การเมืองรุนแรงและยืดเยื้อ ประเทศไทยคงหนีไม่พ้นการถูกลดอันดับเครดิต แต่หากสถานการณ์จบโดยเร็วและการเมืองมีเสถียรภาพ ประเทศไทยคงรอดพ้นการถูกลดอันดับเครดิตของประเทศ







