
ทีมกู้ชีพแนะผู้ชุมนุมเลี่ยงเหตุฉุกเฉิน
8...ชนิกานต์ กาญจนสาลี
แดดเปรี้ยงบนท้องถนนราชดำเนินร้อนระอุตามอุณหภูมิมาตรการความเข้มข้นของแกนนำคนเสื้อแดงที่เดินหน้าสู้ไม่ถอย ขณะที่รถพยาบาลจากหลายหน่วยงานก็ระดมเข้ามาช่วยเหลือผู้ชุมนุมอย่างขวักไขว่ สู้เปลวแดดอันร้อนแรง
นายสุชีพ บุญเส็ง เจ้าหน้าที่พิทักษ์ชีพ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า ติดตามดูแลการชุมนุมของคนเสื้อแดงบนถนนเส้นราชดำเนินมาร่วม 3 วันแล้ว ทีมกู้ชีพป่อเต็กตึ๊งมีทั้งหมด 7 ทีม ทีมละ 3 คน ร่วม 21 คน ทำงานประสานร่วมกันกับทีมสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน และศูนย์เอราวัณ ซึ่งแบ่งหน้าที่กันทำงานเต็มที่ มีผู้ชุมนุมเป็นลมแดดเป็นระยะๆ
นายสุชีพ ผ่านประสบการณ์การให้ความช่วยเหลือในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่หน้ารัฐสภา เห็นการสลายการชุมนุมต่อหน้าต่อตา จึงไม่อยากเห็น และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีกไม่ว่ากับสีใดๆ
“
ผมเห็นผู้ชุมนุมล้มลงต่อหน้าห่างจากรถไม่ถึง 1 เมตร เพราะถูกแก๊สน้ำตายิงเข้าใส่ตัวและได้รับบาดเจ็บ อยากให้เจ้าหน้าที่เรียนรู้บทเรียนการใช้อุปกรณ์สลายการชุมนุม เพราะการใช้แก๊สน้ำตาที่ถูกต้อง ต้องยิงขึ้นฟ้าไม่ใช่ยิงใส่ฝูงชน” นายสุชีพ กล่าวด้านนายประยุทธ จิตติวราเดช เจ้าหน้าที่พิทักษ์ชีพ มูลนิธิเดียวกัน ระบุว่า อยากให้แกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุมเอาใจใส่และระมัดระวังต่อเหตุการณ์ในช่วงเสี่ยงที่จะมีการสลายการชุมนุม สำหรับผู้ชุมนุมจะต้องหมั่นสังเกตบรรยากาศก่อนช่วงการสลายหรือก่อนช่วงเกิดเหตุรุนแรง โดยสามารถดูได้ 2 กรณีหลัก เรื่องแรกคือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐจะประกาศเตือนให้ออกจากจุดที่จะสลาย และฝ่ายแกนนำจะมีการโหมประโคมปลุกเร้าให้ฮึกเหิมเป็นพิเศษ ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ผู้ชุมนุมจะต้องหูไว ตาไว เข้าไว้
“
เราไม่อยากให้เกิดการปะทะ แต่ถ้าต้องเกิดขึ้น ผู้ชุมนุมต้องหมั่นสังเกต เสียงเจ้าหน้าที่เตือนไม่ใช่ไม่กลัว ที่สำคัญถ้าจะมาชุมนุมต้องไม่ลืมป้องกันตัวเอง ด้วยอุปกรณ์จำเป็นไม่ว่าจะเป็นผ้าขนหนู หรือหมวกกันน็อก เพราะการชุมนุมไม่ว่าของสีไหนๆ ก็ไม่ควรมองว่าเป็นแค่การเดินเล่นเท่านั้น” นายประยุทธ กล่าวเจ้าหน้าที่พิทักษ์ชีพ รายนี้ระบุว่า ความเสี่ยงภัยของผู้ปฏิบัติการในกรณีฉุกเฉินมีอยู่โดยตลอด ต้องขึ้นอยู่กับแกนนำว่าจะมีการเปิดทางและอำนวยความสะดวกแค่ไหน เพราะผู้ปฏิบัติงานด้านการช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินไม่มีสีใดๆ สำหรับการชุมนุมครั้งนี้อยากให้มีการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ชุมนุมเข้าใจเรื่องการป้องกันตัวกรณีมีเหตุฉุกเฉิน เพราะเท่าที่สังเกตการณ์การชุมนุมรอบนี้ยังไม่ค่อยมีการพูดถึงเรื่องนี้มากนัก
สำหรับบรรยากาศโดยรวมของทีมแพทย์พยาบาลภาคสนามของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่จัดไว้โดยรอบเส้นถนนราชดำเนินนั้น จะมีสองทีมเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำงาน ได้แก่ ทีม RSR และทีม FARED แต่ละทีมจะมีแพทย์พยาบาลอาสาสมัครทั้งที่เปิดเผยตัวตนและไม่เปิดเผยตัวตน มาให้การพยาบาลผู้ชุมนุมที่ล้มป่วยอยู่เป็นระยะๆ เพราะในนามทีมผู้พิทักษ์ชีวิตเหล่านี้ทุกคนล้วนเป็นพี่น้องคนไทยที่มีเลือดสีเดียวกัน







