
แวดวงสงฆ์
โดย...ส.วรสุโต
โดย...ส.วรสุโต
เช็กข่าวเรื่องพระจากเว็บพระไทยเน็ต เจอข่าวดังนี้
แก๊งพระปลอมที่สุพรรณ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ก.ค. พ.ต.อ.นพดลฏ์ อรัญศรี ผกก.สภ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี สืบทราบว่าที่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 6 ต.หนองราชวัตร มีแก๊งพระสงฆ์สามเณร คาดว่าจะเป็นพระปลอมเดินสายออกเรี่ยไรหากิน มั่วสุมเสพยาบ้า และเล่นการพนัน จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.นพสิณ จินดารัตน์ สวป. และกำลังสายตรวจ พบนายสมหมาย ภู่วารี อายุ 52 ปี เจ้าของบ้านและแก๊งพระปลอม
เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีท่าทางพิรุธ จึงได้ทำการตรวจค้น พบยาบ้า 2 เม็ด อยู่ในกระเป๋ากางเกงนายสมหมาย นอกจากนี้ยังพบผ้าเหลืองของพระจำนวนหลายผืน ตู้รับบริจาค จำนวน 3 ตู้ บาตรพระ จำนวน 5 ใบ อุปกรณ์การเล่นไฮโล จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนายสมหมายให้การรับสารภาพว่า อุปกรณ์ดังกล่าวใช้ในการปลอมเป็นพระสงฆ์และสามเณรเพื่อออกเรี่ยไรทั่วไป และยังรับอีกว่ามีแก๊งแบบนี้อีกหลายสิบแก๊งในเขตพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี จากนั้นทำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในปัสสาวะ พบเป็นสีม่วง มีสารเสพติดในปัสสาวะ จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย 1.นายณัฐวุฒิ อ่อนวิมล 2.นายปรีชา บุญพุธ อายุ 36 ปี 3.นายสุเชาว์ ศรีเพียงจันทร์ อายุ 24 ปี จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
(แก๊งแบบนี้มาตีตลาดในกรุงเทพฯ ทุกเช้า โดยเฉพาะวันพระและวันอาทิตย์ จะชักแถวเดินพร้อมอุ้มตู้เรี่ยไรเดินหน้า ตามด้วยอุ้มบาตร และกำกับโดยคนห่มเหลือง ถือโทรโข่งประกาศเชิญชวนให้บริจาค เมื่อคนศรัทธาบริจาคก็ยถาสัพพีลั่นซอย (เหมือนพระ) สามารถพบได้ที่ซอยสุขสวัสดิ์ 26 บางปะกอก เป็นต้น
ทำแบบนี้ พระดีก็อาย ศรัทธาชาวบ้านก็ถดถอย ฝ่ายปราบปรามมารศาสนาทำไม่ทัน หูตามีน้อย แล้วชาวพุทธจะทำกันอย่างไร แก้ไขแบบไหน เรื่องจริงก็มีว่าพวกนี้ไม่เข็ด เมื่อเจ้าหน้าที่เอาจริง หายไปพักหนึ่งแล้วจะกลับมาใหม่ เชื่อเถอะกลุ่มที่ถูกจับนี้จะกลับมาอีกหลังจากพ้นโทษ)
สวมใส่จีวรค้ายาบ้า
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 ก.ค. ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.พิเชษฐ อรชุน ผกก.สภ.สีดา ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาบ้า ได้ผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วย นายศิริรัตน์ พองชัยภูมิ อายุ 44 ปี นายกิตติพงษ์ ทองอยู่ อายุ 34 ปี น.ส.ปิยะนุช ศรีขี้เหล็ก อายุ 36 ปี และ น.ส.สมร สุ่มมาตย์ อายุ 35 ปี พร้อมของกลางเงินสด 1.5 แสนบาท ยาบ้า 1.2 หมื่นเม็ด รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน กค 4190 ชัยภูมิ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ทั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจสืบทราบว่า นายกิตติพงษ์ และ น.ส.ปิยะนุช มีพฤติกรรมค้ายาบ้า โดยล่าสุดพบว่ากำลังขับรถไปรับยาบ้ามาจาก จ.อุบลราชธานี จึงสกัดจับกุมได้ที่ถนนแห่งหนึ่งในตัวเมืองชัยภูมิ
จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า มีคนติดต่อว่าจ้างให้ขับรถไปขนยาบ้ามาจาก อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เพื่อมาส่งต่อให้กับนายศิริรัตน์ ที่ขณะนั้นบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ชัยภูมิ จากนั้นจึงทำการขยายผลจับกุมนายศิริรัตน์ และ น.ส.สมร ขณะกำลังขับรถไปรับพระศิริรัตน์ เพื่อมารับยาบ้าดังกล่าว จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งนายกิตติพงษ์ และนายศิริรัตน์ เคยติดคุกในข้อหาค้ายาบ้า เพิ่งพ้นโทษออกมา ยังมีพฤติกรรมค้ายาบ้าไม่ยอมเลิก โดยนายศิริรัตน์ยังได้แฝงตัวด้วยการบวชเป็นพระ ขณะที่ น.ส.สมร ให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องการค้ายาบ้า เพียงแต่รู้จักกับนายศิริรัตน์ระหว่างไปทำบุญที่วัดที่นายศิริรัตน์บวชอยู่ จึงคุมตัวทั้งหมดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
(เรื่องห่มเหลืองค้ายาบ้าเป็นข่าวบ่อย เพราะไปเป็นขี้ข้าประเทศเพื่อนบ้านที่ผลิตยาบ้ามาขายคนไทย ในขณะที่ส่วนราชการ (ตำรวจ) และสื่อมวลชน ชอบโฆษณาราคายาบ้าว่าที่จับได้งวดนี้นะ ราคาสูงขนาดนั้น ขนาดนี้ ล่อใจให้เสี่ยงสำหรับคนอยากรวยตลอด เลิกเป็นทาสต่างชาติ หยุดประกาศราคาที่จับได้กันเถิด เพื่อลดการล่อใจ)







