
จะติดคุกอีกก็ไม่เป็นไร
สัมภาษณ์พิเศษ "ก่อแก้ว พิกุลทอง" หลังโชว์บทบู๊ถล่มศาลรธน.ก่อนเจอศาลอาฐาเตรียมพิจารณาถอนประกัน
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย / ชุษณ์วัฎ ตันวานิช
นาทีนี้ ก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผู้ที่สวมหมวกอีกใบในนามแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) สายพิราบกลายเป็นสายล่อฟ้าไปโดยปริยาย ภายหลังตัดสินใจเล่นบทบู๊เดินหน้าถล่มศาลรัฐธรรมนูญแบบไม่ยั้งก่อนการตัดสินชี้ชะตาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 291 ว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่
ประเด็นของเรื่องไม่อยู่ที่การออกมาถล่มศาลรัฐธรรมนูญเพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าพรรคเพื่อไทยกับศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมามาตลอด ทว่าฟางเส้นสุดท้ายมาอยู่ที่การแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงขั้นขู่จับตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จนกลายเป็นที่มาที่ศาลอาญาเตรียมพิจารณาถอนประกันตัวก่อแก้วในเดือนส.ค.นี้
ก่อแก้ว ออกตัวในการเปิดใจครั้งนี้ว่า "ที่จริงผมก็ยังเป็นสายพิราบเหมือนเดิมนะ ไม่ได้ชอบทะเลาะอะไรกับใคร ถ้าคุณเป็นฮาร์ดคอร์คุณอาจได้ความสะใจได้แรงหนุนจากมวลชนกลุ่มหนึ่ง แต่ส่วนหนึ่งคุณจะมีศัตรูเพิ่มขึ้น ชีวิตผมไม่ต้องการมีศัตรู ผมต้องการมีความสุข
"ผมไม่ได้เป็นฮาร์ดคอร์แต่ต้องการแสดงจุดยืนอย่างแข็งขันในเรื่องรัฐธรรมนูญเรื่องนี้คนเสื้อแดงเสียสละมามากแล้ว ถ้าเราแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ประเทศจะเป็นประชาธิปไตยไม่ได้มันเป็นจุดยืนเดียวที่พวกผมยอมไม่ได้ เรื่องอื่นยังพอเจรจากันได้แต่เรื่องรัฐธรรมนูญเรียนตามตรงไม่แก้ไม่ได้"
เงื่อนไขเมื่อครั้งศาลอาญามีคำสั่งให้ประกันตัวในข้อหาก่อการร้ายมีอะไรบ้าง? สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเคยถูกตีตรวน บอกว่า "ห้ามออกนอกประเทศ ต้องไม่ก่อความวุ่นวายถึงขั้นเป็นอันตรายต่อสังคม ปลุกระดมมวลชนก่อให้เกิดความวุ่นวายต่อสังคม ทั้งหมดผมชี้แจงต่อศาลได้"
ที่ผ่านมาถือว่าเป็นการยั่วยุหรือไม่ ? ก่อแก้ว ยืนยันว่า "ไม่ได้เป็นการยั่วยุ...ข่าวที่ออกมาว่าผมไปข่มขู่ศาลจริงๆไม่ใช่เลยเพราะผมได้บอกกับมวลชนแล้วว่าอย่าไปศาล ใครชวนก็อย่าไป ไปอยู่ตรงนั้นไม่ว่าจะมีกี่คนก็ถูกกล่าวหาว่าไปกดดัน เราไม่อยากไปกดดันศาล ผมรู้อารมณ์ความรู้สึกคน...หากข่มขู่ศาลจริงต้องมีการปลุกระดมให้คนไปแล้ว"
จากนั้นเจ้าตัวได้ขยายความถึง 2 ประโยคที่เป็นประเด็น คือ "จับกุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ" และ "ให้มวลชนสั่งลาครอบครัวเพื่อพร้อมรบแบบแตกหัก"
"เวอร์ชั่นเต็มมันเป็นแบบนี้...กรณีเลวร้ายสุดคือวินิจฉัยว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง ถ้าล้มล้างการปกครองจริงเนี่ยหมายถึงจะมีการถอดถอนสส.สว. 416 คนแล้วตามมาด้วยการถอดถอนรัฐบาลและการดำเนินคดีทั้งหมด การดำเนินคดีมันมีข้อหาเดียว คือ ข้อหากบฏ โทษถึงประหารชีวิต เรื่องนี้ร้ายแรงมากเพราะไม่มีมูลข้อเท็จจริง
ผมเลยบอกว่าถ้าเกิดเป็นแบบนี้สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นผมเชื่อว่าจะมีคนไปแจ้งความว่าศาลเป็นผู้ก่อกบฏเสียเองเพราะศาลใช้อำนาจล้มล้างฝ่ายบริหารฝ่ายนิติบัญญัติ คนต้องไปแจ้งความตอบโต้ศาล ซึ่งก่อนที่ผมจะแถลงข่าวในประเด็นนี้ก็มีคนแจ้งความจับศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าศาลมีคำสั่งล้มฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติคนที่จะโต้กลับก็ต้องโต้ว่าศาลเป็นกบฏเสียเองถูกหรือไม่ ถ้าคนแจ้งความก็ต้องแจ้งข้อหาหนักเช่นกันเพื่อตอบโต้ความหนักต่อหนักและผมเชื่ออีกว่าแบบนี้คนจะรับไม่ได้เป็นความเก็บกดที่เป็นชั้นๆตั้งแต่เรื่องสองมาตรฐาน
คนอื่นอยู่ภายนอกจะไม่เข้าใจเลยครับ ความรู้สึกตรงนี้ของคนจำนวนไม่น้อยยังสะสมอยู่และวันนี้มีปรากฏการณ์ของศาลรัฐธรรมนูญผิดปกติ สอดคล้องกับข่าวล็อบบี้สส.และสว.ไปโม้กันว่าจะได้เป็นรัฐบาลแล้ว ข่าวมันสอดรับกันคนเลยกลัวว่าจะทำอะไรกันอีกแล้ว ดังนั้น อารมณ์ความรู้สึกที่ยังคุกรุ่นอยู่คนมันก็พร้อมจะออกมา
เวลาเราไปปราศรัยที่ไหนก็มีคนมาบอกเราว่าก่อแก้ววันนี้มันต้องเอาให้ไปข้างหนึ่งแล้วมันไม่ไหวแบบนี้ คนบางคนมาบอกอีกว่าแบบนี้ต้องจับศาลถ้าไม่จับเดี๋ยวประชาชนจะไปจับเองแล้ว อะไรประเภทนี้เราได้ยินได้ฟัง"
ส่วนประโยคสั่งลาครอบครัว ก่อแก้ว ขยายความว่า "การต่อสู้ของนปช.แดงทั้งแผ่นดินเราใช้แนวทางสันติวิธี ซึ่งถ้าใช้สันติวิธีต้องใช้เวลานาน 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือน ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร คนมาชุมนุมกดดันให้ศาลรัฐธรรมนูญลาออกคิดว่าศาลจะลาออกได้ง่ายๆอย่างนั้นเหรอ ต้องใช้เวลากดดันปิดล้อมปราศรัยโจมตีให้ข้อเท็จจริงจนกว่าศาลจะอายมันไม่ง่าย ใช้เวลาเป็นเดือนๆ และผมไม่มั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนขั้วมั้ยถ้ารัฐบาลยอมฝ่ายนิติบัญญัติยอม หมายถึงว่า สส.พรรคเพื่อไทยไปทั้งหมดมีแต่สส.พรรคประชาธิปัตย์ ผมถึงบอกว่าต้องล่ำลาครอบครัวเพราะต้องมาชุมนุมนาน"
ข้อสังเกตประการหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ทำไมระยะหลังสส.ก่อแก้วถึงสวมบทหัวหมู่ทะลวงฟันทั้งที่บทนี้ควรเป็นของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือ จตุพร พรหมพันธุ์
แกนนำนปช.รายนี้ เปิดเผยว่า "วันนี้ณัฐวุฒิเป็นรัฐมนตรีเขาก็เหมือนลดโทนตัวเองลง ส่วนคุณจตุพรที่ผ่านมาเรียกว่าเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันมีแผลเยอะพอมีแผลก็มีคดีเยอะฝ่ายตรงข้ามก็ตั้งป้อมต้านกัน...มาวันนี้พวกผมเลยบอกว่าคุณจตุพรลดโทนลงหน่อยแล้วกันเพราะคุณจตุพรเวลาแถลงข่าวหน้าตาดุเสียงแกก็ดุทั้งที่จริงๆแล้วแกเป็นคนมีเหตุมีผล ถ้าเป็นรัฐมนตรีก็คงออกมาไม่ได้อีก คงต้องสงบปากสงบคำเหมือนคุณณัฐวุฒิ
ดังนั้น สองคนนี้มันถูกสถานการณ์บีบให้ลดโทนลง จึงเป็นภาระของผมหรือหมอเหวงที่ต้องออกมาแสดงจุดยืนให้มวลชนที่ร่วมต่อสู้กันมาให้เห็นว่าพวกผมไม่ได้เปลี่ยนจุดยืน เพราะในช่วงที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่พี่น้องเสื้อแดงเรียกร้องแต่มีหลายเรื่องที่ไม่ทันใจหรือเราไม่ออกมาพูดไปถูกด่าในเว็บไซต์บ้างว่าพวกผมเปลี่ยนไปแล้วได้หน้าลืมหลัง"
"ก่อแก้ว" ทิ้งท้ายการสนทนากับด้วยการตอบคำถามถึงความพร้อมในการกลับเข้าไปในเรือนจำอีกครั้งว่า "ไม่ได้ห่วงเลย อะไรที่เราบริสุทธิ์ใจก็ไม่ต้องกลัวแล้วและถ้าคุณบริสุทธิ์ใจและต้องถูกตำหนิก็ไม่เป็นไร หรือถ้าคุณต้องติดคุกก็ไม่เป็นไร คุณรู้ตัวเองว่าที่คุณทำเพื่อประเทศนี้ วันนี้มันก้าวข้ามทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว สิ่งที่คนกลัวที่สุด คือ ความตาย พอคุณก้าวข้ามจุดนั้นมาที่เหลือคุณก็เฉยๆกับมัน”
"มันเฉยๆนะ มันเป็นความชาชินไปแล้วเอาไงก็เอา บางเรื่องอารมณ์คนถ้าถึงจุดเดือดมันจะเลยขีด ก้าวข้ามความกลัว แล้ววันนี้เสื้อแดงจำนวนมากก้าวข้ามจุดนั้น อะไรจะเกิดเขาก็พร้อมจะเกิด นี่เป็นสิ่งที่น่ากลัว และสิ่งที่น่ากลัวว่าถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นปั๊บแกนนำถูกจับกุมทั้งหมดแล้วถ้าเหลือแต่มวลชนไม่มีคนคุมมันอันตราย เพราะว่าคุณไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ม็อบทุกม็อบมวลชนทุกมวลชนต้องมีแกนนำไว้คอยประสานงาน ผมก็ห่วงว่าถ้าการเมืองเล่นกันแรงอย่างนี้เล่นทุกเรื่องสุดท้ายทันจะนำไปสู่จุดที่เผชิญหน้ากัน"







