posttoday
ศาลแจงยกคำร้องแก้รธน.เหตุไม่เข้าข่ายม. 68

ศาลแจงยกคำร้องแก้รธน.เหตุไม่เข้าข่ายม. 68

13 กรกฎาคม 2555

ศาลยันมีอำนาจรับคำร้องวินิจฉัยแก้รัฐธรรมนูญ ย้ำยกคำร้องเพราะเหตุไม่เข้าข่ายล้มการปกครองตามม.68 ย้ำเปลี่ยนรธน.เป็นอำนาจรัฐสภา

ศาลยันมีอำนาจรับคำร้องวินิจฉัยแก้รัฐธรรมนูญ ย้ำยกคำร้องเพราะเหตุไม่เข้าข่ายล้มการปกครองตามม.68 ย้ำเปลี่ยนรธน.เป็นอำนาจรัฐสภา

นายพิมิล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าทีมโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ ได้แถลงข่าวภายหลังที่คณะตุลาการมีคำวินิจฉัยขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามคำร้องทั้ง 5 คำร้อง กรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ขัดต่อมาตรา 68 หรือไม่ โดยยืนยันว่าศาลมีอำนาจรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ เป็นมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 ที่เห็นว่าศาลมีอำนาจรับคำร้องไว้

ส่วนในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่เป็นการแก้ไขเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับและประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ รวมถึงหากพบว่ามีการกระทำเป็นเหตุให้ต้องวินิจฉัยให้ยุบพรรคหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 8 เสียง ว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจของรัฐสภา และยังไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการล้มล้างการปกครอง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 จึงไม่มีเหตุต้องให้วินิจฉัยเรื่องยุบพรรค และมีมติให้ยกคำร้อง

ส่วนคำวินิจฉัยของศาลจะมีผลอย่างไรต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้หรือไม่ นายสมฤทธิ์ กล่าวว่า ในประเด็นหลักที่มีการร้องว่ามีการกระทำที่เป็นการล้มล้างการปกครองฯ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติยกคำร้อง เพราะเห็นว่าการแก้ไขเป็นอำนาจของรัฐสภา เพียงแต่ศาลมีข้อเสนอแนะว่า เมื่อรัฐธรรมนูญปี 50 มาจากการสถาปนาของประชาชน ดังนั้น การจะแก้ไขจึงสมควรให้ประชาชนลงประชามติว่าสมควรจะให้มีการแก้ไขปรับปรุงหรือไม่ หรือหากจะมีการแก้ไขเป็นรายมาตรา ก็เป็นความเหมาะสมที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ทั้งนี้ รัฐสภาการจะดำเนินการอย่างไร ก็ถือเป็นดุลยพินิจ จะเดินหน้าลงมติในวาระ 3 ก็ทำได้ แต่ประธานรัฐสภาและรัฐสภา จะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่จะดำเนินการต่อไป

เมื่อถามว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันธ์ทุกองค์กร แต่การที่มีข้อเสนอแนะในคดีนี้เท่ากับว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นเพียงเสือกระดาษหรือไม่ นายพิมล กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลมีผลผูกพันธ์กับทุกองค์กรอยู่แล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตร 216 แต่เรื่องนี้ข้อเท็จจริง คือ ศาลมีอำนาจวินิจฉัยตาม มาตรา 68 เท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจพิจารณาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เพราะมาตรา 291 เป็นอำนาจของรัฐสภา

ดังนั้น เมื่อมีคำวินิจฉัยศาลก็ต้องกำจัดอำนาจของตัวเองให้อยู่ในกรอบที่กฎหมายให้อำนาจ เราจะไปก้าวล่วงอำนาจขององค์กรอื่นไม่ได้ ศาลมีอำนาจแค่ไหนก็ต้องทำแค่นั้น และถ้าดูจากเนื้อหาคำวินิจฉัยจะพบว่า ศาลมีคำวินิจฉัยไว้ว่าหากต่อไปมีผู้ทราบการกระทำที่จะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองฯ ก็สามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาได้ทุกเวลาและทุกขั้นตอน แต่ต้องมีข้อเท็จจริงที่ชัดเจน

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยังได้มีมติยกคำร้องกรณีพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ร้องขอชะลอการพิจารณาคดีนี้ออกไปก่อน โดยศาลเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควรที่จะให้ชะลอ รวมทั้งยังมีมติไม่รับคำร้องกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสว.สรรหา ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 กรณีพรรคประชาธิปัตย์ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภาฯ จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และกรณีการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ของนายชัช ชลวร และการดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญของนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ เนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่การกระทำเป็นการล้มล้างการปกครองฯ ตามมาตรา 68

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท