posttoday
ทำเพื่อชาติ

ทำเพื่อชาติ

08 กรกฎาคม 2555

ความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และรัฐบาลซึ่งมาจากฝ่ายการเมือง เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย แต่ความเห็นที่ไม่ตรงกันนั้นจะต้องยืนอยู่บนเหตุผล

ความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และรัฐบาลซึ่งมาจากฝ่ายการเมือง เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย แต่ความเห็นที่ไม่ตรงกันนั้นจะต้องยืนอยู่บนเหตุผล

ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เพราะ ธปท.มีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพของเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายคืออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) เป็นเป้าหมาย ยิ่งทำให้จีดีพีขยายตัวได้สูงเท่าไหร่ก็ถือว่าเป็นผลงานเท่านั้น

ในยุคสมัยที่พรรคไทยรักไทยบริหารประเทศ จนเมื่อแปลงมาเป็นพรรคเพื่อไทย ความขัดแย้งระหว่าง ธปท.กับรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ซึ่ง รมว.คลัง มีหน้าที่ดูแล ธปท.โดยตรงก่อนเสนอต่อนายกฯ ก็ยังคงมีอยู่เป็นคลื่นใต้น้ำ

จดหมายเปิดผนึกที่นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. เขียนถึง ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการ ธปท. และเป็นตำนานที่คน ธปท.เคารพและยกย่องมากกว่าเป็นผู้ที่มีความคิดเพื่อส่วนรวมและทำเพื่อชาติอย่างหาที่เปรียบได้ยาก จดหมายนี้ตีพิมพ์ในวารสารภายในของ ธปท. แต่สะท้อนความกังวลใจ ความอึดอัดใจในการทำงานของผู้ว่าการ ธปท.อย่างยิ่ง

ความเป็นห่วงของผู้ว่าการ ธปท.ที่มีต่อรัฐบาลก็คือ การใช้เงินงบประมาณไปอย่างไร้ประสิทธิภาพกับโครงการประชานิยม ลด แลก แจก แถม หรือที่ได้สัญญากับประชาชนในช่วงเลือกตั้ง ทำให้เกิดการขาดดุลงบประมาณ และเมื่อเงินขาดมือรัฐบาลจะนำมาสู่ข้อเรียกร้องแปลกๆ ต่อ ธปท. ซึ่งตัวอย่างหนึ่ง คือ การโอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินมาให้ ธปท. ทั้งที่เป็นหนี้ที่รัฐบาลก่อขึ้นจากการค้ำประกันเจ้าหนี้และผู้ฝากเงินเมื่อเกิดวิกฤตการเงินปี 2540

ดร.ปผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ดร.ป๋วย เคยกล่าวไว้ว่า “ในการที่จะติดต่อกับรัฐบาล มีความจำเป็นที่จะต้องให้มีความเชื่อถือ ให้รัฐบาลหรือบุคคลในรัฐบาลเชื่อถือว่าเราไม่ได้เห็นประโยชน์ส่วนตัว ไม่ได้เห็นแก่ประโยชน์ของธนาคารชาติ แต่เห็นประโยชน์ของแผ่นดิน ผู้ว่าการและผู้ใหญ่ในธนาคารชาติจะต้องมีความกล้าหาญพอสมควร คือ ต้องสามารถที่จะพูดขัดได้ ถ้าอะไรที่ไม่ดีแล้วจำเป็นจะต้องพูดได้ ถ้าไม่มีความกล้าพอ อย่าเป็นดีกว่า”

สิ่งที่ผู้ว่าการ ธปท.เล่าไว้นั้น แสดงให้เห็นว่าได้มีการทัดทานไม่เห็นด้วยหลายครั้ง แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถทัดทานฝ่ายการเมืองได้ แต่การแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมานั้น ถือเป็นความกล้าหาญที่จะบอกความจริงกับรัฐบาล แม้จะเป็นยาขม และอาจจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่อยากรู้ แต่ก็ถือว่า ธปท.ได้ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่แล้ว

นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างของความขัดแย้งเดียว เพราะในอนาคตความขัดแย้งระหว่างการเมืองกับ ธปท.อาจจะมีอีก หากรัฐบาลหันซ้ายหันขวาแล้วไม่มีเงินมาทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็มีความพยายามจะนำเอาทุนสำรองทางการของประเทศมาใช้

ฉะนั้น หากรัฐบาลต้องการวางแผนพัฒนาประเทศระยะยาวมากกว่าแค่ต้องการชนะเลือกตั้ง ก็ควรจะฟังคำทัดทานและคำแนะนำของ ธปท. หรือหน่วยงานอื่นๆ บ้าง เพราะรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศไม่นานก็เปลี่ยน แต่ประเทศชาตินั้นยังคงอยู่ สิ่งที่ฝ่ายการเมืองทำจะส่งผลต่อเนื่องไปไม่สิ้นสุด

ประเทศจะผ่านวิกฤตเศรษฐกิจไปได้ ทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการต้องร่วมกันดำเนินนโยบายไปให้ถูกทิศ ถูกทาง และถูกเวลา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท