posttoday
ลอนดอน : มหานครโอลิมปิกเกมส์

ลอนดอน : มหานครโอลิมปิกเกมส์

23 กรกฎาคม 2555

หลังจากเพิ่งพ้นผ่านช่วงแห่งการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปกันไปได้ไม่นานเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา

โดย...รวิภาส กล่ำทวี

หลังจากเพิ่งพ้นผ่านช่วงแห่งการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปกันไปได้ไม่นานเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา ในเดือนนี้พี่น้องชาวไทยก็จะได้มีโอกาสได้ชมการแข่งขันมหกรรมกีฬาเพื่อมวลมนุษยชาติกันอีกแล้ว ที่รู้จักกันในนาม “กีฬาโอลิมปิกเกมส์” โดยการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ จะจัดขึ้นกลางมหานครลอนดอนเมืองหลวงของประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นที่ตั้งของบรรดาหลายสโมสรฟุตบอลชื่อก้องโลก ที่คนไทยนิยมเชียร์กันมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน

สัปดาห์นี้ผู้เขียนจะพูดถึงความยิ่งใหญ่ของตัวเมืองมหานครลอนดอน และอนาคตลอนดอนว่าน่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐ

เมื่อกล่าวถึงลอนดอนแล้ว ก็คงจะไม่มีใครปฏิเสธว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกในด้านของความเจริญและค่าครองชีพ ว่ากันว่าลอนดอนมีขนาดความเจริญอันหลากหลาย และความหนาแน่นของประชากรเป็นรองก็แต่เพียงมหานครนิวยอร์กแห่งสหรัฐเท่านั้น แต่ถ้าจะกล่าวถึงความเป็นศูนย์กลางและต้นกำเนิดความเจริญทางด้านเศรษฐกิจของโลก คงจะไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าลอนดอนเป็นจุดเริ่มของความเจริญต่างๆ ทุกชนิดทั่วโลก โดยเฉพาะเป็นแหล่งของการเกิดปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 (ตั้งแต่ปี 1860 เป็นต้นมา)

ในปี 1800 ลอนดอนมีประชากรเพียง 1 ล้านคน และกลายเป็นเมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดกว่าเมืองหลวงของอีกหลายประเทศในยุโรปในยุคนั้น ต่อมาช่วงปี 1900 ประชากรในลอนดอนได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 6.5 ล้านคน ถ้าอังกฤษไม่ประสบปัญหาสงครามโลกครั้งที่ 2 ลอนดอนเมืองเดียวอาจจะมีประชากรมากเกิน 10 ล้านคนไปแล้วก็ได้ (ปัจจุบันลอนดอนมีประชากรประมาณ 8 ล้านคน) แต่ก็ยังถือว่าเป็นศูนย์กลางด้านการเงินและการค้าที่สำคัญของโลกเหมือนเดิม

ลอนดอนเป็นมหานครที่มีความเจริญเติบโตมากที่สุดด้านการเงินและการธนาคาร ในสมัยของมาร์กาเร็ต แทตเชอร์ (โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษปี 1986) ซึ่งถือว่าเป็นยุคแห่งการเปิดตลาดเสรีในหลายๆ ด้าน โดยช่วงดังกล่าวก็เป็นช่วงการสร้างความเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจของสหรัฐ ภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ด้วยเช่นกัน

จากผลของการเปิดเสรีด้านการเงินและการธนาคารในช่วงปี 1986 ทำให้ลอนดอนกลายเป็นแหล่งดึงดูดเม็ดเงินจากทั่วสารทิศทั่วโลกเข้าสู่อังกฤษ นอกจากเม็ดเงินลงทุนในตลาดเงินตลาดทุนจำนวนมหาศาลแล้ว ลอนดอนก็ยังเป็นแหล่งดึงดูดชาวต่างชาติที่มีคุณภาพ (มีเงิน มีทักษะและมีสมองในการทำงาน) เข้าสู่อังกฤษเพิ่มมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวไปด้วยโดยอัตโนมัติ จนทำให้มหานครลอนดอนกลายเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกไปโดยปริยาย

ถึงแม้ว่าลอนดอนจะยังคงความยิ่งใหญ่มานานนับหลายทศวรรษ แต่สภาพความเจริญด้านเศรษฐกิจและการเมืองของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ลอนดอนต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะรักษาไว้ซึ่งความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ด้านเศรษฐกิจเบอร์ต้นๆ ของโลก

สิ่งที่จะส่งผลกระทบต่อความยิ่งใหญ่ของมหานครลอนดอนในอนาคต ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายจากนักการเมืองอังกฤษที่ผลัดกันขึ้นมาเป็นรัฐบาล โดยหลักการแล้วผู้บริหารมหานครลอนดอน ได้แก่ นายกเทศมนตรีนครลอนดอนจะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในการกำหนดทิศทางของลอนดอน แต่โดยสภาพความเป็นจริงในเชิงปฏิบัติแล้วอำนาจการบริหารกลับไปอยู่ที่คณะกรรมาธิการยุโรปและรัฐสภาอังกฤษ

นโยบายของรัฐบาลอังกฤษปัจจุบันที่อาจจะทำให้มหานครลอนดอนหมดเสน่ห์และความยิ่งใหญ่ ได้แก่ 1) นโยบายการปรับระบบภาษีต่อต้านคนรวย 2) นโยบายการเป็นปฏิปักษ์ต่อบรรดาผู้บริหารหรือนายธนาคาร และ 3) นโยบายด้านการต่อต้านชาวต่างชาติในลอนดอน

จากประวัติศาสตร์การเจริญเติบโตของลอนดอนจะพบว่ากลุ่มบุคคลทั้งสามกลุ่ม ได้แก่ คนรวย นายธนาคารและชาวต่างชาติที่เข้ามาทำมาหากินในลอนดอน เป็นกลุ่มคนที่ทำให้ลอนดอนกลายเป็นมหานครลอนดอน บรรดานักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และการเมืองระหว่างประเทศต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้ารัฐบาลอังกฤษยังคงจุดยืนของความเป็นปฏิปักษ์ต่อกลุ่มบุคคลทั้งสามกลุ่ม มหานครลอนดอนคงจะต้องเผชิญกับความล่มสลายในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า

นับตั้งแต่ทั่วโลกได้เกิดสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจตั้งแต่ปลายปี 2008 เป็นต้นมา รัฐบาลอังกฤษได้ปรับเพิ่มภาษีคนรวยขึ้นสูงถึง 50% ในปี 2010 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราภาษีที่สูงมาก ถึงแม้ว่าอัตราภาษีดังกล่าวจะลดลงมาเหลือ 45% ในปีหน้าตามแผนงานของรัฐบาลอังกฤษ แต่บรรดาคนรวยที่เข้าไปลงทุนในลอนดอนกลับบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า อัตราภาษีที่สูงมากเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความเจริญด้านเศรษฐกิจให้แก่มหานครลอนดอนและประเทศอังกฤษ

สำหรับบรรดาผู้บริหารและนายธนาคารแล้ว รัฐสภายุโรปกำลังเตรียมการยกร่างกฎหมายกำหนดเพดานจำกัดผลตอบแทนที่เรียกว่าโบนัสลงถึง 100% ของอัตราเงินเดือนพื้นฐานซึ่งทำให้บรรดาผู้บริหารการธนาคารต่างโอดครวญกันว่ากฎหมายดังกล่าวจะทำให้ประสิทธิภาพและแรงจูงใจการทำงานในธนาคารลดลงไปอย่างมาก ที่สำคัญไปกว่านั้นพวกเขากล่าวว่าการจ่ายโบนัสช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนในการทำงานได้เป็นอย่างมาก

ส่วนชาวต่างชาติที่เข้าไปทำมาหากินในลอนดอน ต่อไปนี้เหตุการณ์จะไม่เป็นเหมือนก่อนแล้ว ปัจจุบันรัฐบาลอังกฤษเริ่มเข้มงวดกวดขันการเข้าเมืองของชาวต่างชาติ ไล่ไปตั้งแต่การขอวีซ่าที่ยากขึ้นไปจนถึงการประกอบอาชีพในลอนดอนที่มีความเข้มงวดเพิ่มมากยิ่งขึ้น จนทำให้ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีจำนวนชาวต่างชาติที่มีทักษะฝีมือและเงินทุนต่างย้ายถิ่นฐานออกจากลอนดอนกันเป็นจำนวนมาก เพราะไม่สามารถทนต่อนโยบายต่อต้านชาวต่างชาติของรัฐบาลอังกฤษได้

ทั้งหมดเป็นภาพอนาคตของมหานครลอนดอนที่กำลังโด่งดังในฐานะเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกเกมส์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท