
18ส.ค.การเมืองส่อป่วน
นักลงทุนจ่อทิ้งหุ้น คาดหลัง 18 ส.ค. พ.ร.บ.ปรองดองเข้าสภา การเมืองเดือด กรุงเทพโพลล์ชี้คนค้านแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
นักลงทุนจ่อทิ้งหุ้น คาดหลัง 18 ส.ค. พ.ร.บ.ปรองดองเข้าสภา การเมืองเดือด กรุงเทพโพลล์ชี้คนค้านแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ กล่าวในงานสัมมนาอ่านเกมส์หุ้น มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังกับ บล.ทิสโก้ ว่า แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยจะมีความผันผวนในเดือน ส.ค. เพราะความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงขึ้น เมื่อมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยหลังวันที่ 18 ส.ค. นักลงทุนจะทยอยขายหุ้นออกมาตามสถานการณ์ที่กลางเดือน ส.ค. คาดว่าจะมีการนำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปรองดอง เข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การเมืองไม่มีความรุนแรง แนวโน้มไตรมาส 3 ของปีนี้ ตลาดหุ้นไทยจะแกว่งตัวขึ้น เพราะผลประกอบการไตรมาส 2 เข้ามากระตุ้นบรรยากาศการลงทุน เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทยยังดี ที่จะทำให้เห็นดัชนีไต่ระดับขึ้นไปถึง 1,230-1,250 จุด
ด้านศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน 22 จังหวัด จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,265 ตัวอย่าง เรื่องความคิดเห็นประชาชนต่อการปรับแก้รัฐธรรมนูญปี 2550 พบว่า 63.5% จะไม่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หากมีการทำประชามติในวันนี้ โดยมีเพียง 19.5% เท่านั้นที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
ทั้งนี้ เมื่อถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหาหรือไม่ ปรากฏว่า 45.4% มีความเห็นว่ามีปัญหาบางมาตรา และอยากให้แก้เป็นรายมาตราต่อไป ขณะที่ 25.2% คิดว่ารัฐธรรมนูญไม่มีปัญหา จึงไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไข
นอกจากนี้ ประชาชน 49.8% ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดในการจัดตั้งองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญที่จะให้มาทำหน้าที่แทนศาลรัฐธรรมนูญด้วย
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเร่งจัดทำวินิจฉัยกลาง และคำวินิจฉัยส่วนตัวในการยกคำร้องล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยเร็ว แทนการออกมาให้ความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวเป็นรายวัน โดยหากมีคำวินิจฉัยกลางออกมาในวันที่ 26 ก.ค. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคจะพิจารณากำหนดแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปทันที







