posttoday
แก้ รธน.ติดหล่ม หนีไม่พ้นวังวนขัดแย้ง

แก้ รธน.ติดหล่ม หนีไม่พ้นวังวนขัดแย้ง

15 กรกฎาคม 2555

การเมืองสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีเรื่องอะไรจะใหญ่และสำคัญเท่ากับมติเอกฉันท์ขององค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญตาม มาตรา 291 ไม่เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 68 ซึ่งศาลได้แบ่งประเด็นในการวินิจฉัย 4 ประเด็น ดังนี้

การเมืองสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีเรื่องอะไรจะใหญ่และสำคัญเท่ากับมติเอกฉันท์ขององค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญตาม มาตรา 291 ไม่เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 68 ซึ่งศาลได้แบ่งประเด็นในการวินิจฉัย 4 ประเด็น ดังนี้

1.ผู้ฟ้องมีอำนาจในการฟ้องคดีตามมาตรา 68 หรือไม่ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 68 การให้สิทธิแก่ผู้ทราบการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 68 สองประการ คือ 1.สามารถให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และ 2.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยกเลิกการกระทำดังกล่าว ศาลเห็นว่าการแปลความดังกล่าวนี้ จะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามมาตรา 69

อีกทั้งสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญมีหลักการสำคัญมุ่งหมายให้ชนชาวไทยทุกคนมีส่วนร่วมในการปกป้องพิทักษ์รักษาการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการเข้าสู่อำนาจในการปกครองประเทศให้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไม่ให้ถูกล้มล้าง โดยสภาพจึงเป็นมาตรการป้องกันไว้ล่วงหน้าเพื่อจะได้มีโอกาสตรวจสอบวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำที่จะเป็นอันตรายต่อระบบการปกครอง ดังนั้น ศาลจึงมีอำนาจรับฟ้องในคดีนี้

2.การแก้ไขมาตรา 291 ที่เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับสามารถทำได้หรือไม่ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อองค์กรที่ถูกจัดตั้งมีอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญให้ไว้และอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้องค์กรนั้นใช้อำนาจที่ได้รับมอบจากรัฐธรรมนูญนั่นเองกลับไปแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เหมือนการแก้ไขกฎหมายธรรมดาสำหรับประเทศไทยเป็นประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นประเทศที่ใช้ระบบประมวลกฎหมายยึดหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องกำหนดวิธีการหรือกระบวนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญไว้เป็นพิเศษแตกต่างจากกฎหมายทั่วไป

ที่สำคัญการตรารัฐธรรมนูญ 2550 เป็นกระบวนการผ่านการประชามติ ประชาชนจึงเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงควรให้ประชาชนลงประชามติก่อน ว่าสมควรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับ

ใหม่หรือไม่ หรือให้อำนาจรัฐสภาดำเนินการแก้ไข จะเป็นการสอดคล้องเจตนารมณ์มาตรา 291

3.การแก้ไขมาตรา 291 เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลเห็นว่าหากพิจารณาจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้มาจากการแก้ไขมาตรา 291 เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังที่ผ่านวาระ 2 และเตรียมลงมติในวาระ 3 ของรัฐสภา จะเห็นได้ว่ากระบวนการดังกล่าวไม่มีข้อเท็จจริงที่จะล้มล้างการปกครอง จึงไม่เพียงพอวินิจฉัยได้ว่าเป็นการกระทำล้มล้างการปกครอง ข้ออ้างทั้งหมดของผู้ร้องเป็นการคาดการณ์และความห่วงใยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และยังห่างไกลว่าจะเกิดเหตุขึ้นตามที่กล่าวอ้าง

แก้ รธน.ติดหล่ม หนีไม่พ้นวังวนขัดแย้ง

 

4.เป็นเหตุให้ยุบพรรคตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ พิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่อไม่กระทำล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงไม่มีเหตุให้ต้องวินิจฉัยในประเด็นนี้ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้ง 5 คำร้อง

ทั้งนี้ พิมล ธรรมพิทักษ์ หัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ ขยายความถ้อยคำในคำวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราสามารถจะกระทำได้ และถือเป็นอำนาจของทางรัฐสภาที่ควรจะให้มีการทำประชามติเสียก่อนหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ถ้าหากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นทางรัฐสภา ต้องรับผิดชอบเอง ศาลมีอำนาจเพียงให้ความเห็นเท่านั้น

ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยได้มีความเคลื่อนไหวและการแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นนี้อย่างมากมาย เริ่มที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นำคำวินิจฉัยไปศึกษาว่าจะดำเนินการในทางใดได้บ้างก่อนเสนอกลับมาที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง

“คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา ยืนยันชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลไม่ได้ล้มล้างการปกครอง ซึ่งรัฐบาลจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ อยากให้ทุกอย่างเดินหน้า เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งอยากให้เกิดประโยชน์กับประชาชน” นายกฯ ระบุ

ในส่วนของพรรคเพื่อไทยยังไม่มีความชัดเจนต่อการเคลื่อนไหวมากนัก เพราะต้องนัดประชุมพรรคภายในสัปดาห์นี้ก่อน อย่างไรก็ตาม อุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้ความเห็นว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ที่ยังค้างอยู่ในรัฐสภาคงต้องตกไป ตอนนี้จึงมีแนวทางเดียว คือ การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภา โดยใช้เสียง 1 ใน 5 หรือ 100 คน

ขณะที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งรวมตัวฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ต่างแสดงอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องข้อหาล้มล้างการปกครอง ทว่าแกนนำ นปช.กลับมีอาการไม่พอใจศาลรัฐธรรมนูญเท่าไหรนัก

“ผมเห็นว่าเป็นคำวินิจฉัยซ่อนเงื่อนเหมือนการฉีดยาชาที่ชะลอการร่างรัฐธรรมนูญวาระ 2 ไม่ให้เข้าสู่วาระ 3 และแกนนำ นปช. จะหารือเพื่อหามาตรการในการดำเนินการต่อไป” จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ส่งสัญญาณ

อีกด้าน นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ประกาศจุดยืนเช่นกันว่า หากรัฐบาลยืนยันจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องทำเป็นรายมาตราเท่านั้น และต้องเป็นประเด็นที่ประชาชนได้ประโยชน์ เพราะถ้าแก้เฉพาะมาตราที่ตัวเองได้ประโยชน์ อาทิ มีวาระเพื่อช่วยเหลือใครคนใด ต้องการจะทำความผิดให้เป็นถูก กลุ่มคนเสื้อหลากสีก็พร้อมจะออกมาคัดค้านต่อไป

มากันที่ฝ่ายค้านและคณะ สว.สรรหา ในฐานะผู้ร้องในคดีนี้ ต่างแสดงความเคารพยอมรับในคำวินิจฉัยของศาล แม้ว่าจะเป็นผู้แพ้ในคดี แต่ก็ประกาศพร้อมคัดค้านไม่ให้รัฐบาลเดินหน้าลงมติวาระ 3 เพราะเห็นว่าควรยึดตามแนวทางของศาลที่ให้ทำประชามติก่อน

โดย วิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในผู้ร้อง แสดงความคิดเห็นยืนยันว่า รัฐบาลยังไม่สามารถนำการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 เข้าที่ประชุมสภาได้ สอดคล้องกับสมชาย แสวงการ สว.สรรหา ย้ำชัดว่า หากต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องเริ่มต้นกระบวนการใหม่ทั้งหมด โดยผ่านกระบวนการทำประชามติเพื่อถามความเห็นของประชาชน หรือแก้ไขเป็นรายมาตราโดยสมาชิกรัฐสภาเอง

ด้านความชัดเจนว่าจะลงมติวาระ 3 ได้หรือไม่นั้น มีท่าทีจากสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ว่าต้องรอให้คณะทำงานด้านกฎหมายของรัฐสภาพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลก่อนว่ารัฐสภาจะดำเนินการอะไรได้บ้าง ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนการเปิดประชุมสมัยสามัญทั่วไปวันที่ 1 ส.ค.

สำหรับประเด็นทางการเมืองว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงต้องจับตากันต่อไปตลอดสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะความชัดเจนจาก ครม.และพรรคเพื่อไทย ว่าที่สุดแล้วจะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างไร ระหว่างถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญออกจากรัฐสภา หรือจะเดินหน้าลงมติวาระ 3 ตามเดิม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท