
ร้อนจัดเพลี้ยแป้งระบาดมันสำปะหลังโคราชแล้ว 2 แสนไร่
ร้อนและแล้งจัดเป็นเหตุ พบเพลี้ยแป้งระบาดมันสำปะหลังโคราชแล้วเกือบ 2 แสนไร่
ร้อนและแล้งจัดเป็นเหตุ พบเพลี้ยแป้งระบาดมันสำปะหลังโคราชแล้วเกือบ 2 แสนไร่
สภาพอากาศร้อนและแห้งจัดในช่วงนี้ ส่งผลให้มันสำปะหลังของเกษตรกรได้รับผลกระทบจากการระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังอย่างหนัก โดยจากข้อมูลล่าสุดของทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา มีรายงานพบการระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังแล้วมากกว่า 170,000 ไร่ จากพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังทั้งหมด 1,890,000 ไร่ โดยเฉพาะมันสำปะหลังที่เพิ่งเพาะปลูกใหม่ตั้งแต่ช่วงเดือนต.ค. 2552 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีการระบาดของเพลี้ยแป้งแล้วมากกว่า 89,000 ไร่
นางขอม ภูมิโคกรักษ์ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังบ้านหนองสรวง หมู่ที่ 1 ต.หนองสรวง อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา กล่าวว่า มันสำปะหลังจำนวน 25 ไร่ ที่ตนเองเพิ่งปลูกไว้เมื่อประมาณเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ตอนนี้ต้องเจอกับการระบาดของเพลี้ยแป้งอย่างหนักเสียหายทั้งหมด
โดยเพลี้ยแป้งได้กัดกินยอดของต้นมันสำปะหลังที่เพิ่งแตกยอดออกมาจนไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ และกำลังจะเหี่ยวแห้งตายทั้งหมด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังระบาดรวดเร็วอย่างนี้ก็เนื่องจากว่าสภาพอากาศที่แห้งแล้งและร้อนจัดในช่วงนี้ เหมาะแก่การขยายพันธุ์ของเพลี้ยแป้งเป็นอย่างดี จึงทำให้การระบาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้เช่นเดียวกับเพื่อนเกษตรกรข้างเคียงที่ต้องประสบกับปัญหาการระบาดของเพลี้ยแป้งอีกนับ 500 ไร่ ก็ไม่รู่ว่าต้องทำอย่างไร หนี้สินที่กู้ยืมมาจากทาง ธกส.เพื่อมาลงทุนในการเพาะปลูกกว่า40,000 บาท ก็กำลังจะถูกเพลี้ยแป้งกัดกันไปจนหมดสิน โดยสถานการณ์เท่าที่สังเกตุดูหากไม่มีฝนตกลงมาชะล้างทำลายเพลี้ยแป้งอีกไม่กี่สัปดาห์มันสำปะหลังของตนเองคงต้องตายทั้งหมด และเงินที่ลงทุนไปก็คงสูญเปล่า
"จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแลแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน และหากเป็นไปได้หากมันปะหลังที่ตนเองปลูกไว้ต้องมาเสียหายจากเพลี้ยแป้งทั้งหมด ก็อยากให้รัฐบาลช่วยพักหนี้เกษตรกรในปีนี้ไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้ที่กู้ยืมมา เมื่อไม่มีผลผลิตไปขาย"นางขอม กล่าว
ด้านสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า การระบาดของเพลี้ยแป้งที่ขยายวงกว้างในขณะนี้มีสาเหตุมาจากสภาพอากาศที่ร้อนแล้งจัดซึ่งเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เพลี้ยแป้งเกิดการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และเข้าไปทำลายพืชผลของเกษตรกรอย่างหนัก ประกอบกับเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจที่จะแช่ท่อนมันในสารเคมีป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งที่ทางสำนักงานเกษตรในพื้นที่ให้คำแนะนำ
เนื่องอาจะเกรงว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และเสียเวลาในการเพาะปลูก ดังนั้นจึงอยากให้เกษตรกรทำตามคำแนะนำจากทางสำนักงานเกษตรอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่เริ่มปลูกด้วยการแช่ท่อนพันธุ์ในสารเคมีป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งก่อนปลูกลงในแปลงทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เพลี้ยแป้งเข้ามากัดกินผลผลิต
โดยอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มจากเดิมไร่ละประมาณ 200 บาท
อย่างไรก็ตามดีกว่าที่จะต้องมาเสียหายจากการกัดกินของเพลี้ยแป้งจนต้องปลูกใหม่ทั้งหมด ซึ่งต้นทุนเฉพาะเริ่มเพาะปลูกในช่วงนี้ก็ค่อนข้างสูงโดยอยู่ที่ไร่ละประมาณ 1,500 บาท ดังนั้นหากเกษตรกรยอมลงทุนเพิ่มอีก 200 บาทก็จะไม่ต้องมาเสียเงินและเสียเวลาในการเพาะปลูกใหม่ทั้งหมด อีกทั้งหากเกษตรกรทุกรายช่วยกันปฏิบัติตามคำแนะนำของสำนักงานเกษตรอย่างเคร่งครัดเพลี้ยแป้งก็จะหมดไปจากจังหวัดนครราชสีมา ในเวลาไม่กี่ปีข้างหน้านี้อย่างแน่นอน







