posttoday
ต้องทำจริงจัง

ต้องทำจริงจัง

15 กรกฎาคม 2555

การทุจริตและคอร์รัปชันถือได้ว่า เป็นตัวถ่วงสำคัญที่ฉุดรั้งความเจริญก้าวหน้าของประเทศไทย ทั้งในเรื่องการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงความน่าเชื่อถือของประเทศ

การทุจริตและคอร์รัปชันถือได้ว่า เป็นตัวถ่วงสำคัญที่ฉุดรั้งความเจริญก้าวหน้าของประเทศไทย ทั้งในเรื่องการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงความน่าเชื่อถือของประเทศ

ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้ก้าวเดินไปถึงไหน เพราะบ้านเมืองของเรายังคงย่ำอยู่กับที่ด้วยขวากหนามอันสำคัญนั่นคือ การทุจริตและคอร์รัปชันที่หยั่งรากลึงลงไปในแทบทุกองค์กรของประเทศนี้ จนประชาชนมองเห็นพฤติกรรมเยี่ยงนี้เป็นเหตุการณ์ปกติไปแล้ว ทั้งๆ ที่การทุจริตคอร์รัปชันถือเป็นตัวบั่นทอนสำคัญที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศ

รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าการทุจริตและคอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ถึงขนาดที่รัฐบาลประกาศเป็นนโยบายต้นๆ ของรัฐบาลนี้ว่าจะปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันให้สิ้นไปจากแผ่นดินนี้

ล่าสุดได้สั่งการให้หน่วยงานทุกองค์กรของรัฐจัดทำแผนและแนวทางปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาทุจริตและคอร์รัปชัน รวมทั้งได้ส่งเทียบเชิญนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และนายวิษณุ เครืองาม อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผู้ที่สังคมยอมรับเข้ามาเป็นคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของหน่วยงานภาครัฐ

แต่ทั้งหมดนั้นคือภาพที่ประกาศต่อสาธารณะเท่านั้น ทว่าในความเป็นจริงแล้วในระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศ ยังไม่เป็นที่ประจักษ์ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม

ที่สำคัญผู้นำรัฐบาลกลับเพิกเฉยต่อแนวทางการสกัดกั้นถึงต้นตอของช่องทางการทำมาหากินด้วยการคอร์รัปชัน

ขนาดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอแนะให้รัฐบาลประกาศราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และห้ามใช้วิธีพิเศษในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อช่วยลดและการปัญหาการคอร์รัปชัน แต่รัฐบาลกลับมองว่าข้อเสนอเหล่านั้นเป็นการดิสเครดิตรัฐบาลทั้งๆ ที่เป็นความหวังดีในการบริหารจัดการประเทศ

ยิ่งเมื่อภาคเอกชนลุกขึ้นมาก่อตั้งภาคีเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชั่น โดยไม่รอให้กลไกของรัฐทำงาน และเข้าไปตรวจสอบแผนงาน การลงทุนในโครงการลงทุนน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่รัฐเลือกใช้วิธีพิเศษ ด้วยการออก พ.ร.ก.เพื่อกู้เงินโดยไม่ผ่านการตรวจสอบของรัฐสภา และตรวจสอบพบว่ามีพฤติกรรมการกินหัวคิว หรือมีการจ่ายใต้โต๊ะในโครงการเหล่านี้สูงถึง 4050% ของมูลค่าโครงการ ท่าทีของผู้มีอำนาจในรัฐบาลกลับไม่สนใจที่จะเข้าไปตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมาย

ผู้นำรัฐบาลกลับออกมาชี้แจงในลักษณะที่ว่า รัฐบาลไม่พบไม่เห็นการทุจริตเกิดขึ้นในโครงการลงทุนน้ำ แถมยังตอกกลับมาอีกว่า ถ้าหากภาคเอกชนเจอการโกงกันจริงก็ควรจะไปร้องเรียนได้ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้โดยตรง

การกระทำแบบนี้จะทำให้ประชาชนไว้ใจได้อย่างไรว่า รัฐบาลนี้เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน

ขนาดมีคนไปชี้โพรงว่าเกิดอะไรขึ้นกับโครงการลงทุนภาครัฐที่ใช้เงินงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชนมหาศาล รัฐบาลกลับเมินเฉยแถมโยนเรื่องออกจากตัวให้ไปแจ้งข้าราชการประจำ นโยบายที่ประกาศไว้ก็เสมือนการผายลมออกมาในแต่ละวันเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์