
เฉลิมสั่งปราบโกงจำนำข้าว-งบภัยพิบัติ-งบอปท.
“เฉลิม” สั่งดีเอสไอ-ปปท.-สตช.สนธิกำลังปราบ 3 โกง “ทุจริตจำนำข้าว-งบภัย-พิบัติงบ อปท.”
“เฉลิม” สั่งดีเอสไอ-ปปท.-สตช.สนธิกำลังปราบ 3 โกง “ทุจริตจำนำข้าว-งบภัยพิบัติง-บ อปท.”
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุม 3 หน่วยงาน ประกอบด้วยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อขอให้บูรณาการทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาการทุจริต 3 เรื่อง คือ คดีการทุจริตรับจำนำข้าวทั่วประเทศ คดีการฉ้อโกงงบภัยพิบัติส่วนกลางที่ได้จัดสรรลงไปในแต่ละภูมิภาค และการติดตามคดีการใช้งบประมาณขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
ทั้งนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการในการทำงานเพื่อติดตามสามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดย ร.ต.อ.เฉลิม ได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ภาค และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เป็นแกนหลักในการทำงานในแต่ละพื้นทีรับผิดชอบ
“ในสัปดาห์ ดีเอสไอมีแผนจะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง” อธิบดีดีเอสไอ กล่าว
สำหรับการปราบทุจริตจำนำข้าวนี้ เป็นไปตามการรายงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ได้นำข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเปลือก แก่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็วๆ นี้ โดยระบุว่าการดำเนินการก่อให้เกิดปัญหามากมาย โดยเฉพาะการทุจริตเชิงนโยบาย ดังนั้นเพื่อป้องกันการทุจริตและป้องกันความสูญเสียด้านงบประมาณที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ป.ป.ช.จึงมีข้อเสนอคือ 1.กำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกแต่ละชนิดให้เหมาะสมสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เกษตรกรรับภาระอยู่ และไม่บิดเบือนกลไกการตลาด
2.มอบหมายให้หน่วยงานรับผิดชอบหาแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะการลดต้นทุนการผลิต 3.นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการลงทะเบียนและรับรองเกษตรกร 4.กำหนดมาตรการลงโทษที่เหมาะสมและจริงจังกับเกษตรกรที่ไม่สุจริต
ด้านการระบายข้าวสารจากคลังสินค้าของรัฐบาล เพื่อป้องกันปัญหาเก็บรักษาข้าวไว้นานทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมคุณภาพ สูญเสียน้ำหนัก และเป็นการป้องกันการทุจริต ควรมอบหมายให้หน่วยงานรับผิดชอบกำหนดแผนการบริหารจัดการการระบายข้าวที่เก็บรักษาไว้ในโกดังอย่างเป็นระบบ
พร้อมทั้งให้รายงานผลการดำเนินงาน หรือที่ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามแผนได้ ให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณา
แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการพิจารณาวาระดังกล่าว ครม.ถกเถียงกันว่าไม่ควรมีการลงมติให้เป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะอาจจะถูกฝ่ายตรงข้ามหยิบยกไปเป็นประเด็นทางการเมืองได้ว่าครม.รับทราบแล้วว่า มีการทุจริตหรือยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นแล้วทำให้ครม.ไม่มีมติใดๆออกมา ครม.จึงแค่รับทราบข้อสังเกตเท่านั้นจบ
ปรับเปลี่ยนนโยบายให้เหมาะสม







