
โตต่อไม่รอรธน.
หอการค้าฯเผยต่างชาติผวา-มั่นใจคำพิพากษาวันนี้ไม่กระทบศก.ยังฉลุย4-5%
หอการค้าฯเผยต่างชาติผวา-มั่นใจคำพิพากษาวันนี้ไม่กระทบศก.ยังฉลุย4-5%
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุปัญหาการเมืองหนักกว่าวิกฤตยุโรป
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยกรณีรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไรในวันนี้ ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์ดังกล่าว กล่าวว่า ทางศูนย์ได้คาดการณ์ไว้ 3 ทาง คือ กรณีแรก ศาลยกคำร้อง แล้วไม่มีการชุมนุมประท้วงทางการเมือง หรือมีการชุมนุมแต่ไม่รุนแรง เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 5% แน่
กรณีที่สอง ศาลตัดสินให้มีการยุบพรรคการเมือง มีชุมนุมประท้วงคัดค้านทันที รัฐบาลขาดเสถียรภาพ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการบริโภค บวกกับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจปีนี้ก็ยังจะขยายตัวได้ 4-4.5%
กรณีที่สาม ศาลตัดสินให้แก้ไขบางมาตรา รัฐบาลยังคงมีเสถียรภาพ ต่อไป แต่การแก้ไขนั้นเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองอยู่ และอาจเกิดการชุมนุมประท้วงนอกสภา แต่ไม่รุนแรง ก็ยังจะโตได้เกิน 5-5.5%
อย่างไรก็ตาม ถือว่าขณะนี้สถานการณ์การเมืองมีความเปราะบาง ต่างชาติเริ่มกังวลมากขึ้น บางประเทศหันไปลงทุนที่อื่นแล้ว
“หากการเมืองรุนแรง รวมกับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกแล้ว ปีหน้าไทยจะเจอปัญหาหนัก เศรษฐกิจไทยปีหน้าจะหดตัวรุนแรงเหลือ 4% และ จะเกิดภาวะเงินฝืดครั้งแรกในรอบหลายสิบปี” นายธนวรรธน์ ระบุ
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อเตรียมรับมือกรณีหากมีปัญหาความวุ่นวายเกิดขึ้นหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีไว้แล้ว และขณะนี้ประเทศไทยต้องระวังเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณถดถอย
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็ระบุเช่นกันว่า วิกฤตหนี้ยุโรปที่กระทบต่อภาคส่งออกยังไม่หนักเท่าวิกฤตทางการเมือง







