
จิ้ม12จ.รับน้ำ
2ล้านไร่ต้องรับภาระรัฐบาลยันยังไม่ตัดสินใจ/เอ็นจีโอฮึ่มฟ้องศาลปกครอง
2ล้านไร่ต้องรับภาระรัฐบาลยันยังไม่ตัดสินใจ/เอ็นจีโอฮึ่มฟ้องศาลปกครอง
เอ็นจีโอ นักวิชาการ ฮึ่มค้านแผนจัดการน้ำรัฐบาล
จากการตรวจสอบแผนจัดการน้ำมูลค่า 3.4 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลกำลังเปิดให้บริษัทเอกชนทั้งต่างชาติและในประเทศเสนอตัวเข้ามาประมูลการออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย พบว่า นอกจากกำหนดว่าจะสร้างอ่างเก็บน้ำ 21 อ่างใน 5 ลุ่มน้ำแล้วยังจะใช้พื้นที่ 2 ล้านไร่ ไว้เป็นที่รับน้ำชั่วคราวเมื่อมีปริมาณน้ำเกินศักยภาพที่แม่น้ำจะรับได้อีกด้วย
พื้นที่รับน้ำ 2 ล้านไร่ดังกล่าวอยู่ใน 12 จังหวัด คือ อยู่ทางตอนเหนือของ จ.นครสวรรค์ 1 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ 4 อำเภอ จ.นครสวรรค์ 8 อำเภอจ.พิจิตร 4 อำเภอ จ.พิษณุโลก 4 อำเภอ จ.อุตรดิตถ์ 7 อำเภอ จ.สุโขทัย
อีก 1 ล้านไร่ เหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา จะครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ จ.สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง อยุธยา สระบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม
นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า หากรัฐบาลยังเดินหน้าและสร้างอ่างเก็บน้ำ 21 แห่งต่อไป สมาคมจะขออำนาจศาลปกครองให้คุ้มครองสิทธิของประชาชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแน่
นายประสิทธิพร กาฬอ่อนศรีผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำยม ยืนยันว่า ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น หรือเขื่อนยมบน หรือยมล่างเลย เพราะงานวิจัยขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติระบุชัดว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นช่วยเยียวยาปัญหาน้ำท่วมได้เพียง 8%
ด้านนายวีระ วงศ์แสงนาคที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวว่า ไม่ว่าจะดำเนินโครงการนี้อย่างไร สุดท้ายก็ต้องประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ทำประชาพิจารณ์ และขอความคิดเห็นกับชุมชนที่ได้รับผลกระทบอยู่ดี ฉะนั้นอย่าไปกังวลล่วงหน้าว่าจะสอดไส้ หมกเม็ด หรือลัดขั้นตอน
“ไม่มีทางที่จะเลี่ยงการทำประชาพิจารณ์ได้ และคงไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนกล้าเสี่ยงกับการถูกดำเนินคดีหรือถูกประท้วง ส่วนการจัดทำเขื่อนในลุ่มน้ำยมหรือลุ่มน้ำแม่วงก์นั้น ไม่ทำตอนนี้ อนาคตก็ต้องทำอยู่ดี” นายวีระ กล่าว
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล กรรมการ กบอ. กล่าวถึงเหตุผลที่ยังไม่เปิดเผยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้ประชาชนทราบถึงจุดที่จะใช้เป็นแก้มลิงและฟลัดเวย์ว่า เป็นเพราะรัฐบาลยังไม่สรุปว่าจะใช้พื้นที่ใด ต้องรอฟังข้อเสนอของบริษัทต่างๆ แล้วค่อยตัดสินใจ เมื่อจะทำจริงต้องไปเจรจากับชาวบ้านก่อนแน่นอน







