
ศาลไต่สวนฝ่ายผู้ร้องคัดค้านแก้รธน.
ศาลเริ่มไต่สวนฝ่ายผู้ร้องคัดค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมเปิดโอกาสให้ปชช.ร่วมรับฟัง
ศาลเริ่มไต่สวนฝ่ายผู้ร้องคัดค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมเปิดโอกาสให้ปชช.ร่วมรับฟัง
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์นั่งเพื่อพิจารณาไต่สวนพยานผู้ร้อง กรณีที่ศาลรับพิจารณาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ซึ่งบรรยากาศศาลก่อนเริ่มพิจารณาไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องจำนวน 7 คน นัดแรก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่กองผสม จากหน่วยปราบจราจลจำนวน 1 กองร้อย รวมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่สน.ทุ่งสองห้อง จำนวน 50 นาย เข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ และดูแลสถานการณ์ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม พยานผู้ร้องที่เข้าไต่สวน จำนวน 7 คน ประกอบด้วย พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายวันธงชัย ชำนาญกิจ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ นายวรินทร์ เทียมจรัส นายบวร ยสินธร นายสุรพล นิติไกรพจน์ และนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นอกจากนี้ ยังมีฝ่ายผู้ร้องที่เดินทางมาร่วมรับฟังการไต่สวนและให้กำลังใจ อาทิ นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายผู้ร้อง ขณะที่ผู้ถูกร้อง มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล นายพิชิต ชื่นบาน นายวีรภัทร ศรีโชค นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประจำตัวประธานสภา และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคชาตไทยพัฒนา
สำหรับในการไต่สวนพยานนั้น คณะตุลาการได้อนุญาตให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังได้ ซึ่งห้องสามารถรองรับคนได้ประมาณ 50 คนเท่านั้น นอกจากนี้ ตุลาการยังได้อนุญาตให้มีการเผยแพร่สัญญาณภาพไปยังสถานีโทรทัศน์ที่ได้มีการขออนุญาตไว้
ก่อนการไต่สวนนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐะรรมนูญ ได้มอบหมายให้นายนุรักษ์ มาประณีต และนายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ดำเนินกระบวนการพิจารณา โดยนายนุรักษ์ ได้แจ้งถึงประเด็นในการพิจารณาวินิจฉัยของคณะตุลาการว่าจะมีทั้งสิ้น 4 ประเด็น 1. อำนาจในการฟ้องคดีตามมาตรา 68 วรรคสอง 2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 โดยเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับสามารถทำได้หรือไม่ 3. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 291 มีปัญหาว่าเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่ 4. หากมีการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ต้องมีการยุบพรรคหรือไม่ จากนั้นคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงได้เริ่มกระบวนการไต่สวนโดยพยานปากแรกคือพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวด้านหน้าอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคารเอ) ฝั่งทิศเหนือ กลุ่มกองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังคงปักหลักชุมนุมที่บริเวณลานสนามหญ้าหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นกำลังให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการปฏิบัติหน้าที่พิจารณาไต่สวน เพราะกังวลว่าอาจมีกลุ่มที่ไม่หวังดีเข้ามาขัดขวางการพิจารณาการครั้งนี้
ถาวรยันแก้รธน.ขัดม. 68 และม. 3
นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การดำเนินการแก้ไขมาตรา 291 ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 อย่างแน่นอน เนื่องจากมาตรา 291 ไม่อนุญาตให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับ อีกทั้ง การกระทำดังกล่าวยังขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ที่พระมหากษัตริย์ไม่ได้ใช้อำนาจวินิจฉัยแต่กกลับส่งให้ประธานรัฐสภาใช้ดุลยพินิจในการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ก่อนทำประชามติ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวอย่างไร และตนอยากเรียกร้องให้ผู้นำรัฐบาลควบคุมมวลชนอย่าออกมาเคลื่อนไหวกดดันศาล แม้ว่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างใดก็ตาม
ชี้คลิปสมศักดิ์ใช้เป็นพยานประกอบการพิจารณาไม่ได้
นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรณีคลิปเสียงคล้ายนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ที่พูดถึงเบื้องหลังการหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนนำมาสู่การชะลอเรื่องพ.ร.บ.ปรองดองนั้น ซึ่งจากการสอบถามนายสมศักดิ์เบื้องต้น ระบุว่าเป็นเพียงการพูดคุยกันภายในครอบครัวไม่กี่คน ไม่ใช่การปราศรัย ดังนั้น ตามมารยาทแล้วก็ไม่ควรล้วงลูกต่อว่า คลิปเสียงดังกล่าวเป็นการตัดต่อหรือมีการเติมแต่งหรือไม่อย่างไร เพราะคิดว่าเป็นเรื่องภายใน
“คนที่อัดเสียงแล้วไปปล่อย หรือพรรคการเมืองที่ตั้งโต๊ะแถลง ก็ถามถึงจริยธรรมในเรื่องนี้ด้วย ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าจะนำมาเป็นหลักฐานให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาร่วมด้วยนั้น คงจะนำมาเป็นหลักฐานเพิ่มไม่ได้ เพราะหมดเขตส่งหลักฐานตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลที่จะอนุญาตหรือไม่ ทั้งหากนำมาเป็นหลักฐานจะทำให้มีน้ำหนักเพิ่มหรือไม่นั้นผมเฉยๆ เพราะไม่ใช่เรื่องทุจริตเป็นเพียงการแสดงความเห็นตามปกติ และการแสดงความเห็นดังกล่าวคงไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติของบุคคลใด”นายวัฒนา กล่าว
นายวัฒนา กล่าวต่อว่า สำหรับวันนี้ที่ศาลเรียกผู้ร้องชี้แจงด้วยวาจาต่อองค์คณะตุลาการนั้น ตนก็มารับฟังการชี้แจงและเชื่อว่าศาลจะให้ความยุติธรรมอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งวาระ 1 และวาระ 2 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตามระเบียบข้อบังคับ และไม่ได้เป็นการล้มล้างการปกครองอย่างที่ถูกกล่าวหา และเราก็มีหน้าที่จะต้องทำให้หายกังวลต่อข้อสงสัยต่างๆ
สมเจตน์ยันร้องศาลรัฐธรรมนูญทำโดยส่วนตัว
ขณะที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา กล่าวถึงเหตุผลที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เนื่องจากที่ผ่านมามีการปลุกระดมประชาชนด้วยประชานิยม และมองว่ายังเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ อีกทั้ง อยากให้รู้ว่าที่ประเทศไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ก็เพียงเพราะคนๆเดียว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการดำเนินการเรื่องดังกล่าวทำด้วยตัวเอง ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง โดยภายใต้จิตสำนึกของทหารและประชาชนคนหนึ่ง







