
เปิดชี้แจงครม.แก้รธน. ซัดจำลองฟ้องผิดศาล
แม้ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่ายังมีอีกหนึ่งคำร้องของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
แม้ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่ายังมีอีกหนึ่งคำร้องของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและพวก ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณี 416 สส.และ สว. รวมถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ผู้ถูกร้องทำคำชี้แจงมายังศาลรัฐธรรมนูญภายใน 30 วัน
ล่าสุด อัชพร จารุจินดา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทำคำชี้แจงในส่วนของ ครม.ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 16 ก.ค. พร้อมกับรายงานคำชี้แจงเป็นเอกสารตีตราลับมากให้ ครม.รับทราบเมื่อวันที่ 17 ก.ค.
พิจารณาคำร้องของ พล.ต.จำลอง แม้มีประเด็นที่คล้ายคลึงจากกลุ่มผู้ร้องก่อนหน้านี้ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้ว แต่พบว่ามีบางประเด็นที่ ครม.ต้องหาเหตุผลหักล้าง โพสต์ทูเดย์สรุปออกมาได้ดังนี้ คำร้อง พล.ต.จำลอง ระบุว่า การเสนอร่างรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำผิดทางอาญาในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามมาตรา 113 และ 157 ตามประมวลกฎหมายอาญา
กฤษฎีกาชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญว่า ประเด็นนี้เกี่ยวกับเขตอำนาจศาล การที่ผู้ร้องกล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญาโดยยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยคดี หากพิจารณาบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี 2550 บัญญัติให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยคดีในเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การวินิจฉัยปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ไม่ใช่ศาลตั้งแต่สององค์กรขึ้นไป และการคุ้มครองหลักประชาธิปไตยภายในพรรคการเมืองและการปกป้องคุ้มครองการปกครองระบอบประชาธิปไตย หรือเรื่องอื่นๆ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
“แต่ว่ามิได้มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและบทกฎหมายอื่นใดที่บัญญัติให้อำนนาจศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาวินิจฉัยคดีอันเป็นความผิดทางอาญา หากแต่เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมที่จะพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา 218 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่บัญญัติว่า ศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาคดีทั้งปวง เว้นแต่คดีที่รัฐธรรมนูญนี้หรือกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลอื่น” ดังนั้นการที่ผู้ร้องกล่าวหาว่า ผู้ถูกร้องกระทำความผิดทางอาญา จึงไม่อยู่ในอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณาวินิจฉัยได้
นอกจากนี้ กฤษฎีกาได้ชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญถึงเหตุผลการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้กระทำการทุจริตไว้ดังนี้ ผู้ถูกร้องคือ ครม. ได้ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 291 (1) โดยเป็นองค์กรหนึ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้สามารถเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ และในการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผู้ร้องก็ไม่ได้อาศัยตำแหน่งหน้าที่ ในการที่จะมีเจตนาหรือมีเหตุจูงใจเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ส่วนตัวหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หากแต่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาและตามที่ระบุไว้ในแผนบริหารราชการแผ่นดินที่ได้จัดทำขึ้นในการบริหารราชการแผ่นดิน
“และการเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี้ ก็มิได้เป็นการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญตามมาตรา 113 แห่งประมวลกฎหมายอาญาแต่ประการใด หากแต่เป็นการดำเนินการตามอำนาจที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ และการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เป็นการเสนอกรอบแนวความคิดในการกำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญทุกขั้นตอน มิได้สร้างอำนาจผูกขาด หรืออำนาจเผด็จการให้แก่พรรคการเมืองหรือบุคคลใด”
ดังนั้น การเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของผู้ถูกร้องจึงมิได้เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามที่ผู้ร้องกล่าวหาแต่อย่างใด







