posttoday
การลงทุนในหุ้นกู้ (ตอนจบ)

การลงทุนในหุ้นกู้ (ตอนจบ)

17 กรกฎาคม 2555

สัปดาห์ที่แล้ว ผมแนะนำการลงทุนในหุ้นกู้สำหรับผู้ที่มีเงิน แต่ไม่อยากฝากธนาคารเพราะได้ผลตอบแทนต่ำ

โดย...สมชาย สกุลสุรัตน์

สัปดาห์ที่แล้ว ผมแนะนำการลงทุนในหุ้นกู้สำหรับผู้ที่มีเงิน แต่ไม่อยากฝากธนาคารเพราะได้ผลตอบแทนต่ำ วันนี้จะมาพูดต่อในเรื่องของหุ้นกู้โดยเฉพาะความเสี่ยง

ความเสี่ยงข้อแรก คือ ความเสี่ยงว่าเมื่อลงทุนไปแล้วจะไม่ได้รับชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยคืน ตรงนี้ต้องไปดูอันดับความน่าเชื่อถือ หรือ Credit Rating ของหุ้นกู้ว่าอยู่ในอันดับที่ควรลงทุนหรือไม่ โดยทั่วไปคืออยู่ในระดับ BBB ขึ้นไป ถือว่าเป็นอันดับความน่าเชื่อถือที่ยังลงทุนได้อันดับต่ำสุดจนถึงระดับ A ขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นอันดับสูงสุด ซึ่งหุ้นกู้ที่ได้รับการจัดอันดับต่ำแสดงว่ามีความเสี่ยงสูง

เพราะฉะนั้นถ้าหุ้นกู้ตัวไหนให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติก็อย่าเพิ่งหลงไปลงทุน จนกว่าจะแน่ใจว่าสามารถยอมรับความเสี่ยงได้เสียก่อน และต้องอย่าลืมว่าอันดับความน่าเชื่อถือนั้นไม่ได้เป็นเครื่องประกันความเสี่ยง

เพราะหุ้นกู้ที่ได้รับการจัดอันดับดีๆ วันนี้อาจถูกปรับอันดับลดลง ถ้าธุรกิจและผลการดำเนินงานของบริษัทที่ออกหุ้นกู้ด้อยลง หุ้นกู้ที่ถูกจัดอันดับไว้ที่ BBB ซึ่งถือว่าอยู่ในเกรดที่ยังลงทุนได้อาจกลายเป็นหุ้นกู้ที่ถูกจัดอันดับว่าเป็นหุ้นกู้ขยะ (Junk) ได้ ถ้าถูกลดอันดับลงเพียงลำดับเดียวเท่านั้น ต่างจากหุ้นกู้ที่ถูกจัดอันดับ BBB ซึ่งถึงจะถูกปรับลดอันดับลงอีกหนึ่งอันดับเหลือ BBB ก็ยังถือว่าเป็นหุ้นกู้ที่ยังลงทุนได้อย่างน้อย ถ้าสถานะการไม่ดียังพอเอาหุ้นกู้ที่ถืออยู่ไปออกตัวขายในตลาดรองได้ถึงจะขาดทุนบ้างยังดีกว่าถือหุ้นกู้ขยะไว้ในมือ

สำหรับในประเทศที่มีสังคมแคบๆ อย่างในเมืองไทยผมว่าทางที่ดีก่อนจะลงทุนซื้อหุ้นกู้ ควรพิจารณาชื่อเสียงของบริษัทและผู้บริหารตลอดจนผู้ถือหุ้นใหญ่เสียก่อนว่า พอเชื่อถือได้ไหม ประกอบด้วย ถ้าไม่มั่นใจในบริษัทผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงก็อย่าเสี่ยงจะดีกว่า ไม่ว่าอันดับความน่าเชื่อของหุ้นกู้จะอยู่อันดับไหน แต่ถ้าอยากเสี่ยงเพราะผลตอบแทนสูงก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของท่าน

ความเสี่ยงที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการซื้อหุ้นกู้ คือ ความเสี่ยงว่าในอนาคตราคาหุ้นกู้ที่ซื้อมาจะลดลง ถ้าท่านมีความจำเป็นต้องขายหุ้นกู้ก่อนกำหนดอาจต้องยอมรับผลขาดทุน แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าราคาหุ้นกู้ที่ซื้อมาสูงขึ้น ท่านก็สามารถทำกำไรได้เช่นกัน ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ราคาหุ้นกู้ของท่านเปลี่ยนแปลง มีตั้งแต่การปรับเปลี่ยนอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ท่านถืออยู่ อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินซึ่งจำง่ายๆ ว่า ถ้าอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นกู้ในตลาดจะลดลง แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยลดลง ราคาหุ้นกู้จะเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้น ยังขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของประเทศปัญหาการเมืองเสื้อแดงเสื้อเหลืองและอายุของหุ้นกู้ คือ ยิ่งใกล้กำหนดไถ่ถอนเท่าไร โดยทั่วไปราคาหุ้นกู้ก็จะเพิ่มขึ้น

ความเสี่ยงที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ส่วนใหญ่หุ้นกู้จะมีอายุยาวอย่างน้อย คือ 35 ปี ถ้าท่านซื้อแล้วมีความจำเป็นต้องใช้เงินภายหลัง อาจไม่สามารถขายหุ้นกู้ได้ทันทีในตลาดรองก่อนครบกำหนดไถ่ถอนเพราะไม่มีใครต้องการซื้อ โดยเฉพาะถ้าท่านต้องการขายในราคาสูงเพื่อให้มีกำไร ใครจะลงทุนซื้อหุ้นกู้จึงต้องประเมินความต้องการสภาพคล่องของตนเองและครอบครัวให้ดีเสียก่อนเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่เหมือนกับการลงทุน BBB เอาไว้กับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งท่านสามารถจะถอนเงินที่ฝากไว้ออกมาใช้จ่ายได้เสมอ ถึงแม้เงินฝากจะยังไม่ครบกำหนดก็ตาม

สุดท้ายต้องย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า หุ้นกู้ที่ธนาคารเป็นตัวแทนจำหน่ายนั้น ไม่ใช่หุ้นกู้หรือเงินฝากของธนาคาร (ยกเว้นหุ้นกู้ที่ธนาคารเองออกจำหน่าย) ถ้าผู้ออกหุ้นกู้ชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยไม่ได้ ท่านต้องรับความเสียหายเองในฐานะเจ้าหนี้คนหนึ่งของกิจการ ซึ่งตรงนี้ยังต้องไปดูอีกว่า หุ้นกู้ที่ท่านซื้อไว้เป็นหุ้นกู้ประเภทไหน ถ้าเป็นหุ้นกู้ประเภททั่วไป ท่านมีสิทธิที่จะรับชำระหนี้เหมือนเจ้าหนี้ทั่วไป แต่ถ้าเผอิญเป็นหุ้นกู้ประเภทด้อยสิทธิ ถ้าบริษัทที่ออกหุ้นกู้ล้มละลาย ท่านก็ต้องรอรับชำระหนี้ หลังจากเจ้าหนี้ที่มีหลักประกันและเจ้าหนี้ทั่วไปที่ไม่มีหลักประกันได้รับชำระหนี้แล้ว ถึงตอนนั้นคงไม่มีอะไรเหลือให้ท่านแล้ว

เพราะฉะนั้น ก่อนจะซื้อหุ้นกู้ท่านควรทำความรู้จักบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่เสียก่อน หลังจากนั้นมาดูอันดับความน่าเชื่อถือว่าอยู่ในอันดับที่ใกล้เคียงกับอันดับหุ้นกู้ประเภทขยะมากน้อยแค่ไหน ยิ่งใกล้เท่าไรความเสี่ยงก็สูงขึ้นเพียงนั้น อย่าดูแค่อัตราดอกเบี้ยที่เขาเสนอให้ หลังจากนั้นต้องประเมินสภาพคล่องของท่านว่าเพียงพอที่จะลงทุนระยะยาวเกินกว่า 3 ปีหรือไม่

สุดท้ายต้องทำความเข้าใจว่า ท่านกำลังจะลงทุนซื้อหุ้นกู้ประเภทไหน เพราะหุ้นกู้มีหลายประเภท แต่ละประเภทมีสิทธิในการรับชำระหนี้กรณีที่บริษัทผู้ออกหุ้นกู้ล้มละลายไม่เท่ากัน

อย่าลืมครับ การลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง ถ้าไม่ยอมรับความเสี่ยงเลย ก็ต้องยอมรับการสูญเสียโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากเงินออมที่มีอยู่เหมือนกัน

ความเสี่ยงข้อแรก คือ ความเสี่ยงว่าเมื่อลงทุนไปแล้วจะไม่ได้รับชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยคืน ตรงนี้ต้องไปดูอันดับความน่าเชื่อถือ หรือ Credit Rating ของหุ้นกู้ว่าอยู่ในอันดับที่ควรลงทุนหรือไม่ โดยทั่วไปคืออยู่ในระดับ BBB ขึ้นไป ถือว่าเป็นอันดับความน่าเชื่อถือที่ยังลงทุนได้อันดับต่ำสุดจนถึงระดับ A ขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นอันดับสูงสุด ซึ่งหุ้นกู้ที่ได้รับการจัดอันดับต่ำแสดงว่ามีความเสี่ยงสูง

เพราะฉะนั้นถ้าหุ้นกู้ตัวไหนให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติก็อย่าเพิ่งหลงไปลงทุน จนกว่าจะแน่ใจว่าสามารถยอมรับความเสี่ยงได้เสียก่อน และต้องอย่าลืมว่าอันดับความน่าเชื่อถือนั้นไม่ได้เป็นเครื่องประกันความเสี่ยง

เพราะหุ้นกู้ที่ได้รับการจัดอันดับดีๆ วันนี้อาจถูกปรับอันดับลดลง ถ้าธุรกิจและผลการดำเนินงานของบริษัทที่ออกหุ้นกู้ด้อยลง หุ้นกู้ที่ถูกจัดอันดับไว้ที่ BBB ซึ่งถือว่าอยู่ในเกรดที่ยังลงทุนได้ อาจกลายเป็นหุ้นกู้ที่ถูกจัดอันดับว่าเป็นหุ้นกู้ขยะ (Junk) ได้ถ้าถูกลดอันดับลงเพียงลำดับเดียวเท่านั้น ต่างจากหุ้นกู้ที่ถูกจัดอันดับ BBB ซึ่งถึงจะถูกปรับลดอันดับลงอีกหนึ่งอันดับเหลือ BBB ก็ยังถือว่าเป็นหุ้นกู้ที่ยังลงทุนได้อย่างน้อยถ้าสถานะการไม่ดียังพอเอาหุ้นกู้ที่ถืออยู่ไปออกตัวขายในตลาดรองได้ถึงจะขาดทุนบ้างยังดีกว่าถือหุ้นกู้ขยะไว้ในมือ

สำหรับในประเทศที่มีสังคมแคบๆ อย่างในเมืองไทยผมว่าทางที่ดีก่อนจะลงทุนซื้อหุ้นกู้ ควรพิจารณาชื่อเสียงของบริษัทและผู้บริหารตลอดจนผู้ถือหุ้นใหญ่เสียก่อนว่า พอเชื่อถือได้ไหม ประกอบด้วย ถ้าไม่มั่นใจในบริษัทผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงก็อย่าเสี่ยงจะดีกว่า ไม่ว่าอันดับความน่าเชื่อของหุ้นกู้จะอยู่อันดับไหน แต่ถ้าอยากเสี่ยงเพราะผลตอบแทนสูงก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของท่าน

ความเสี่ยงที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการซื้อหุ้นกู้ คือ ความเสี่ยงว่าในอนาคตราคาหุ้นกู้ที่ซื้อมาจะลดลง ถ้าท่านมีความจำเป็นต้องขายหุ้นกู้ก่อนกำหนดอาจต้องยอมรับผลขาดทุน แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าราคาหุ้นกู้ที่ซื้อมาสูงขึ้น ท่านก็สามารถทำกำไรได้เช่นกัน ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ราคาหุ้นกู้ของท่านเปลี่ยนแปลง มีตั้งแต่การปรับเปลี่ยนอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ท่านถืออยู่ อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินซึ่งจำง่ายๆ ว่า ถ้าอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นกู้ในตลาดจะลดลง แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยลดลง ราคาหุ้นกู้จะเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้น ยังขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของประเทศปัญหาการเมืองเสื้อแดงเสื้อเหลือง และอายุของหุ้นกู้ คือ ยิ่งใกล้กำหนดไถ่ถอนเท่าไร โดยทั่วไปราคาหุ้นกู้ก็จะเพิ่มขึ้น

ความเสี่ยงที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ส่วนใหญ่หุ้นกู้จะมีอายุยาวอย่างน้อย คือ 35 ปี ถ้าท่านซื้อแล้วมีความจำเป็นต้องใช้เงินภายหลัง อาจไม่สามารถขายหุ้นกู้ได้ทันทีในตลาดรองก่อนครบกำหนดไถ่ถอนเพราะไม่มีใครต้องการซื้อ โดยเฉพาะถ้าท่านต้องการขายในราคาสูงเพื่อให้มีกำไร ใครจะลงทุนซื้อหุ้นกู้จึงต้องประเมินความต้องการสภาพคล่องของตนเองและครอบครัวให้ดีเสียก่อนเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่เหมือนกับการลงทุน BBB เอาไว้กับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งท่านสามารถจะถอนเงินที่ฝากไว้ออกมาใช้จ่ายได้เสมอ ถึงแม้เงินฝากจะยังไม่ครบกำหนดก็ตาม

สุดท้ายต้องย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า หุ้นกู้ที่ธนาคารเป็นตัวแทนจำหน่ายนั้น ไม่ใช่หุ้นกู้หรือเงินฝากของธนาคาร (ยกเว้นหุ้นกู้ที่ธนาคารเองออกจำหน่าย) ถ้าผู้ออกหุ้นกู้ชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยไม่ได้ ท่านต้องรับความเสียหายเองในฐานะเจ้าหนี้คนหนึ่งของกิจการ ซึ่งตรงนี้ยังต้องไปดูอีกว่า หุ้นกู้ที่ท่านซื้อไว้เป็นหุ้นกู้ประเภทไหน ถ้าเป็นหุ้นกู้ประเภททั่วไป ท่านมีสิทธิที่จะรับชำระหนี้เหมือนเจ้าหนี้ทั่วไป แต่ถ้าเผอิญเป็นหุ้นกู้ประเภทด้อยสิทธิ ถ้าบริษัทที่ออกหุ้นกู้ล้มละลาย ท่านก็ต้องรอรับชำระหนี้ หลังจากเจ้าหนี้ที่มีหลักประกันและเจ้าหนี้ทั่วไปที่ไม่มีหลักประกันได้รับชำระหนี้แล้ว ถึงตอนนั้นคงไม่มีอะไรเหลือให้ท่านแล้ว

เพราะฉะนั้น ก่อนจะซื้อหุ้นกู้ ท่านควรทำความรู้จักบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่เสียก่อน หลังจากนั้นมาดูอันดับความน่าเชื่อถือว่าอยู่ในอันดับที่ใกล้เคียงกับอันดับหุ้นกู้ประเภทขยะมากน้อยแค่ไหน ยิ่งใกล้เท่าไรความเสี่ยงก็สูงขึ้นเพียงนั้น อย่าดูแค่อัตราดอกเบี้ยที่เขาเสนอให้ หลังจากนั้นต้องประเมินสภาพคล่องของท่านว่าเพียงพอที่จะลงทุนระยะยาวเกินกว่า 3 ปีหรือไม่

สุดท้ายต้องทำความเข้าใจว่า ท่านกำลังจะลงทุนซื้อหุ้นกู้ประเภทไหน เพราะหุ้นกู้มีหลายประเภท แต่ละประเภทมีสิทธิในการรับชำระหนี้กรณีที่บริษัทผู้ออกหุ้นกู้ล้มละลายไม่เท่ากัน

อย่าลืมครับ การลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยงถ้าไม่ยอมรับความเสี่ยงเลย ก็ต้องยอมรับการสูญเสียโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากเงินออมที่มีอยู่เหมือนกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท