posttoday
ต้องสร้าฉันทามติ ก่อนแก้รธน.

ต้องสร้าฉันทามติ ก่อนแก้รธน.

20 กรกฎาคม 2555

ความไม่ชัดเจนในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการให้ความเห็นว่า “ควรจะ” จัดทำประชามติ

ความไม่ชัดเจนในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการให้ความเห็นว่า “ควรจะ” จัดทำประชามติ

ก่อนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ส่งผลให้เกมเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลแตกออกเป็นหลายทางเลือก ทั้งการจัดทำประชามติก่อนแก้รัฐธรรมนูญ การแก้ไขรายมาตรา และการตัดสินใจเดินหน้าลงมติในวาระ 3

กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า รัฐธรรมนูญทุกฉบับจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นกฎหมายในการอยู่ร่วมกันอย่างถาวร ยินยอมให้มีการแก้ไขได้ แต่ไม่ให้ล้มล้างทั้งฉบับ โดยการร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 เอง ก็มีจุดมุ่งหมายให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ไม่ใช่ฉบับชั่วคราว จะล้มล้างไม่ได้ ดังนั้นทางเลือกให้แก้ไขรายมาตรานั้น สามารถกระทำได้เป็นปกติ แต่หากมีประชาชนอยากแก้ทั้งฉบับก็สามารถดำเนินการได้เช่นกัน แต่ต้องสร้างความเห็นพ้องร่วมกันของสังคมขึ้นมาก่อน

ต้องสร้าฉันทามติ ก่อนแก้รธน.

 

กิตติศักดิ์ ย้ำว่า ประชามติไม่ใช่ทางออกเดียวของการสร้าง “ความเห็นพ้องร่วมกันในสังคม” สิ่งสำคัญคือ ต้องเปิดให้มีการถกเถียงกัน โต้แย้งกันอย่างเต็มที่ถึงแนวทางในรัฐธรรมนูญที่ประชาชนอยากให้เป็นจนกลายเป็นรัฐธรรมนูญที่ทุกคนอยากได้

“ผมไม่เชื่อในประชามติ เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางการแบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย ไม่ลงรอยกัน ทำไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะท้ายที่สุดไม่ว่าฝ่ายใดจะชนะหรือคะแนนจะเฉือนกันสักกี่เสียง อีกฝ่ายต้องจ้องล้มรัฐธรรมนูญอีกฉบับอยู่ดี” กิตติศักดิ์ ระบุ

กิตติศักดิ์ ขยายความของคำว่า “เห็นพ้องร่วมกัน” อีกว่า เหมือนการจัดทำรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2540 มีกระบวนการสร้างความเห็นพ้องถึง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2535-2540 เพื่อสร้างความเห็นพ้องให้เกิดรัฐธรรมนูญที่ทุกคนต้องการ มีการตั้งชุดคณะกรรมการของ นพ.ประเวศ วะสี อานันท์ ปันยารชุน รวมถึง มารุต บุนนาค ในตอนแรกเมื่อปี 2534 ก็เริ่มเสนอให้มีการแก้ไขรายมาตราก่อน จนเกิดการแลกเปลี่ยนความคิด ถกเถียง โต้เเย้งกันทีละเรื่องจนนำไปสู่การแก้ทั้งฉบับที่ประชาชนเห็นพ้องร่วมกัน

“การแก้ไขรัฐธรรมนูญปัจจุบันต่างจากปี 2540 ชัดเจน คือ นอกจากจะไม่มีกระบวนการถกเถียงร่วมกันของทั้งสังคมแล้ว ยังเป็นการกำหนดชะตาของรัฐธรรมนูญโดยคนเพียงคนเดียว ปัญหาที่คาราคาซังอยู่ทุกวันนี้ แท้ที่จริงแล้วจึงไม่ได้อยู่ที่การแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ แต่ประเด็นอยู่ที่ทั้งสองฝ่ายไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพราะมีคนบงการอยู่เบื้องหลัง ฉะนั้นเมื่อความไว้วางใจซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการจัดทำรัฐธรรมนูญไม่เกิดตั้งแต่แรกแล้ว กระบวนการที่ตามมาก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ”

อุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ กล่าวว่า เห็นด้วยให้มีการทำประชามติ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) สามารถนำเสนอประธานรัฐสภาทำตามกฎหมายลงประชามติ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ 2550 ก็ยึดเอาปี 2517 มาเป็นหลัก และในปี 2517 ก็ยึดปี 2492 มาเป็นต้นแบบ คือการยึดโยงประชาชนดีกว่าจะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนร่างรัฐธรรมนูญที่จ่ออยู่ในวาระ 3 นั้น ก็ควรปล่อยให้ตก ซึ่งจะไม่กระทบต่อสถานะของรัฐบาล


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท