
ตั้งวอร์รูมสกัดมือเท้าปาก
สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ยังจะแพร่ระบาดต่อไปอีกประมาณ 12 เดือน โดยตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง 9 ก.ค. ที่ผ่านมามีผู้ป่วยทั่วประเทศแล้วทั้งหมด 12,581 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต พบมากที่สุดในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ แบ่งเป็นพื้นที่ภาคกลางมากที่สุด 4,354 คน ภาคเหนือ 3,523 คน ภาคใต้ 2,556 คน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2,418 คน
สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ยังจะแพร่ระบาดต่อไปอีกประมาณ 12 เดือน โดยตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง 9 ก.ค. ที่ผ่านมามีผู้ป่วยทั่วประเทศแล้วทั้งหมด 12,581 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต พบมากที่สุดในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ แบ่งเป็นพื้นที่ภาคกลางมากที่สุด 4,354 คน ภาคเหนือ 3,523 คน ภาคใต้ 2,556 คน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2,418 คน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มมีแนวโน้มชะลอในบางพื้นที่ แต่จะมี ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในเขตเมืองใหญ่
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 ก.ค. จึงได้เห็นชอบมาตรการป้องกันและควบคุมโรคมือ เท้า ปาก 6 มาตรการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการสั่งการให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนรักษาสุขอนามัยด้วยการล้างมือบ่อยๆ หากพบผู้ป่วยมากกว่า 10 คน/วัน ให้จังหวัดเปิดศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัด หรือ “วอร์รูม” โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
“มีผู้ปกครองบางคนต่อต้านการปิดโรงเรียน เพราะไม่รู้จะนำบุตรไปไว้ที่ไหน จึงต่อรองไม่ให้ปิดโรงเรียน ขณะที่บางโรงเรียนไม่ยอมปิดเนื่องจากเกรงว่าจะเสียชื่อเสียง” นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุถึงสาเหตุการแพร่ระบาด
ทั้งนี้ ใน กทม.มีเด็กติดเชื้อแล้วใน 73 โรงเรียน สั่งปิดไปแล้ว 18 แห่ง และปิดบางห้องอีก 11 แห่ง
สำหรับเด็กนักเรียนโรงเรียนสาธิตฝ่ายประถม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเด็กชั้นประถมต้นติดเชื้อแล้วประมาณ 18 คน เป็นเชื้อไวรัสชนิดไม่รุนแรงและสั่งปิดไปตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. คาดว่าจะเปิดเรียนปกติในสัปดาห์หน้า
นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัด สธ. กล่าวว่า ผู้ปกครองห้ามนำเด็กที่ป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำเป็นอันขาด เนื่องจากเชื้อจะยิ่งแพร่กระจาย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการเพิ่งสั่งให้สถานศึกษาทั่วประเทศเฝ้าระวังโรค ทั้งที่โรคนี้ระบาดมาตั้งแต่ต้นปี







