
AEC โจทย์ฬหญ่ใหม่ของ อปท.
เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา ได้มีการทำการศึกษาวิจัยเรื่อง “ผลการศึกษาการเตรียมความพร้อมการผลิตกำลังคนสู่การเป็นประชาคมอาเซียนและเปิดเสรีการค้าบริการด้านอุดมศึกษา” โดย รศ.ดร.นันทนา คชเสนี ผู้อำนวยการบริหารเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน เกี่ยวกับทัศนคติและการตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียน ซึ่งสำรวจจากจำนวนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ระบุว่า ประเทศไทยมีความรู้เกี่ยวกับอาเซียนอยู่อันดับสุดท้าย หากแต่ในวันนี้ปี 2555 ประชาชนรู้จักและมีความเข้าใจในคำว่า “ประชาคมอาเซียน” มากขึ้น และหลายองค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน หรือแม้แต่องค์กรประชาชนก็มีการตอบสนองต่อเจตนารมณ์ความเป็นอาเซียนมากขึ้น ทั้งที่ผ่านจัดการสัมมนา ฝึกอบรม ให้ความรู้ การวิพากษ์ รวมทั้งการนำเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับ “ประชาคมอาเซียน” ในหลายช่องทาง เพื่อให้ประเทศไทยได้มีการวางแนวทางก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ภายใต้คำขวัญ “หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม”
เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา ได้มีการทำการศึกษาวิจัยเรื่อง “ผลการศึกษาการเตรียมความพร้อมการผลิตกำลังคนสู่การเป็นประชาคมอาเซียนและเปิดเสรีการค้าบริการด้านอุดมศึกษา” โดย รศ.ดร.นันทนา คชเสนี ผู้อำนวยการบริหารเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน เกี่ยวกับทัศนคติและการตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียน ซึ่งสำรวจจากจำนวนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ระบุว่า ประเทศไทยมีความรู้เกี่ยวกับอาเซียนอยู่อันดับสุดท้าย หากแต่ในวันนี้ปี 2555 ประชาชนรู้จักและมีความเข้าใจในคำว่า “ประชาคมอาเซียน” มากขึ้น และหลายองค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน หรือแม้แต่องค์กรประชาชนก็มีการตอบสนองต่อเจตนารมณ์ความเป็นอาเซียนมากขึ้น ทั้งที่ผ่านจัดการสัมมนา ฝึกอบรม ให้ความรู้ การวิพากษ์ รวมทั้งการนำเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับ “ประชาคมอาเซียน” ในหลายช่องทาง เพื่อให้ประเทศไทยได้มีการวางแนวทางก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ภายใต้คำขวัญ “หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม”
ประชาคมอาเซียนประกอบด้วย 3 เสาหลัก และเสาหลักหนึ่งที่สำคัญมากและจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ได้แก่ เสาหลักเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เพราะระบบเศรษฐกิจที่ผูกโยงเข้าด้วยกันภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นเงื่อนปมสำคัญในการพัฒนาสังคม การเมือง วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของประเทศภาคีสมาชิกเข้าด้วยกัน กรณีของประเทศไทยคงมีหลายภาคส่วนที่มีฐานะเป็นเจ้าภาพหลักในเรื่อง AEC ร่วมกัน และเจ้าภาพหลักหนึ่งที่จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในระดับพื้นที่ ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในการบริหารจัดการทรัพยากรอันถือเป็น “ต้นทุน” ในระดับพื้นที่
ฉะนั้น บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่อง AEC คือ ทำอย่างไรประชาชนในพื้นที่ความรับผิดชอบของตนเองจะสามารถดำรงอยู่อย่างมีเสถียรภาพภายใต้บริบทของ AEC?? ซึ่งคำถามนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไม่ต่างอะไรกับเจ้าของบ้านที่จะต้องมีหน้าที่ให้ความคุ้มครอง ดูแล ส่งเสริม และสนับสนุนให้สมาชิกในครอบครัวสามารถที่จะ “อยู่รอด” ได้ในกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลง
โจทย์ที่ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะทำให้ประชาชนและชุมชนอยู่รอดได้อย่างไรนั้น ลำดับแรกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเร่ง “ค้นหาต้นทุน” ในชุมชนก่อน และศึกษาทำความเข้าใจในสิ่งเหล่านั้นอย่างละเอียด เช่น โดยต้นทุนดังกล่าวอาจจะแยกออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ทุนที่เป็นมนุษย์ ทุนที่เป็นนามธรรม เช่น วัฒนธรรม อารยธรรม จารีตประเพณี ค่านิยม และทุนที่เป็นรูปธรรมสามารถจับต้องได้ อันได้แก่ สถานที่ท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม โบราณสถาน โบราณวัตถุ สินค้าท้องถิ่น ผลิตผลทางการเกษตร และนอกจากนั้นยังมีทุนในลักษณะที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบการคมนาคมขนส่ง ระบบโครงข่ายถนน และระบบ Logistic เป็นต้น จากนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องทำการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนใน “ต้นทุน” เหล่านั้น เพื่อให้สามารถสร้างอัตลักษณ์ให้แก่ต้นทุนเพื่อสร้างจุดขายในระดับภูมิภาค เพราะการสร้าง “อัตลักษณ์” จะช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร สร้างรายได้ให้กับชุมชน อาทิ การสร้างเรื่องราว (Story) ให้กับผลิตภัณฑ์ ผลผลิตแต่ละอย่าง รวมทั้งการพัฒนาหีบห่อที่เน้นความทันสมัย และไม่ละทิ้งความเป็นท้องถิ่น
“แรงงาน” เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบและมีความสำคัญใน AEC เพราะจากฐานการบริโภคและการผลิตในระดับประเทศจะขยายไปสู่ฐานการผลิตที่กว้างขึ้น ดังนั้นแรงงานที่จะสามารถอยู่รอดได้ในกระแส AEC ต้องเป็นแรงงานที่มีความสามารถ ทักษะในการปฏิบัติงาน ระบบการทำงาน และทักษะการทำงานยังไม่เป็นมาตรฐานที่อยู่ในระดับเดียวกัน ซึ่งความรู้ในการใช้เทคโนโลยี ความชำนาญในเครื่องมือ หรือการฝึกฝนเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ยังไม่เพียงพอต่อการสร้างสรรค์ผลผลิตที่มีคุณภาพ ซึ่งมีผลกระทบต่อการเจาะกลุ่มตลาดและฐานการซื้อขายสินค้าในระดับภูมิภาค นอกจากนี้แรงงานที่จะอยู่รอดได้นั้นจะต้องมีทักษะในการใช้ภาษาด้วย ซึ่งอย่างน้อยที่สุดต้องมีความรู้ในภาษาอังกฤษ และหากจะให้ดีขึ้นต้องมีความสามารถด้านภาษาของประเทศภาคีสมาชิกด้วย ซึ่งมูล เหตุนี้เองที่ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องทำหน้าที่เป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาด้านทักษะแก่แรงงานในพื้นที่ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจจะรวมกลุ่มกันตั้งศูนย์กลางฝึกอาชีพ เพื่อให้แรงงานมีการฝึกฝนพร้อมทั้งสร้างความเป็นมาตรฐานร่วมกัน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเตรียมความพร้อมด้านแรงงานและผลิตภัณฑ์ที่จะขายสู่กลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว หากแต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องให้ความสำคัญกับช่องทางหรือเส้นทางในการนำผลิตภัณฑ์หรือสินค้าเหล่านี้ไปสู่ประเทศในกลุ่มด้วย ฉะนั้นจุดนี้เองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำเป็นต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสร้างโครงข่ายคมนาคมเพื่อตอบสนองความต้องการขนส่งสินค้า โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมที่เป็นระบบและสะดวกต่อการขนส่งเพื่อขยายฐานผลิต การส่งออกภายในและภายนอกกลุ่มประเทศสมาชิก
“ประชาคมเศรษฐกิจ” เป็นส่วนที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความเจริญและมั่งคั่ง และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ดังนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงต้องเร่งรัดสร้างแนวคิดและกระบวนการร่วมกัน เพื่อวางเป้าหมายและนำพาประชาชนไปสู่ความสำเร็จ ภายใต้ “ฐาน” ทางเศรษฐกิจที่มั่นคง นอกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องสร้างแนวร่วมทางเศรษฐกิจร่วมกับประเทศสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจในตัวตนของกันและกัน และเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มั่นคง อันนำไปสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคต่อไป







