
โรคปริศนา โรค มือ เท้า ปาก
โดย...นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ
โดย...นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ
เมื่อเวลาในประเทศไทยประมาณ10.00 น. ของวันที่ 4 ก.ค. 2555 มีรายงานข่าวสั้นๆ จากองค์การอนามัยโลก http://www. who.int/ csr/don/2012_07_06a/en/index.html แจ้งว่า กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา ได้รายงานให้องค์การอนามัยโลกได้ทราบว่า มีเด็กป่วยโรคประหลาดที่ยังวินิจฉัยไม่ได้ว่าเป็นโรคอะไรเป็นโรคแห่งปริศนาจำนวน 62 คน นับตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมานี้ มีโรคใหม่นี้อุบัติขึ้นทำให้เด็กเสียชีวิตไปแล้ว 61 คน
ข่าวสั้นๆ นี้ ทำให้ผมกังวลว่า โรคมือ เท้า ปาก คงจะลามมาถึงไทยเราแน่ เพราะโรคสมัยนี้เป็นโรคไร้พรมแดน อันที่จริง ผมเคยตามเรื่องนี้มานานแล้ว เช่น ผมเคยเรียบเรียงบทความทางวิชาการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ “สารศิริราช” มาตั้งแต่ปี 2540 ชื่อเรื่อง “มรณกรรมหมู่ของกุมารมาเลย์” เมื่อโรคนั้นระบาดขึ้นในประเทศมาเลเซียเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2540
มาครั้งนี้ ผมจึงพยายามตามข่าวโรคนี้ทั้งย้อนหลังและที่เป็นปัจจุบัน จึงอยากจะขอนำประมวลมาเล่า เพื่อให้เพื่อนคนไทยเราตระหนักเอาไว้ จะได้ไม่ตระหนกตกตื่นกลัวกันมากเกินไปดังนี้ครับ
ข่าวแรกที่ตามได้คือข่าวจาก Cidrap เป็นศูนย์วิจัยติดตามเคลื่อนไหวของโรคติดเชื้อทั่วทุกมุมโลกของมหาวิทยาลัยมินนีโซตา สหรัฐอเมริกา ศูนย์นี้มีชื่อเต็มว่า Center Fir Infectious Disease Research and Policy ท่านที่สนใจติดตามจะเข้าถึงได้ที่ www.cidrap. umn.edu ท่านจะได้รับข่าวทุกวัน
Cidrap รายงานข่าวนี้เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2555 โดยอ้างข่าวจากหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ประจำวันเดียวกันนั้น เนื้อความในข่าวมีดังนี้ครับ
โรคปริศนาลึกลับที่คร่าชีวิตเด็กในกัมพูชา
องค์การอนามัยโลกกำลังช่วยประเทศกัมพูชาในการค้นคว้าโรคปริศนาลึกลับที่คร่าชีวิตเด็ก
องค์การอนามัยโลกได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 4 ก.ค. ว่ากำลังช่วยค้นหาสาเหตุของโรคติดเชื้อระบบหายใจที่ยังให้การวินิจฉัยที่แน่นอนไม่ได้ ซึ่งทำให้เด็กล้มป่วยจำนวน 62 คน และเสียชีวิตไปแล้ว 61 คน เด็กส่วนใหญ่อยู่ในภาคใต้ของประเทศกัมพูชา กำลังได้รับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเด็กในกรุงพนมเปญ
อาการของโรค ได้แก่ มีไข้สูง ตามมาด้วยอาการทางระบบหายใจ หรือระบบประสาท ผู้ป่วยมีอาการทางระบบหายใจเลวลงอย่างรวดเร็ว ซึ่ง นิมา แอสการี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัย กล่าวว่าไม่น่าจะเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ โรคยังไม่แพร่ไปยังโรงพยาบาลอื่นและบุคลากรแพทย์ที่ทำการรักษาผู้ป่วยก็ไม่ติดโรค ขณะนี้กำลังค้นคว้าหาสาเหตุของโรคอยู่ทั้งทางชันสูตรโรคในผู้ป่วย และการเก็บตัวอย่างตรวจจากภาคสนาม
ข่าวได้ให้ข้อสังเกตเอาไว้ว่า เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมานี้ ก็ยังมีแม่ลูกคู่หนึ่งเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดนก H5N1 อยู่
เมื่อติดตามข่าวมาจนถึงวันที่ 7 ก.ค. ก็พบรายงานข่าวในเอกสารข่าวของสมาคมโรคติดเชื้อระหว่างชาติ คือ ProMed Mail ในเนื้อข่าวสรุปได้ดังนี้
ข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาแจ้งว่า ตั้งแต่เดือน เม.ย. จนถึงวันที่ 5 ก.ค. มีผู้ป่วยโรคที่ทางการยังวินิจฉัยโรคไม่ได้จำนวนรวมทั้งสิ้น 74 คน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุต่ำกว่า 3 ขวบ มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคกลางและภาคใต้ของประเทศ เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลเด็กคันทา โบพา (Kantha Bopha Children's Hospital) ในกรุงพนมเปญ แม้ว่าแพทย์จะพยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม ผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็จะเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง หลังรับไว้ในโรงพยาบาลนั่นเอง
ได้เก็บตัวอย่างจากผู้ป่วยส่งตรวจที่สถาบันปาสเตอร์ในกัมพูชาแล้วก็ยังหาสาเหตุไม่พบตัวอย่างตรวจให้ผลลบทั้งหมด กล่าวคือให้ผลลบต่อ “ไวรัสไข้หวัดนก ไวรัสไข้หวัดใหญ่หลายๆ ชนิด ไวรัสโรคซาร์ส และไวรัสนิปาห์ (ไวรัสก่อโรคสมองอักเสบ)” และยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดอีกว่า โรคแพร่ติดต่อกันโดยทางใด ทางการยังพยายามสืบค้นว่ามีความสัมพันธ์กับภาวะติดเชื้อจุลชีพก่อโรคอื่นๆ อีกหรือไม่ เช่น “ไวรัสเด็งกี่ (ไวรัสก่อโรคไข้เลือดออก) โรคมือ เท้า ปาก (Hand Foot And Mouth Disease) และโรคไข้ปวดข้อยุงลายสวน (Chikungunya Disease)”
ทางการจึงได้ประกาศแนะนำให้ประชาชนพาเด็กที่สงสัยว่าจะเป็นโรคดังกล่าวให้นำเด็กไปพบแพทย์ตรวจที่โรงพยาบาล และแนะนำให้รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ถูกต้อง และเน้นให้ล้างมือให้สะอาดเสมอๆ
รายงานข่าวล่าสุดที่ผมดูข่าวซีเอ็นเอ็นเมื่อเย็นวันที่ 8 ก.ค. รายงานว่าต้นเหตุของโรคคือ ไวรัสเอ็นเตโร 71 (Enterovirus 71 หรือเรียกสั้นๆ ว่า EV71) ในภาพข่าวซีเอ็นเอ็นมีประชาชนในกรุงพนมเปญเป็นจำนวนมาก อุ้มลูกจูงหลานไปโรงพยาบาลเข้าคิวเป็นแถวยาวเหยียดกันเลยทีเดียว ข่าวหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ก็รายงานเรื่องนี้ไว้เมื่อวันที่ 9 ก.ค.นี่เอง ตอนท้ายเรื่องผมจะเอาเรื่องโรคมือ เท้า ปาก และเจ้าไวรัสตัวปัญหามาเล่าให้เข้าใจกัน
ผมยังมีความสนใจยังติดใจอยู่ ก็เลยติดตามค้นดูว่าในปีนี้ โรคนี้มีระบาดอยู่ภูมิภาคใดในโลก ก็พบว่า โรคระบาดอยู่รอบๆ บ้านเรา ไม่ใกล้ ไม่ไกลก็มี ไกลโพ้นถึงสหรัฐก็มี ที่ใกล้ๆ ก็มีระบาดที่มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม กัมพูชา ที่จีนก็มี และในประเทศไทยเองก็มีข่าวที่ไม่เป็นทางการมาจาก จ.ยะลา ก็อยู่ข่าวหนึ่งเหมือนกัน
ผมจะเอาผลที่ผมติดตามการระบาดมาเล่าดังนี้
ประเทศสหรัฐอเมริกา
วันที่ 8 มี.ค. 2555 มีรายงานข่าวใน ProMed Mail ถึงการระบาดของโรคมือ เท้า ปาก ในรัฐแคโรไลนา แต่ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับสถิติของผู้ป่วย ในข่าวได้เน้นเรื่องการป้องกันเสียมากกว่า โรคจะแพร่ติดต่อกันด้วยสัมผัสโดยตรง เช่น จับมือถือแขน สวมกอดกัน กอดรัดฟัดเหวี่ยง จูบแก้มหอมแก้มกัน แม้ว่าติดเชื้อมาแล้วเป็นสัปดาห์หรือผู้ป่วยที่หายแล้วก็ยังจะแพร่เชื้อได้อย่างน้อยอีก 2 สัปดาห์ ควรให้ล้างมือฟอกสบู่บ่อยๆ หลีกเลี่ยงการใช้มือไปจับ สัมผัส ลูบตามพื้นต่างๆ ที่อาจสกปรกมีเชื้อปนเปื้อนได้
ประเทศเวียดนาม
ข่าวแรกที่ค้นพบ เป็นข่าวจากศูนย์ควบคุมป้องกันโรคสหรัฐ เตือนว่า การเดินทางไปประเทศเวียดนามในขณะนั้น โดยเฉพาะการนำเอาเด็กเล็กไปด้วย มีโอกาสจะติดเชื้อไวรัสก่อโรคมือ เท้า ปาก ซึ่งกำลังระบาดอยู่ในประเทศนั้นได้ เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2555 กระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม ประกาศว่า โรคมือ เท้า ปาก ได้เริ่มปรากฏประปรายมาตั้งแต่ต้นปี 2555 แล้ว มีผู้ป่วยรายงานแล้วจาก 63 จังหวัด และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 20 คน ทั้งหมดเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
