
เปิดโครงการน้ำ 3.4 แสนล้านสร้างเขื่อนใหม่ 21 แห่ง
โพสต์ทูเดย์ได้ตรวจสอบเอกสารชี้ชวนโครงการเสนอกรอบแนวคิดเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย วงเงิน 3.4 แสนล้านบาท มีการแจกแจงแผนปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำแบบบูรณาการและยั่งยืน (กรณีลุ่มน้ำเจ้าพระยา) ไว้ดังนี้
โพสต์ทูเดย์ได้ตรวจสอบเอกสารชี้ชวนโครงการเสนอกรอบแนวคิดเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย วงเงิน 3.4 แสนล้านบาท มีการแจกแจงแผนปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำแบบบูรณาการและยั่งยืน (กรณีลุ่มน้ำเจ้าพระยา) ไว้ดังนี้
1.การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและดิน ฝายแม้ว ฯลฯ เพื่อระบบนิเวศที่สมดุล พื้นที่ดำเนินการประมาณ 10 ล้านไร่ ในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคเหนือ เน้นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท 2.สร้างอ่างเก็บน้ำอย่างเหมาะสมและยั่งยืนในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก รวมความจุประมาณ 1,807 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท
จะมีการสร้างอ่างเก็บน้ำแก่งเสือเต้นที่ ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ขณะที่ลุ่มน้ำสะแกกรังก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่วงก์ ตั้งอยู่ที่ ต.แม่เล่ย์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ส่วนลุ่มน้ำป่าสักจะสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำป่าสักตอนบน ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำ 13 แห่ง ความจุ 98.59 ล้าน ลบ.ม. ตั้งอยู่ที่ ต.หนองรี อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี ซึ่งโครงการทั้งหมดเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2555 ใช้เวลา 35 ปี
3.จัดทำผังการใช้ที่ดิน/การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมทั้งการจัดทำพื้นที่ปิดล้อม พื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจหลักของแต่ละจังหวัดและของประเทศ (ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมถึง) วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท มีโครงการจัดทำพื้นที่ปิดล้อมชุมชนปกป้องจากภัยน้ำท่วมทุกกรณี เช่น จ.แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ ลงมาถึง ปทุมธานี นนทบุรี
4.การปรับปรุงพื้นที่เกษตรชลประทานในพื้นที่โครงการชลประทานพิษณุโลก (เหนือ จ.นครสวรรค์) และโครงการเจ้าพระยาใหญ่ (เหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา) ให้เป็นแก้มลิงแม่น้ำเพื่อเก็บกักน้ำหลากชั่วคราวในฤดูน้ำหลากได้ประมาณ 6,0001 หมื่นล้าน ลบ.ม. ใช้พื้นที่ประมาณ 2 ล้านไร่ รวมทั้งปรับปรุงให้สามารถเพิ่มผลผลิตเกษตรกรรมและประมง ฯลฯ วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท โดย 1 ล้านไร่ จะอยู่บริเวณพื้นที่เหนือ จ.นครสวรรค์ อีก 1 ล้านไร่ จะอยู่บริเวณเหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา
5.ปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลักและคันริมแม่น้ำของแม่น้ำสายหลัก คือ ปิง วัง ยม น่าน เจ้าพระยา สะแกกรัง ป่าสัก ท่าจีน ฯลฯ โดยขุดลอกสันดอนแม่น้ำ ปรับแนวตลิ่ง ปรับปรุงคันริมแม่น้ำ วงเงิน 7,000 ล้านบาท
6.การจัดทางน้ำหลาก (ฟลัดเวย์) หรือทางผันน้ำ (ฟลัดดิเวอร์ชัน แชนแนล) ขนาดไม่น้อยกว่า 1,500 ลบ.ม./วินาที เพื่อรับอัตราการไหลน้ำหลากส่วนเกินจากแม่น้ำเจ้าพระยาป่าสัก ไปทางฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือฝั่งใดฝั่งหนึ่ง รวมทั้งจัดทำทางหลวง (ระดับประเทศ) ไปพร้อมๆ กัน วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท
7.ปรับปรุงระบบคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์และเตือนภัย รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำ (หลากและแล้ง) กรณีต่างๆ วงเงิน 3,000 ล้านบาท และ 8.การปรับปรุงองค์กร (ทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำ สั่งการ กำกับ ดูแล ติดตาม พร้อมทั้งจัดหากฎหมาย และวิธีการเยียวยาที่เหมาะสม ใช้งบประมาณปกติ
“สำหรับการปรับปรุงองค์กรน้ำ สอดคล้องกับที่นายปลอดประสพให้สัมภาษณ์ว่าต่อไปประเทศไทยจะมีกระทรวงน้ำ”
ด้าน 6 โครงการในพื้นที่ลุ่มน้ำอื่นๆ (17 ลุ่มน้ำ) ได้แก่ 1.การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและดินฝายต้นน้ำ ฯลฯ เพื่อได้เกิดระบบนิเวศที่สมดุล พื้นที่ 6 ล้านไร่ ในพื้นที่ตั้งแต่ จ.สงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง พังงา ชุมพร เป็นต้น วงเงิน 6,000 ล้านบาท 2.การสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ และลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท 3.การจัดทำผังการใช้ที่ดินบริเวณลุ่มน้ำภาคใต้ ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ลุ่มน้ำตาปี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่ลุ่มน้ำมูลชี วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท
4.การปรับปรุงสภาพทางน้ำสายหลักและคันริมแม่น้ำ วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท 5.การปรับปรุงระบบคลังข้อมูลระบบพยากรณ์และเตือนภัย รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำกรณีต่างๆ วงเงิน 2,000 ล้านบาท และ 6.การปรับปรุงองค์กร (ทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำ สื่อสาร กำกับ ดูแล ติดตาม พร้อมทั้งจัดหากฎหมายและวิธีการเยียวยาที่เหมาะสม ใช้งบปกติ ซึ่งทั้ง 6 โครงการรวมวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท







