
โรงงานขู่ท่วมอีกครั้งย้ายแน่อุตฯบีสหรัตน์ฯ12ก.ค.ได้แผน
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมสหรัตน นคร อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และผู้บริหารโรงงานในนิคมฯ ทั้งไทยและญี่ปุ่น 43 แห่ง เพื่อติดตามการป้องกันน้ำท่วม เนื่องจากเป็นนิคมฯ เพียงแห่งเดียวที่โดนน้ำท่วมปลายปีก่อน ขณะนี้ยังไม่เริ่มดำเนินการป้องกันน้ำท่วม
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมสหรัตน นคร อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และผู้บริหารโรงงานในนิคมฯ ทั้งไทยและญี่ปุ่น 43 แห่ง เพื่อติดตามการป้องกันน้ำท่วม เนื่องจากเป็นนิคมฯ เพียงแห่งเดียวที่โดนน้ำท่วมปลายปีก่อน ขณะนี้ยังไม่เริ่มดำเนินการป้องกันน้ำท่วม
ผู้บริหารนิคมและผู้ประกอบการกล่าวต่อที่ประชุม ว่า ผู้ประกอบทุกแห่งยืนยันไม่มีความ มั่นใจแผนป้องกันน้ำท่วมของนิคมฯ รวมทั้งปัจจุบันยังมีปัญหาระบบสาธารณูปโภค น้ำประปาไม่ค่อยไหล ไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง ทำให้การผลิตและเครื่องจักรต้องหยุดการผลิต อีกทั้งถนนเข้าสู่นิคมฯ ชำรุดและช่องทางจราจรแคบ เกิดปัญหาการจราจรติดขัด
ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ทำให้ลูกค้าหันไปสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานอื่นนอกนิคมฯ หรือจากนอกประเทศไทยแทน ทำให้โรงงานต่างๆ ทั้งไทยและญี่ปุ่นตัดสินใจว่า หากในปีนี้เกิดน้ำท่วมอีกครั้ง จะตัดสินใจย้ายโรงงานไปในพื้นที่ที่ไม่มีความเสี่ยงและพร้อมกว่านี้ อาจเป็นพื้นที่ในจังหวัดอื่นหรือในประเทศอื่น
ปราโมทย์ พัฒนมงคล ผู้จัดการ ทั่วไป บริษัท Katolec (ประเทศไทย) กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องจริงและถึงเวลาที่ต้องมาพูดหารือกันว่าจะทำอย่างไร เพราะความมั่นคงทางธุรกิจไม่ได้อยู่ที่ปัจจัยในโรงงาน แต่ไปอยู่ที่การบริหารงานของนิคมฯ แห่งนี้ ซึ่งถือว่าเสี่ยงมากในทางธุรกิจ นับจากน้ำท่วมจนแห้งถึงวันนี้ไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมหรือชัดเจนเลยแม้แต่เรื่องเดียว
ประภาพันธ์ รัฐกาญจน์ ผู้ บริหารนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ชุดใหม่ที่เข้าดำเนินการตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมาตามคำสั่งศาล กล่าวว่า มีแผนการป้องกันทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยได้ว่าจ้างเอกชนชื่อดังมาให้คำปรึกษากำหนดแผน โดยแผนระยะสั้นกำหนดซ่อมแนวคันดินทั้งของนิคมฯ เองระยะ 10 กม. ปิดจุด เสี่ยง 3 กม.ด้านหน้า และประสานทางกรมทางหลวงชนบทยกถนนด้านหน้านิคมฯ ที่เป็นของหลวงระยะทางเกือบ 3 กม. รวมถึงใช้แนวทางเดิมคือทำคันดินเสริมบนถนนหลวงสูงกว่า 1.5 เมตร ระยะทาง 32 กม.ที่ล้อมนิคมฯ และชุมชน รวมถึงการจัดเตรียมแท็บแบ็กมาเสริม
ส่วนแผนระยะยาว ได้เสนอแผนทำแนวคันป้องกันน้ำท่วมแบบครบวงจรรวมงบประมาณ 535 ล้านบาท แต่การนิคมอุตสาห กรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เห็นชอบให้ใช้งบประมาณที่ 339 ล้านบาท และรัฐบาลกำหนดช่วยเหลือ 2 ใน 3 ซึ่งคือจำนวน 229 ล้านบาทที่รัฐบาลจะช่วย โดยส่วน ต่างเงินที่รัฐบาลช่วยและเงินที่ตั้งเป้าจะทำมีส่วนต่างที่ 306 ล้านบาทนี้ เรายังไม่มีเงินสดในมือแต่ได้หารือกับธนาคารออมสินไว้แล้วว่าจะกู้เงินจำนวนดังกล่าวมาดำเนินการร่วมกับเงินที่รัฐบาลให้มา
ด้าน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ในวันที่ 12 ก.ค.นี้จะมีการหารืออีกครั้ง ซึ่งการนิคมอุตสาห กรรมยืนยันแล้วว่า หากไม่มีการดำเนินการใด กนอ.จะเข้ามาดำเนินการในการป้องกันน้ำท่วมเองทั้งหมด โดยนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ส่วนที่โรงงานเสนอให้รัฐบาลโดยการนิคมฯ อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเข้ามาซื้อกิจการของการนิคมแห่งนี้นั้น อาจทำได้ลำบาก