สิบจังหวัดที่พบว่ามีจำวนผู้ป่วยสูง ได้แก่ จังหวัดฮายฟอง, บัค คาน, เย็นบาย, เลาคาย, หัวบินห์, ดานัง, วินพุค, กวางตรี, ดงทัพ และบินห์ ดินห์ (Hai Phong, Bac Can, Yen Bai, Lao Cai, Hoa Binh, Da Nang, Vinh Phuc, Quang Tri, Dong Thap, and Binh Dinh Provinces)
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2555 องค์การอนามัยโลกได้รายงานสถิติผู้ป่วยในเวียดนามเมื่อถึงวันที่ 6 พ.ค. มีจำนวนผู้ป่วยรวม 43,196 คน ตาย 22 คน ประเทศจีนมีผู้ป่วยรวม 9.9 คน ซึ่งในปีก่อนมีผู้ป่วยเพียง 34,709 คน
ประเทศสิงคโปร์
วันที่ 4 พ.ค. 2555 มีข่าวใน Singapore News Channelnewsasia.com <http://www. channelnewsasia.com/stories/singaporelocalnews/view/1199310/1/.html> รายงานว่า จำนวนผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก ในสิงคโปร์ พุ่งสูงขึ้นอีกถึงร้อยละ 14 แม้ว่าทางการได้มีมาตรการควบคุมแล้วก็ตาม ตามสถิติผู้ป่วยในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน เม.ย. มีจำนวน 1,590 คน สูงกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าซึ่งมีรายงานว่า มีจำนวน 1,394 คน อาการของโรคค่อนข้างอ่อน จึงเชื่อว่าจะเกิดจากไวรัส ค็อคแซคคี เอ 16 (Coxsackievirus A16) มากกว่าที่จะเป็น ไวรัสเอ็นเตโร71 (Enterovirus 71EV71)
วันที่ 19 พ.ค. 2555 มีรายงานข่าวใน The Jakarta Post, ex Asia News Network/The Straits Times. <http://www.thejakartapost.com/news/2012/05/19/hfmdcasesrecordhighspore.html>
ว่า โรคมือ เท้า ปาก ในสิงคโปร์ สถิติในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 12 พ.ค. 2555 จำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้นไปอีก เป็น 1,610 คน
ประเทศมาเลเซีย
ประเทศที่ใกล้ชิดติดต่อกับสิงคโปร์คือประเทศมาเลเซีย ก็มีรางานเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2555 ว่า ที่รัฐเซลังงอร์ มีรายงานผู้ป่วยสูงที่สุดในประเทศ คือที่ เมืองปีตาลิงจายา มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่โรคมือ เท้า ปาก ระหว่างวันที่ 6–12 พ.ค. 2555 จำนวน 1,468 คน และในสัปดาห์ก่อนหน้านั้นมีเพียง 1,147 คน รัฐที่มีจำนวนผู้ป่วยลดหลั่นลงไปได้แก่ ซาราวัก (343 คน) โยโฮร์ (195 คน) ปีนัง (128 คน) กัวลาลัมเปอร์ (100 คน) และซาบาห์ (91 คน) รัฐอื่นๆ นอกนั้นมีจำนวนต่ำกว่า 60 คน
ข่าววันที่ 1 มิ.ย. 2555 รายงานว่า มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในเมืองสาริเก มูคาห์ บินตูลู และลิมบัง จนยอดสะสมได้สูงถึง 8,611 คน มีการระบาดกระจุกตัวอยู่ถึง 31 กระจุก มีครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ 25 ครอบครัว โรงเรียน 3 แห่ง สถานรับเลี้ยงเด็กอีก หนึ่งโรง
ประเทศไทย
ข่าวในหนังสือมติชนรายวันประจำวันที่ 3มิ.ย. 2555 รายงานว่าที่ จ.ยะลา มีอยู่หลายอำเภอที่มีผู้ป่วยโรค มือ เท้า ปาก ระบาด ทางการจึงประกาศปิดโรงเรียน เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เพื่อทำลายเชื้อ แต่ผมยังไม่เห็นข่าวที่ยืนยันของทางราชการ
ประเทศจีน
วันที่ 5 ก.ค. 2555 มีข่าวใน ProMEDmail อ้างข่าวจากหนังสือพิมพ์ China Daily Europe
<http://europe.chinadaily.com.cn/china/ 201207/05/content_15549951.htm
กระทรวงสาธารณสุขจีนรายงานข่าว เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2555ว่า ระหว่างเดือน ม.ค. ถึงเดือน พ.ค. 2555 มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ไม่น้อยกว่า 240 คน ตายจากโรค มือ เท้า ปาก ในผืนแผ่นดินใหญ่ประเทศจีน ซึ่งระยะนั้นนับว่าเป็นช่วงเวลาของการระบาดสูงสุดของโรค มือ เท้า ปาก การระบาดของโรคคงจะซาลงในเดือน ต.ค. ในระยะเวลาที่ผ่านมาคือปี 2554มีผู้ป่วยโรค มือ เท้า ปาก ในประเทศจีนทั่วประเทศ มีจำนวนสูงถึง 1.62 ล้านคน ตายไป 509 คน







