
ดัชนีคอร์รัปชันไทยพุ่งน่าวิตก
วงเงินทุจริตเฉลี่ยเพิ่มเป็น35%แนวโน้มหนักขึ้นตามรัฐอัดฉีด
วงเงินทุจริตเฉลี่ยเพิ่มเป็น35%แนวโน้มหนักขึ้นตามรัฐอัดฉีด
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยดัชนีคอร์รัปชันไทยสอบตกและแนวโน้มรุนแรงขึ้น ระบุวงเงินทุจริตเฉลี่ยเพิ่มอยู่ที่ 30-35%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย (ซีเอสไอ) เดือน มิ.ย. 2555 จากกลุ่มเป้า 3 กลุ่มรวม 2,400 ตัวอย่าง พบว่าดัชนีคอร์รัปชันสอบตกและกลับมาอยู่ในแนวโน้มที่รุนแรงขึ้นในปีหน้าจนอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากจำนวนงบประมาณและวงเงินการทุจริตคอร์รัปชันที่เพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 30-35% มูลค่าการคอร์รัปชันอยู่ที่ 2.82-3.29 แสนล้านบาท คิดเป็น 11.73-13.75% ของงบประมาณปี 2556 ที่อยู่ 2.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 2.25-2.63% ของจีดีพีประเทศ
ทั้งนี้ ความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในปัจจุบันเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ผลสำรวจพบว่า 70% มีความเห็นว่าเพิ่มขึ้น และส่วนใหญ่ 57% คาดว่าความรุนแรงของปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในปีหน้าจะรุนแรงขึ้น แต่ในด้านทัศนคติและจิตสำนึกต่อการทุจริตคอร์รัปชันถือว่าปรับตัวดีขึ้น เพราะส่วนใหญ่ 75% ไม่เห็นด้วยกับการคอร์รัปชัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยอมรับการคอร์รัปชันได้ แต่มีผลงานและทำประโยชน์ให้กับสังคม หรือการให้เงินพิเศษเล็กน้อยกับเจ้าหน้าที่
ขณะที่ประสิทธิภาพการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ส่วนใหญ่ 49% เห็นว่าการทำงานในการต่อต้านการคอร์รัปชันของรัฐบาลชุดนี้ไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนความเชื่อมั่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และองค์กรอิสระอื่นๆ ที่ทำหน้าที่ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันเฉลี่ยอยู่ที่ 5.11 ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนเมื่อเดือน ธ.ค. 2554 ที่อยู่ระดับ 5.83 เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อสมาคมของภาคธุรกิจต่างๆ ที่ลดลงเหลือ 5.2 จากระดับ 5.9 ความเชื่อมั่นต่อผู้ประกอบการลดลงเหลือ 5.08 จากระดับ 5.55 ความเชื่อมั่นต่อสื่อมวลชนลดลงเหลือ 5.09 จากระดับ 5.82
อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ 74% ยินดีมีส่วนร่วมในการป้องกันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน แต่มี 19% ที่อยากมีส่วนร่วม แต่ไม่สามารถทำได้เพราะมีความจำเป็น และอีก 7% ไม่ต้องการมีส่วนร่วม







