
ปชป.จัดเต็ม ล้มล้างการปกครอง
การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 จะต้องแก้เป็นรายมาตรา มีการกำหนดประเด็นชัดเจน
“การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 จะต้องแก้เป็นรายมาตรา มีการกำหนดประเด็นชัดเจน
แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้ให้อำนาจ ส.ส.ร.เหมือนการตีเช็คเปล่า ไร้หลักประกันว่าจะไม่กระทบต่อโครงสร้างการปกครอง”
วิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะผู้ร้องที่ 3 เปิดเผยถึงคำแถลงปิดคดี ที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ความหนา 26 หน้า ชี้ให้เห็นถึงการกระทำผิดใน 4 ประเด็น ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วางแนววินิจฉัยไว้ คือ
ประเด็นที่ 1 ผู้ร้องมีอำนาจฟ้องคดีตามมาตรา 68 วรรค 2 เพราะเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญชัดเจนว่าให้ประชาชนมีส่วนในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ย่อมไม่ได้หมายถึงแค่ให้อำนาจการพิจารณาอยู่ที่ จุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุดเท่านั้น การที่ศาลรับคำร้องไว้จึงเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ อัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ยอมรับว่าศาลสามารถวินิจฉัยรับคำร้องด้วยตัวเองได้
ประเด็นที่ 2 มาตรา 291 ระบุว่า เป็นการหมวดการแก้ไขเพิ่มเติม แสดงว่าไม่สามารถทำใหม่ทั้งฉบับได้ ในขณะที่ โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล ยอมรับว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยกร่างโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2550 จะถูกยกเลิกทันที ซึ่งหมายความว่าเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อจัดทำใหม่ทั้งฉบับ จึงเป็นการกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 291
ประเด็นที่ 3 ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะการตั้ง ส.ส.ร. 22 คน โดยใช้อำนาจรัฐสภา เป็นการทำให้เกิดอำนาจนอกรัฐธรรมนูญ ซึ่งการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 จะต้องแก้เป็นรายมาตรา มีการกำหนดประเด็นชัดเจน แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้ให้อำนาจ ส.ส.ร. เหมือนการตีเช็คเปล่า ไร้หลักประกันว่า จะไม่กระทบต่อโครงสร้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ในประเด็นล้มล้างการปกครองนี้ จะมีการยื่นคลิปภาพและเสียงของหลายบุคคลที่เกี่ยวข้อง ความยาวรวม 23 นาที ไล่ตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จตุพร พรหมพันธุ์ จักรภพ เพ็ญแข ใจ อึ๊งภากรณ์ ก่อแก้ว พิกุลทอง สุนัย จุลพงศธร สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เพื่อชี้ให้ศาลเห็นถึงขบวนการล้มล้างสถาบันนอกสภาที่เชื่อมโยงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมายงยุทธระบุว่าคนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทย ทำงานเดินเป็นคู่ขนานกัน อีกทั้งแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บางคนคิดล้มล้างสถาบัน จัดตั้งรัฐไทยใหม่ และคิดตั้งระบอบประธานาธิบดี เพราะฉะนั้น เมื่อยงยุทธยอมรับว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับ นปช. แสดงว่าคนกลุ่มนี้คิดล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขหรือไม่
ในประเด็นที่ 4 เรื่องยุบพรรคนั้น เป็นประเด็นที่ศาลพิจารณาเองได้ และในคำร้องของตนเองไม่ได้ยื่นขอให้ยุบพรรค จึงไม่ได้มีการสรุปประเด็นนี้ไว้ในคำแถลงปิดคดี







