posttoday
กระหึ่ม...เสียงต้าน 5หมื่นล้านสร้าง21เขื่อน

กระหึ่ม...เสียงต้าน 5หมื่นล้านสร้าง21เขื่อน

11 กรกฎาคม 2555

เพียงแค่โครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นและเขื่อนแม่วงก์ เพื่อป้องกันน้ำท่วมผุดเป็นกระแสขึ้นมา

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

เพียงแค่โครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นและเขื่อนแม่วงก์ เพื่อป้องกันน้ำท่วมผุดเป็นกระแสขึ้นมา เสียงคัดค้านจากภาคประชาชนก็กระหึ่มรับกันเป็นกระบวน ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เสนอกรอบแนวคิดเพื่อออกแบบการก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และให้เอกชนยื่นประมูล โดยส่วนหนึ่งของโครงการคือ การก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำรวม 21 แห่ง มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท เสียงต้านจึงยิ่งดัง

ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ประกาศลั่นทันทีว่า หากโครงการของรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญให้ครบถ้วนและไม่ฟังประชาชน โดยฉวยโอกาสอ้างสถานการณ์น้ำท่วม ก็จะต้องเจอกันแน่ที่ศาลปกครอง

กระหึ่ม...เสียงต้าน 5หมื่นล้านสร้าง21เขื่อน

“สมาคมฯ จะขออำนาจศาลปกครองให้คุ้มครองสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยโครงการดังกล่าวต้องรับฟังความเห็นของประชาชน”

กรณีที่ดึงต่างประเทศเข้ามาร่วมในโครงการจัดการเรื่องน้ำ นายกสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อน เห็นว่าเป็นความผิดพลาดอย่างยิ่ง เนื่องจากหากบริษัทต่างชาติชนะประมูลเข้าดำเนินโครงการ จะเข้าใจบริบทของภาคประชาชน ซึ่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องบัญญัติให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมได้อย่างไร

ด้าน ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ก็เห็นว่า รัฐบาลกำลังตื่นกลัวเรื่องน้ำท่วมจนเกินกว่าเหตุ จนไม่สามารถเรียงลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหาได้

“โครงการใด ซึ่งเป็นการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐบาล เช่น หากเป็นอ่างเก็บน้ำเกิน 100 ล้านลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ตามขั้นตอนตามกฎหมายได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ต้องมีการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ก่อนอนุมัติโครงการ” ศศิน กล่าว

ขณะที่ภาคประชาชนในพื้นที่ สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา แกนนำเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงล้านนา ย้ำถึงจุดยืนว่า แผนการจัดการน้ำของภาครัฐ นอกจากไม่เป็นระบบแล้ว ยังไม่คำนึงถึงระบบนิเวศลุ่มน้ำในภาพรวม เพราะยังไม่เห็นการกำหนดรูปแบบการจัดการน้ำที่ครอบคลุมไปถึงลุ่มน้ำขนาดเล็ก พื้นที่ชุ่มน้ำ กับวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่

ประสิทธิพร กาฬอ่อนศรี ผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำยม ซึ่งมีบทบาทคัดค้านเขื่อนแก่งเสือเต้นมากว่า 2 ทศวรรษ ก็เห็นว่า ที่ผ่านมาแม้จะมีเขื่อนขนาดใหญ่ แต่ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วมกลับทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ข้ออ้างที่ว่าหากมีเขื่อนขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำยมอย่างเขื่อนแก่งเสือเต้น หรือเขื่อนยมบน หรือยมล่าง จะแก้สามารถปัญหาน้ำท่วมได้ไม่ใช่เรื่องจริง

“ผลวิจัยขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือเอฟเอโอ ระบุว่า เขื่อนแก่งเสือเต้นจะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมได้เพียง 8% แม้กระทั่งกรมชลประทานเองก็เคยออกมายอมรับว่าไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ และต้องการสร้างเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งเท่านั้น เชื่อว่าข้ออ้างที่รัฐบาลยกมาเป็นเพียงเรื่องของผลประโยชน์เท่านั้น แนวทางการจัดการน้ำดังกล่าวจะส่งผลให้อายุของรัฐบาลสั้นลง เพราะจะมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของการคอร์รัปชัน”

ประสิทธิพรเสนอแนวทางว่า ทางออกของการจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมนั้น ควรหันไปฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ผลักดันแนวคิดการจัดการน้ำชุมชน เขื่อนขนาดใหญ่จะนำไปสู่การทำลายป่าสักธรรมชาติผืนสุดท้ายของประเทศอีกกว่า 2.4 หมื่นไร่ ป่าเบญจพรรณอีก 3.6 หมื่นไร่ นอกจากนี้ การศึกษาของกรมทรัพยากรธรณีชี้ชัดว่า บริเวณที่จะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นตั้งอยู่แนวรอยเลื่อนแพร่ ซึ่งยังมีการเคลื่อนตัว เสี่ยงอย่างมากหากสันเขื่อนที่สูง 72 เมตรพังทลาย

ด้านมุมมองของภาควิชาการ สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ นักวิชาการภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สรุปเปรี้ยงว่า โครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นและแม่วงก์เป็นโครงการที่รัฐบาลสอดไส้เข้ามา เนื่องจากไม่มีทางเลือกอื่นที่จะป้องกันน้ำท่วม จ.พิษณุโลก แต่อย่างไรก็ตามภาคประชาชนมีสิทธิที่จะต้องเข้ามาตรวจสอบถ่วงดุลเรื่องนี้ 
 

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท