posttoday
ศึกเบียร์ชนช้างสะท้านเอเชีย ไอเนเก้นควักแสนล้านสกัดไทยเบฟซื้อเอฟแอนด์เอ็น

ศึกเบียร์ชนช้างสะท้านเอเชีย ไอเนเก้นควักแสนล้านสกัดไทยเบฟซื้อเอฟแอนด์เอ็น

21 กรกฎาคม 2555

เมื่อวัฏจักรเศรษฐกิจหมุนมาสู่เอเชีย แน่นอนกลุ่มทุนย่อมต้องแห่มาหาแหล่งที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า

เมื่อวัฏจักรเศรษฐกิจหมุนมาสู่เอเชีย แน่นอนกลุ่มทุนย่อมต้องแห่มาหาแหล่งที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า

ดังนั้นการฮึดของยักษ์อันดับ 3 วงการเบียร์โลก ไฮเนเก้น จากเนเธอร์แลนด์ ที่พร้อมเทหน้าตักกว่า 1.86 แสนล้านบาท เกทับไทยเบฟเจ้าของเบียร์ช้างกลุ่มเจริญ สิริวัฒภักดี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เสนอเงินกว่า 7 หมื่นล้านบาท ซื้อหุ้นของเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ หรือเอฟแอนด์เอ็น ซึ่งมีโรงงานผลิตเบียร์ 31 แห่ง ใน 15 ประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก และมีเบียร์ยี่ห้อแข็งแกร่งอย่างไทเกอร์

เหตุที่ไฮเนเก้นประกาศลั่น จะไม่ยอมเสียตลาดเอเชียแปซิฟิก เพราะขณะที่ตลาดเบียร์ในยุโรปกับสหรัฐอเมริกา เติบโตลดลงจนปี 2552 ตลาดเบียร์ในเอเชียใหญ่แซงหน้าทุกทวีปทั่วโลก โดยสถาบันอาหารและไลฟ์สไตล์คิริน ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยของคิริน โฮลดิงส์ ในญี่ปุ่น แจ้งผลสำรวจว่า การบริโภคเบียร์ทั่วโลกเพิ่ม 2.4% เมื่อปี 2553 (ค.ศ. 2010) อยู่ที่ 1.83 แสนล้านลิตร หรือสูงสุดทุบสถิติเป็นปีที่ 25 โดยมีการบริโภคเพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เป็นหลัก นำโดยทวีปเอเชีย สัดส่วน 33.6% ของการดื่มทั่วโลก ขณะที่ยุโรป อเมริกาเหนือ และโอเชียเนีย สัดส่วนลดลงเทียบปีก่อน เพราะปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเศรษฐกิจ

ปัจจัยดังกล่าวทำให้ล่าสุด บริษัท ไฮเนเก้น เอ็นวี ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประกาศพร้อมสู้ศึกชิงตลาดน้ำเมาในเอเชีย-แปซิฟิก กับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี โดยพร้อมทุ่มเงินกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1.86 แสนล้านบาท เพื่อกว้านซื้อหุ้นในเอเชีย-แปซิฟิก บริวเวอรีส์(เอพีบี) ซึ่งปัจจุบันไฮเนเก้นถือหุ้นอยู่ 41.9% โดยประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมเสียส่วนแบ่งการตลาดในภูมิภาคนี้

ศึกเบียร์ชนช้างสะท้านเอเชีย ไอเนเก้นควักแสนล้านสกัดไทยเบฟซื้อเอฟแอนด์เอ็น

บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ ระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทได้ยื่นข้อเสนอซื้อหุ้นของเอฟแอนด์เอ็นในวงเงิน 4,100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือหุ้นละ 50 เหรียญสหรัฐ มากกว่าที่ไทยเบฟเสนอไปก่อนหน้านี้ที่ 2,800 ล้านเหรียญสิงคโปร์ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจะช่วยให้ไฮเนเก้น กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ราว 82% ในเอพีบี (ซึ่งบริหารโรงเบียร์ 31 แห่ง ใน 15 ประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิก) และหากสำเร็จแล้ว ไฮเนเก้นก็จะเดินหน้ากว้านซื้อหุ้นของรายย่อยอีก 2,400 ล้านเหรียญสิงคโปร์

“ถึงเวลาที่เราต้องมองไปข้างหน้าสู่ก้าวต่อไปในธุรกิจเอเชียของเราแล้ว ทั้งแบรนด์ไฮเนเก้นและไทเกอร์ จะเป็นหัวหอกของเราในการบุกตะลุยสู่ตลาดเอเชีย” ฌอง ฟรองซัวร์ แวน บอกซ์มีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไฮเนเก้น กล่าว

ไฮเนเก้นย้ำว่าข้อเสนอซื้อดังกล่าว จะช่วยให้บริษัทเข้าถึงตลาดสำคัญหลายแห่งได้โดยตรง อาทิ กัมพูชา จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม และในช่วงไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ไฮเนเก้นได้ลุยซื้อกิจการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเม็กซิโกและบราซิล รวมถึงเพิ่มการลงทุนในแอฟริกา และจับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อขยายตลาดในอินเดีย

“ข้อเสนอของไฮเนเก้น นั้นสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของบริษัทที่จะขยายฐานในตลาดเกิดใหม่ให้มากขึ้น หากข้อเสนอดังกล่าวได้รับการตอบตกลง ก็จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของไฮเนเก้น ต่อการเติบโตในตลาดที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งยังเป็นกลุ่มเขตเศรษฐกิจที่มีพลังและมีการขยายตัวของประชากรรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในโลกอีกด้วย” ไฮเนเก้น ระบุในแถลงการณ์

การเสนอซื้อหุ้นแข่งครั้งนี้ส่งผลให้การซื้อขายดัชนีเอพีบี และเอฟแอนด์เอ็น ในตลาดสิงคโปร์ ต้องถูกระงับการซื้อขายลงชั่วคราวเมื่อวันที่ 20 ก.ค.

ด้านไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานอ้างนักวิเคราะห์หลายฝ่ายว่า ข้อเสนอซื้อหุ้นแข่งครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าบริษัทน้ำเมาสัญชาติดัตช์ต้องการเข้าคุมเอพีบี ซึ่งเป็นผู้ผลิตเบียร์ไทเกอร์อย่างเต็มตัว ในช่วงเวลาที่ยอดขายจากฝั่งยุโรปกำลังถดถอยลง โดยเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ไฮเนเก้นได้รายงานปริมาณยอดขายที่ลดลง 1.2% ในไตรมาสแรกของปีนี้

ขณะที่บริษัท ซาน มิเกล บริวเวอรี (เอสเอ็มบี) ยักษ์ใหญ่เบียร์ฟิลิปปินส์ ประกาศเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ว่าจะสร้างโรงงานผลิตเบียร์อีกหลายประเทศอาเซียน โดยเฉพาะที่กัมพูชา พม่า และลาว ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ โดยการสร้างงานใหม่นั้นอาจมีค่าใช้จ่ายราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐต่อโรงงาน ทว่าแต่ละโรงงานนั้นจะสามารถสร้างรายได้ให้ถึงปีละ 200 – 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า 2 – 3 เท่า ภายในปีแรกที่เริ่มดำเนินการผลิต

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมั่นใจได้เลยว่า ต่อจากนี้สงครามธุรกิจของกลุ่มทุนข้ามทวีปจะยังเกิดขึ้นอีกเป็นระยะๆ ศึกชิงตลาดเบียร์เอเชียที่มีขนาดใหญ่ 1 ใน 3 ของการดื่มปีละ 1.8 แสนล้านลิตรทั่วโลก คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของสงครามทุนข้ามทวีปแน่

การเปิดศึกชิงตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในสัปดาห์นี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องสวนทางกับภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือกลุ่มประเทศอาเซียน ที่กำลังมีการขยายตัวของชนชั้นกลางอย่างรวดเร็ว จากจำนวนประชากรทั้งสิ้นเกือบ 600 ล้านคน

ความหอมหวนของตลาดในเอเชียที่มีสัดส่วนการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ยังส่งผลให้บริษัทน้ำเมาหลายแห่งต่างประกาศแผนเตรียมสยายปีกรุกคืบตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภูมิภาคนี้กันอย่างถ้วนหน้า


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท