posttoday
นายกฯถกเต็งเส่งขยายการพัฒนาไทย-พม่า4ด้าน

นายกฯถกเต็งเส่งขยายการพัฒนาไทย-พม่า4ด้าน

23 กรกฎาคม 2555

"ยิ่งลักษณ์" หารือ "เต็งเส่ง" เดินหน้าขยายการพัฒนาร่วมกัน 4 ด้าน พร้อมตั้งคณะทำงานระดับรัฐมนตรีร่วมกัน

"ยิ่งลักษณ์" หารือ "เต็งเส่ง" เดินหน้าขยายการพัฒนาร่วมกัน 4 ด้าน พร้อมตั้งคณะทำงานระดับรัฐมนตรีร่วมกัน

นายกฯถกเต็งเส่งขยายการพัฒนาไทย-พม่า4ด้าน

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หารือข้อราชการกับ พล.อ.เต็งเส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ แบบเต็มคณะ เป็นเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง กระทั่งเวลา 12.15 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพล.อ.เต็งเส่ง ได้แถลงข่าวร่วมกัน โดยนายกฯ กล่าวว่า ไทยพร้อมที่จะขยายความร่วมมือกับเมียนมาร์เพิ่มเติมโดยย้ำถึงความพร้อมของฝ่ายไทยที่จะเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการร่วมหรือเจซี  ซึ่งเมียนมาร์จะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมครั้งต่อไป

นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการจัดตั้งสมาคมมิตรภาพเมียนมาร์-ไทย คู่ขนาน กับสมาคมไทย-พม่า ซึ่งฝ่ายไทยได้จัดตั้งขึ้นแล้ว พร้อมกันนี้ได้แสดงความยินดีกับการพัฒนาการที่กำลังดำเนินอยู่ของพม่า ภายใต้การนำของพล.อ.เต็งเส่ง และยืนยันความพร้อมสนับสนุนเมียนมาร์อย่างเต็มที่

ไทยได้เสนอแผนงานความร่วมมือ เพื่อการพัฒนา ประกอบไปด้วย 4 สาขาหลัก  สาขาที่ 1.เสริมสร้างขีดความสามารถบุคลากรของเมียนมาร์  สาขาที่ 2.การเตรียมความพร้อมในการเป็นประธานอาเซียนของเมียนมาร์ ปี 2557  สาขาที่  3.การปฏิรูปเศรษฐกิจ และพัฒนาทางเลือก และสาขาที่  4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากนี้ยังได้ยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการร่วมกันผลักดันโครงการท่าเรือน้ำลึกให้สำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าย เห็นพ้องต้องกันที่จะเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกทวายเข้ากับท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังของไทย เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศ และภูมิภาค โดยฝ่ายเมียนมาร์จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ส่วนไทยจะได้รับประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีสเทิร์นซีบอร์ดของไทย ซึ่งพล.อ.เต็งเส่งได้ไปเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรม และท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อศึกษาระบบการดำเนินงานของฝ่ายไทยแล้ว

ทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงกันเพื่อจัดตั้งคณะทำงานโดยมีระดับรัฐมนตรี ซึ่งจะประชุมร่วมกันเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เพื่อพิจารณาประเด็นต่างๆ ที่คั่งค้าง และแนวทางการขยายพื้นที่เศรษฐกิจร่วมกัน รวมถึงการดูแลให้ความสำคัญกับชุมชนในพื้นที่บริเวณนั้นอย่างเหมาะสม โดยจะส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวชายแดนเพิ่มมากขึ้น

"ได้เสนอให้มีการเปิดจุดผ่านแดนถาวรระหว่างไทยกับเมียนมาร์เพิ่มเติม โดยด่านแรกที่กิ้วผาวอก จังหวัดเชียงใหม่ ด่านบ้านห้วยต้นนุ่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน และด่านบ้านพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมกันนี้ไทยกำลังพิจารณาตามความเหมาะสมของการเปิดจุดผ่อนปรนที่ตะโกบน จังหวัดราชบุรีด้วย"น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

อย่างไรก็ตามวันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ไทยกับเมียนมาร์ได้ลงนามความสัมพันธ์ทั้งหมด 3 ฉบับ 1. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาที่ครอบคลุมในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นการยืนยันพันธะของฝ่ายไทยที่จะร่วมมือกับเมียนมาร์ในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก ทวายและนิคมอุตสาหกรรมทวาย รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในเมียนมาร์ ซึ่งอยู่ใน 4สาขาหลักที่ได้กล่าวข้างต้น 3.ถ้อยแถลงร่วมว่าด้วยการจัดตั้งเวทีหารือด้านพลังงาน ทั้งนี้ตนมีความเชื่อมั่นว่าความตกลงเหล่านี้จะช่วยทำให้การพัฒนาการทางด้าน ความร่วมมือระหว่างไทยกับเมียนมาร์ในด้านต่างๆเป็นไปอย่างแน่นแฟ้น เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนทั้ง2ประเทศ

นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้ตกลงในการพัฒนาการผลิตข้างของเมียนมาร์ และได้หารือถึงความร่วมมือทางด้านแรงงาน ซึ่งฝ่ายไทยได้รับที่จะดูรงงานเมียนมาร์ด้วยความเป็นธรรม และมีสิทธิภายใต้กฎหมายไทย สุดท้ายนี้ตนขอขอบคุณท่านประธานาธิบดีเต็งเส็ง และคณะที่ให้เกียรติมาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้และยินดีกับผลสำเร็จของการ เยือน โดยหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับเมียนมาร์ให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์การพัฒนาของประเทศทั้งสอง ต่อไป 

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด