posttoday
ประธานศาลฯ ซักสมศักดิ์ คาใจกระทบพระราชอำนาจ

ประธานศาลฯ ซักสมศักดิ์ คาใจกระทบพระราชอำนาจ

07 กรกฎาคม 2555

วันสุดท้ายในการไต่สวนพยานตามคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550

วันสุดท้ายในการไต่สวนพยานตามคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมดของ “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” ประธานรัฐสภา ภายหลังมีคลิปเสียงเกี่ยวกับเบื้องหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์ก่อนเบิกความยืนยันว่าเป็นคลิปเสียงเขาจริง

การชี้แจง “สมศักดิ์” ได้ให้น้ำหนักใน 3 ประเด็น คือ

ไม่มีความคิดล้มล้างการปกครองฯ

การบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา

สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยแตะต้องพระราชอำนาจไม่ได้

ประธานรัฐสภาเริ่มต้นการเบิกความว่า ในชีวิตของตนไม่เคยคาดฝันว่าวันหนึ่งจะมาเจอข้อหาล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะได้เติบโตทางการเมืองจนเป็นประธานรัฐสภา ก็เพราะระบอบการปกครองประชาธิปไตยนี้ ส่วนมาตรา 291/13 ที่ให้อำนาจประธานรัฐสภาในการวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองหรือไม่ “สมศักดิ์” ย้ำในหลักการว่า “เพื่อให้เกิดความสบายใจแก่ทุกฝ่ายรวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญด้วย ในประเด็นนี้จะใช้รูปแบบของคณะกรรมการจากคณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันอุดมศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเป็นกลาง ที่ผ่านการกลั่นกรองแล้วมาใช้ดุลยพินิจแทนผม”

ประธานศาลฯ ซักสมศักดิ์ คาใจกระทบพระราชอำนาจ

 

“...อาจเกิดการกล่าวหาว่า ใช่สิผมเป็น สส.พรรคเพื่อไทย จะไว้วางใจอย่างไร แต่จะให้ผมทำอย่างไร เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดมาอย่างนั้น แต่ประธานรัฐสภามีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่อยู่พรรคไหนจะมาสั่งกันได้... กล่าวหาว่าผมรับคำสั่งจากคนทางไกล แบบนี้ที่ให้ชะลอการลงมติวาระ 3 ออกไปตามความเห็นของผู้นำฝ่ายค้าน เท่ากับผมรับคำสั่งผู้นำฝ่ายค้านใช่หรือไม่”

มาถึงในช่วงการเปิดให้ผู้ร้องได้ซักถามประธานรัฐสภา ปรากฏว่าสาระสำคัญส่วนใหญ่ ผู้ถามทั้ง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา วิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ ในฐานะตัวแทน วันธงชัย ชำนาญกิจ หนึ่งในผู้ถูกร้อง พยายามถามเพื่อต้องการทราบถึงสัมพันธ์ระหว่างประธานรัฐสภาและ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และขอความชัดเจนเรื่องคลิปเสียง

คำถามเหล่านี้ทำให้สมศักดิ์มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด พล.อ.สมเจตน์ ถามว่า “วันสองวันที่ผ่านมามีคลิปเสียงของประธานรัฐสภา เป็นเสียงจริงหรือไม่ เพราะมีความเชื่อมโยงถึงที่มาที่ไปของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้...ถ้าศาลไม่อนุญาตให้ถามประเด็นนี้จะไม่เห็นการเชื่อมโยงถึงการได้อำนาจโดยมิชอบ เพราะประธานรัฐสภาวางตัวไม่เป็นกลาง มีการประชุมกับคนทางไกลที่หนีโทษอาญาแผ่นดิน”

“สมศักดิ์” ชี้แจงด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “คลิปเสียงเป็นเหตุการณ์ข้างนอกสภาและเกิดหลังจากผ่านวาระ 2 ไปแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าเอาเรื่องนี้มาสอบถามจะเสียเวลาของศาล”

สำหรับการตั้งคำถามของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นำโดย วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลฯ ได้เน้นถามว่า “ตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รอลงมติวาระ 3 ในมาตรา 291/11 ระบุ ว่าร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขหมวดพระมหา กษัตริย์จะกระทำมิได้ อันนี้หมายความว่า หมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์จะให้ลอกของปี 2550 ใช่หรือไม่”

ประธานรัฐสภา ตอบว่า “ควรเป็นอย่างนั้น” จากนั้นประธานศาลฯ ถามอีกว่า “ถ้าเขาร่างให้ผิดเพี้ยนไปจากกลุ่มนี้และอยู่ในอำนาจท่านคนเดียวท่านได้ตอบไปแล้วว่าจะมีทีมงานพิจารณา” สมศักดิ์ ตอบทันทีว่า “เอาสรุปง่ายๆ ดังนี้เลยครับ ว่าหมวด 2 ไปแตะไม่ได้เลย”

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ถามเพื่อขอขยายความเพิ่มเติมว่า “พระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ไม่ได้มีอยู่ในหมวด 2 ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์มีอยู่กระจายทั่วๆ ไป พระราชอำนาจในการที่จะทรงยับยั้งร่างกฎหมายชั่วครั้งชั่วคราว พระราชอำนาจในการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งบุคคล สิ่งเหล่านั้นถ้ามีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงท่านจะถือหรือไม่ว่านี่คือหมวดพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกัน”

ประธานรัฐสภา ตอบว่า “ประเด็นนี้เป็นเรื่องละเอียดครับ เพราะฉะนั้นทางออกควรให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกลางมาช่วยพิจารณาน่าจะเป็นประโยชน์...ความเห็นของผม หลักในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีหลักสำคัญ 3 ประการ 3 สถาบัน นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ซึ่งตรงนี้ไม่น่าไปแตะต้องเลย ส่วนประเด็นอื่นๆ น่าจะพิจารณาตามความเหมาะสม”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท