
อีซีบีควรลดดอกเบี้ย
บทบรรณาธิการบลูมเบิร์ก แสดงความเห็นด้วยถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการกำหนดนโยบาย
บทบรรณาธิการบลูมเบิร์ก แสดงความเห็นด้วยถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการกำหนดนโยบาย
การเงินของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งจะประชุมกันในวันนี้ จะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อช่วยประคองสถานการณ์วิกฤตหนี้ยุโรปไม่ให้ย่ำแย่ลงไปกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากข้อมูลเหเหนนตัวเลขวการว่างงานยูโรโซนเดือน พ.ค. พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 11.1%
ในขณะเดียวกัน แต่ละประเทศในยูโรโซนก็ต้องเผชิญกับข้อจำกัดจากทั้งการที่ต้องแบกรับภาระหนี้สาธารณะที่สูงมาก แต่เครื่องมือด้านการคลังที่มีอยู่เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจก็เหลือไว้ให้เลือกใช้เพียงน้อยนิด
ฉะนั้น เครื่องมือแก้ปัญหาจึงหลงเหลือเพียงแค่นโยบายทางการเงินที่อีซีบีเป็นผู้ขับเคลื่อนเท่านั้น
นอกจากนี้ บลูมเบิร์กได้กล่าวต่อไปอีกว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่เหล่าผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) จะขยายอำนาจให้แก่อีซีบีเข้าไปตรวจสอบควบคุมภาคธนาคารในยูโรโซนมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขของการยินยอมให้นำกองทุนรักษาเสถียรภาพถาวรยุโรป (อีเอสเอ็ม) อัดฉีดเงินเข้าสู่ภาคธนาคารที่ประสบปัญหาได้โดยตรง เนื่องจากส่วนหนึ่งของปัญหาที่ผ่านมา เกิดจากการที่อียูยังคงสับสนในเรื่องขอบเขตอำนาจของแต่ละองค์กร จนนำไปสู่การตัดสินใจออกนโยบายเพื่อรับมือกับวิกฤตหนี้ได้ไม่ทันท่วงที
ดังนั้น การเพิ่มอำนาจให้อีซีบี จึงถือเป็นการเข้าไปแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และจะทำให้การแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ในอนาคตเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อียูควรจะทำต่อจากนี้ไปก็คือ การทำให้ระบบการดูแลกำกับตรวจสอบด้านการเงินและการให้อำนาจเข้าแทรกแซงในสถานการณ์ฉุกเฉินเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ซึ่งอีซีบีคือตัวเลือกที่เหมาะสมในการทำหน้าที่ดังกล่าว
นอกจากนี้ ผู้นำอียูควรเปิดทางให้อีซีบีมีอำนาจเข้าซื้อพันธบัตรในประเทศที่ประสบปัญหาวิกฤต เหมือนดังที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำได้ เนื่องจากการนำกองทุนอีเอสเอ็มเข้าไปซื้อตามที่ผู้นำอียูตกลงกันนั้น มีจำนวนเงินน้อยเกินกว่าจะรับมือกับปัญหาได้







