
จีนน่าเป็นห่วง
โดย...ธนพล ไชยภาษี
โดย...ธนพล ไชยภาษี
การประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนประจำไตรมาส 2 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะบอกว่าช็อกโลกก็ใช่ จะบอกว่าไม่ผิดจากที่คาดหมายก็ใช่อีก เพราะเศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณชะลอตัวมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วครับ จากการใช้มาตรการควบคุมเงินเฟ้อมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจในยุโรปและอเมริกานั้น กำลังส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกซึ่งเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจโดยตรง
แต่การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่การเติบโตในไตรมาส 2 ลงมาเหลือ 7.6% จากระดับเฉลี่ยที่ 910% ทุกๆ ปี ถือว่าเป็นการชะลอที่แรงเหนือความคาดหมายจนหลายฝ่ายเกรงว่าเศรษฐกิจจีนจะ “ลงแรง” เกินไปครับ
ที่ย่ำแย่กว่านั้น รัฐบาลจีนเองก็ทำอะไรมากไม่ค่อยได้เท่าไหร่เสียด้วย เพราะว่าจีนยังหวาดผวา “ผีเงินเฟ้อ” ที่เคยตามหลอกหลอนมาหลายปี ดังนั้นจีนจะหว่านเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจนั้น จะทำได้ไม่ง่ายอีกต่อไปแล้ว ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วจีนก็ออกมาตรการกระตุ้นออกมาแบบซอฟต์ๆ แค่หลักหมื่นล้านหยวน ไม่ใช่บ้าระห่ำ 4 ล้านล้านหยวนเหมือนเมื่อปี 2009 ซึ่งทำให้เศรษฐกิจจีนเจอเงินเฟ้อเล่นงานมาต่อเนื่อง
ถามว่า แล้วเศรษฐกิจจีนจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ ก็ต้องบอกว่า ทรงๆ ทรุดๆ ไปเรื่อยๆ โดยมีความเสี่ยงว่าจะลงแรงเป็นระยะๆ แต่ที่แน่นอนก็คือเศรษฐกิจจีนจะต้องรอจนกว่าตลาดใหญ่อย่างยุโรปและอเมริกาที่มีแรงซื้อมหาศาลนั้นกลับมาฟื้นตัวให้ได้ เศรษฐกิจจีนก็จะเดินต่อไปได้
นี่แหละครับ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนเองก็ยังต้อง “พึ่งพา” ประเทศอื่นเหมือนกับประเทศกำลังพัฒนาทั่วๆ ไปที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก แต่จีนก็ยังยืนยันว่าการส่งออกคือหัวใจหลักของการเติบโตของจีนครับ
ไม่ใช่เรื่องแปลกนัก ที่ในช่วงนี้จะมีเสียงจากตะวันตกไม่น้อยที่เห็นว่าช่วงจังหวะเช่นนี้จีนควรจะพิจารณาถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจใหม่ได้แล้ว เพื่อการพึ่งพาตัวเองให้มากขึ้น เหมือนกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ
นั่นก็คือ จีนควรจะหันมากระตุ้นแรงบริโภคภายในประเทศให้มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่มัวแต่พึ่งพาการส่งออกแต่เพียงอย่างเดียว (ไทยควรศึกษาเป็นแบบอย่าง เพราะไทยเองก็พึ่งพาการส่งออกถึง 70%)
นอกเหนือจากจะดีต่อเศรษฐกิจจีนแล้ว หากจีนหันมากระตุ้นการบริโภคภายในให้มีน้ำหนักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้นกว่าการพึ่งพาการส่งออกนั้น ตามตำราฝรั่งบอกว่า ยังจะทำให้เกิดผลพลอยได้กับเศรษฐกิจโลกมากขึ้นด้วย เพราะจะเป็นการปรับดุลการค้าโลกกันใหม่
เพราะจากบทเรียนเก่าในปี 2009 เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฟุบ ทั่วโลกก็ฟุบตาม จีนเองก็ฟุบ อยู่ไม่ได้เหมือนกัน แต่หากจีนลดการพึ่งพาเศรษฐกิจสหรัฐลง และหันมาพึ่งแรงซื้อภายในประเทศ ก็จะเป็นผลดีต่อจีนเอง รวมถึงสหรัฐด้วย
ปัญหาจีนในวันนี้จึงควรมองให้เป็นโอกาสที่จีนควรจะหันมาสนใจการปฏิรูปเศรษฐกิจใหม่เสียทีครับ







