posttoday
เอ็นจีโอค้านงบหมื่นล้านปลูกป่า

เอ็นจีโอค้านงบหมื่นล้านปลูกป่า

23 กรกฎาคม 2555

โดย...สายอรุณ ปินะดวง

โดย...สายอรุณ ปินะดวง

นโยบายเปลี่ยนป่าเบญจพรรณเป็นป่าดิบชื้นเพื่อดูดซับน้ำของปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้งบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อฟื้นฟูป่าไม้ใหม่ โดยเปลี่ยนจากป่าไม้ เช่น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรังให้เป็นป่าดิบชื้น ระยะเวลาดำเนินการ 25 ปี ถึงเห็นผล เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.นี้ เป็นต้นไป โดยเริ่มที่ป่าต้นน้ำเจ้าพระยา ซึ่งคาดว่าหากสำเร็จจะสามารถดูดซับน้ำได้ถึง 3.5 ล้านลูกบาศก์เมตร

แม้จะฟังดูเข้าท่า แต่สำหรับผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรน้ำกลับรุมค้านนโยบายดังกล่าวนี้ โดยเฉพาะประเด็นการใช้งบประมาณมหาศาลถึง 1 หมื่นล้านบาท

หาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อบริหารการจัดการน้ำแบบบูรณาการ เห็นว่าการเกิดของป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ไม่ได้ยุ่งยาก เพียงแค่คนไม่ทำลายป่า ระบบนิเวศของป่าก็จะกลับคืนสภาพเอง โดยไม่ต้องปลูกเพิ่มให้สิ้นเปลืองงบประมาณ

ด้าน รัฐวุฒิชัย ใจกล้า รองประธานชมรมท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ผู้ใกล้ชิดกับพื้นที่ป่าภาคเหนือ เห็นว่าการเปลี่ยนป่าพูดง่ายแต่ทำได้ยาก ทุกวันนี้ป่าภาคเหนือมีการบุกรุกทำลายไปมากและยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง การสร้างป่าตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพียงไม่ทำลายก็คือการปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก และจะเป็นป่าสมบูรณ์ในที่สุด ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณแม้แต่บาทเดียว

“จะดีมากหากรัฐบาลนำงบประมาณหมื่นล้านบาททุ่มให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ชุมชนที่รักษาป่าไม้ มาทำการรักษาป่าไม้ ทั้งป่าต้นน้ำและป่าชุมชน เพราะทุกวันนี้ชาวบ้าน ชุมชน ดูแลป่าดีกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมาก

ขณะที่ สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานโครงการประวัติศาสตร์นิเวศวัฒนธรรมเพื่อการฟื้นฟูชุมชน ท้องถิ่นลุ่มน้ำภาคเหนือและเครือข่ายลุ่มน้ำโขงล้านนา กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยแล้วเป็นพื้นที่มีภูมิประเทศ วัฒนธรรมวิถีชีวิตที่แตกต่างจากประเทศในพื้นที่โซนยุโรป อเมริกา หรือโลกตะวันตก ดังนั้นการจัดการน้ำตามรูปแบบของโลกตะวันตก จึงไม่ใช่ทางออกและไม่มีความเหมาะสม

“ที่สำคัญประเทศไทยไม่เหมาะสมสำหรับการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่อีกแล้ว เพราะเมื่อสร้างเขื่อนพื้นที่ป่าก็หายไปคราวละมากๆ หยุดเขื่อน หยุดทำลายป่า เท่านี้ก็ได้ป่าคืนมาแล้ว”

งบประมาณมหาศาลหมื่นล้านบาทสำหรับโครงการนี้ ในฐานะผู้ประสานงานกับชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคเหนือ ปิง วัง ยม น่าน สมเกียรติเห็นว่า จะเหมาะสมและเกิดประโยชน์มากกว่า หากใช้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์ป่าของชุมชนที่อยู่และใช้ประโยชน์จากป่า โดยไม่ทำให้ระบบนิเวศเสื่อมโทรม

“ควรนำงบประมาณดังกล่าวมากระจายให้แก่ชุมชน องค์กรประชาชนที่ได้ทำหน้าที่ดูแลป่ามายาวนาน ทั้งป่าชุมชน ป่าต้นน้ำ เพียงให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการป่า หยุดสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ หยุดทำลายป่า คนไทยก็จะได้ป่าที่สมบูรณ์กลับคืนมาทั่วประเทศอย่างแน่นอน”

เพียงแค่เริ่มต้นแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัยของรัฐบาลก็ถูกต้านในแทบจะทุกโครงการ โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ คือการเชิญชวนให้เอกชนร่วมเสนอโครงการแก้ปัญหาขนาดใหญ่ โดยไม่ชี้แจงให้ข้อมูลและรับฟังความเห็นจากประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท